โชคชะตาครั้งนี้ฉันจะเปลี่ยนแปลงมันเอง
ข้อมูลเบื้องต้น
เอจิ ผู้ที่เลือกเดินทางชีวิตที่ผิดทำให้ถูกไล่ออกจากบริษัทที่ทำงาน เพราะว่าสาวสวยของบริษัทมาสนิทสนมกับเขา จึงทำให้โดนลูกชายเจ้าของบริษัทหมั่นไส้เข้า และใช้อำนาจในการไล่เขาออก มิหนำซ้ำยังจ้างพวกอันธพาลมาทำร้าย จนเอจิไม่สามารถทนรับความเจ็บนี้ไว้ได้และตอนที่กำลังจะหมดสตินั้น เขาได้พูดออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า"หากย้อนกลับไปได้ล่ะก็ ฉันจะไม่ทำตัวน่าสมเพชแบบนี้อีก"
ปล. นิยายเรื่องนี้เป็นการดำเนินชีวิตแบบทั้งชิลบ้างโหดบ้าง และมีการอิงมาจากของจริงบ้างและจินตนาการบ้างนะครับ ถ้าอยากจะติเตือนอะไรก็คอมเมนต์กันได้ อยากจะบอกว่าอะไรไม่สมเหตุสมผลก็ได้ แต่อยากจะคิดเสมอว่ามันเป็นนิยายแฟนตาซีครับ มันไม่สมเหตุสมผลตั้งแต่ย้อนเวลาแล้วครับ ขอบคุณมากครับที่สนุบสนุนและแนะนำ ไร่ท์จะเอาไปปรับปรุงแน่นอนครับ
กลับมาอดีตอีกครั้ง (RW)
“หากย้อนกลับไปได้ล่ะก็ ฉันจะไม่ทำตัวน่าสมเพชแบบนี้อีก”
ชายหนุ่มพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาก่อนที่เขาจะหมดสติลงอย่างช้าๆ
“คำขอร้องของเจ้านั้นข้าจะยอมรับเอาไว้ก็แล้วกัน ข้าเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าชีวิตเจ้าจะเป็นอย่างไร เอาเถอะข้าจะให้ของขวัญกับเจ้าหน่อยก็แล้วกัน หวังว่ากลับไปแล้วเจ้าจะเปลี่ยนแปลงชีวิตที่น่าเวทนานี้ได้ล่ะ”
เสียงที่ดังขึ้นนี้คือมหาเทพผู้สร้าง ผู้ที่อยู่บนจุดสูงสุดของวัฏจักรสงสารและจักรวาลนี้หรือที่มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้เรียกว่า “พระเจ้า”
“เพราะคำขอของเจ้านั้นมันแรงกล้าเกินกว่าที่ข้าจะเมินเฉยได้ เพราะฉะนั้นขอให้เจ้าโชคดีกับการมีชีวิตอีกครั้งล่ะผู้เปลี่ยนแปลงเอ๋ย”
เสียงที่กำลังพูดอยู่นั้นค่อยๆเลือนหายไปในอากาศเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อนเลย พร้อมกับใบไม้ที่กลับมาร่วงหล่นอีกครั้ง และแน่นอนว่าเสียงนั้นชายหนุ่มเองก็ไม่ได้ยินเช่นกัน..
….
07:00 น , ณ บ้านของเอจิ
ติ๊ด! ติ๊ด!
“เฮือกกก”
เอจิสะดุ้งตื่นขึ้นมาในห้องสี่เหลี่ยมขนาด 4x4 เมตร เนื่องจากเสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้น สภาพของเอจิในตอนนี้เต็มไปด้วยเหงื่อทั่วทั้งใบหน้าและบริเวณเสื้อของเขาเองก็เปียกชุ่มเช่นกัน
หลังจากผ่านไปประมาณ 1-2 นาที เขาเริ่มสงบสติได้แล้วจึงหันไปมองทั่วห้องด้วยความสงสัยปนสับสน
“นี่ฉันอยู่ที่ไหน? และนี่ฉันมานอนอยู่บนเตียงได้ยังไงเนี่ย ไม่ใช่ว่าฉันต้องนอนหมดสภาพอยู่ข้างริมแม่น้ำหรอกเหรอ? จะว่าไปเตียงนี่มันก็คุ้นๆแฮะ ห้องนี่ก็ด้วย เหมือนห้องของฉันที่บ้านหลังเก่าเลย…ห๊ะ!”
หลังจากที่ค่อยๆทบทวนความทรงจำเอจิถึงกับร้องดังลั่นห้องจนเสียงดังไปจนถึงข้างล่าง
“เอจิลูก…ตื่นแล้วลุกไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมากินข้าวได้แล้ว”
เสียงของหญิงสาววัยกลางคนเรียกเขาดังขึ้นมาจนทำให้เขาสะดุ้งเฮือกทันทีด้วยความตกใจ และเมื่อทำการรวบรวมสติพร้อมกับจัดลำดับเหตุการณ์ในสมองอย่างรวดเร็ว เขาก็ได้ตะโกนตอบเสียงนั้นกลับไปว่า
“ค..ครับแม่รอแปปนึง”
‘นี่เสียงของแม่สินะ จำได้ว่าหลังจากที่จบ ม.ปลาย ฉันก็ได้ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยในเมืองจนต้องย้ายที่อยู่ไปอยู่ที่หอพักจนแทบจะไม่ได้กลับมาบ้านเลยเพราะต้องทำงานพาร์ทไทม์’
เอจิคิดในใจถึงตอนที่จบม.ปลายและได้ออกจากบ้านไปเรียนต่อที่กรุงเทพ ใช่ เอจินั้นเป็นชื่อที่พ่อตั้งให้เพราะว่าพ่อแม่ของเขาชอบดูหนัง ดูซีรีส์ญี่ปุ่นมากในเวลาว่างจึงได้นำมาตั้งชื่อให้ลูกชายคนแรกของตนเอง
“ช่างเถอะ นี่คงจะเหมือนนิยายแฟนตาซีที่ฉันเคยอ่าน ไม่รู้หรอกนะว่าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นได้ยังไงแต่มันก็เป็นไปแล้ว ฉันได้กลับมาในช่วงที่อยู่ ม.ปลาย จะว่าไปนี่ปีไหนกันนะ?” ว่าแล้วเอจิก็เดินไปหยิบโทรศัพท์เก่าๆมือสองซึ่งวางอยู่บนโต๊ะออกมาเปิดดู
“อืม วันที่ 14 สิงหาคม ปี 2008 เป็นช่วงที่อยู่ ม.6 ล่ะมั้ง นี่ฉันย้อนเวลากลับมาถึง 10 ปีเลยงั้นเหรอ แต่ก็ดี นี่เป็นช่วงปิดเทอมกำลังจะขึ้นเทอม 2 พอดีเลย มีเวลาหนึ่งเดือนกว่าโรงเรียนจะเปิดคงต้องปรับตัวซักหน่อยกับเรื่องแบบนี้”
ก่อนที่จะย้อนกลับมานั้นเอจิมีอายุ 28 ปีพอดี หลังจากที่เขาบ่นกับตัวเองเสร็จแล้วก็ได้เดินไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ประมาณ 30 นาที ก็ได้ลงมาข้างล่างเห็นแม่และน้องสาวกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารและมีอาหารอยู่สองสามอย่าง
“พี่ลงมาสายตลอดเลยนะ หนูหิวจะแย่อยู่แล้ว” มิกะน้องสาวของเอจินั้นตอนนี้มีอายุ 13 ปี เธอบ่นและทำสายตายคาดโทษมองไปทางเอจิ
“น่าๆ พี่ขอโทษพอดีพี่หลับเพลินไปนิดหน่อยน่ะ” เอจิพูดขอโทษน้องสาวพลางเอามือไปลูบหัวของเธออย่างสนุกสนานและเดินไปนั่งในที่ของตัวเองทันที
“หึ!” มีเสียงดังอยู่ในลำคอของสาวน้อยก่อนที่จะหันไปและเริ่มทานข้าว
“เอจิ เดือนหน้าก็จะเปิดเทอมอยู่แล้ว อย่าเอาแต่เล่นเกมหันมาสนใจอนาคตได้แล้วนะลูก” เสียงของผู้หญิงวัยกลางคนอายุประมาณ 40-45 ปี พูดขึ้นมาด้วยเสียงที่อ่อนโยน นั่นก็คือแม่ของเอจิที่นั่งอยู่หัวโต๊ะนั่นเอง
“ครับแม่ อาหารน่ากินทั้งนั้นเลยนะครับ กินเลยดีกว่า”
หลังจากที่ทั้งสามคนพูดคุยกับเสร็จก็เริ่มลงมือทานอาหารและพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน มันเป็นมื้อที่เอจิมีความสุขมากหลังจากที่เขาไปเรียนมหาลัยและเริ่มทำงาน เขาก็แทบจะไม่มีเวลากลับมาที่บ้านเลย จะส่งมาก็เพียงแค่เงินเดือนของเขาเท่านั้น
ครอบครัวของเอจินั้นไม่ได้มีฐานะที่ร่ำรวยอะไร ออกไปทางยากจนซะด้วยซ้ำและเขาก็อาศัยอยู่บ้านหลังเล็กๆในแถบชานเมืองกับแม่และน้องสาว ส่วนพ่อของเอจินั้นเสียชีวิตไปตั้งแต่เอจิอายุได้ 10 ปี เพราะอาการหัวใจล้มเหลวเฉียบพลัน
เนื่องมาจากที่พ่อหักโหมทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวซึ่งในตอนนั้นเองมิกะเพิ่งจะมีอายุแค่ 3 ขวบเท่านั้นและแม่ของเอจิเองก็ต้องเลี้ยงดูลูกจึงไม่ได้ทำงาน เพราะฉะนั้นรายได้หลักจึงมาจากพ่อของเอจิเพียงคนเดียว
หลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิต นับตั้งแต่นั้นแม่ก็ต้องไปทำงานที่โรงงานเย็บเสื้อผ้า มีรายได้วันละ 300 บาทเท่านั้นซึ่งมันไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่น้อย
“แม่ครับ ผมสัญญาผมจะดูแลแม่กับมิกะเอง แม่รอผมอีกสักหน่อยนะครับ” อยู่ๆเอจิก็พูดขึ้นมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง ทำให้แม่และมิกะที่อยู่ข้างๆแปลกใจมาก แต่ภายในใจทั้งคู่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“ไม่ต้องเป็นห่วงแม่ขนาดนั้นหรอกลูก แม่ยังไหวแค่นี้เอง”
แม่พูดออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มเมื่อเห็นหน้าของเอจิที่จริงจัง แม้จะทำงานหนักจะเหนื่อยแค่ไหนเพียงแค่ลูกๆของเธอมีข้าวกินและได้เรียนหนังสือมันก็ทำให้เธอมีความสุขมากแล้ว
เอจิในตอนนี้ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาก็คงจะไม่ได้คิดอะไรมากเพราะว่าเขานั้นเชื่อแม่อย่างสุดหัวใจ แต่ในตอนนี้เขานั้นมีจิตสำนึกที่เกินกว่าวัยแล้ว แค่มองตาของแม่ก็รู้แล้วว่าแม่เหนื่อยแค่ไหน แม้จะพยายามปิดบังความเหนื่อยแต่มันก็สะท้อนออกมาจากสภาพร่างกายของแม่หมดแล้ว
เขาในตอนนี้ทำอะไรยังไม่ได้จึงได้แต่ยิ้มและเชื่อฟังแม่เท่านั้น
“ครับ เดี๋ยวผมขึ้นห้องก่อนนะครับ”
หลังจากที่เดินกลับขึ้นมาบนห้องแล้วเอจิก็ล้มตัวลงนอนพลางคิดเกี่ยวกับชีวิตใหม่นี้ สักพักก็หยิบหนังสือภาษาอังกฤษที่อยู่บนหัวเตียงขึ้นมาเปิดดูเพื่อดูเนื้อหาวิชาเรียนในช่วงนั้น
ติ๊ง!
[คุณต้องการเรียนรู้ ภาษาอังกฤษ หรือไม่ ?]
“เอ๊ะ!”
เอจิอุทานขึ้นมาหลังจากที่เห็นข้อความใสๆที่มีขนาดประมาณหนึ่งหน้ากระดาษ A4 ลอยขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของเขา
“นี่มันเหมือนในเกมเลยนิหว่า”
เอจิรู้สึกตื่นเต้นและยิ้มออกมาอย่างมีความสุขหลังจากที่เห็นหน้าจอเด้งขึ้นมาพร้อมกับพูดว่า
“ใช่”
ติ๊ง!
[คุณได้รับทักษะภาษาอังกฤษขั้นต้น ค่าประสบการณ์ 22.8%]
“โอ้ สุดยอด” เอจิพูดออกมาอย่างตื่นเต้น
“ถ้าหากเป็นแบบนี้แสดงว่ามันก็ต้องมีหน้าต่างสถานะสินะ งั้นลองดูละกัน”
'สถานะ'
เอจิเพียงแค่คิดในใจถึงหน้าต่างสถานะแค่นั้น ภาพหน้าต่างที่มีขนาดไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ปรากฏขึ้นมาอยู่ตรงหน้าของเขาพร้อมกับรายละเอียดเขียนไว้
ชื่อ : เอจิ
อายุ : 18 ปี
อาชีพ : นักเรียน
Str : 8
Agi : 10
Int : 15
Luk : 5,005
ทักษะ
- พรแห่งผู้สร้าง
เป็นพรที่ผู้สร้างนั้นได้ให้แก่ผู้ที่สมควรจะได้ +Luk 5,000 ถาวร
- ภาษาอังกฤษ (ขั้นต้น)
สามารถอ่าน เขียน พูด ภาษาอังกฤษได้ในระดับเบื้องต้น
ร้านค้า Lv.0
คะแนน 0
“หืม ? ทำไมค่า Luk ของฉันมันถึงเยอะแบบนี้ล่ะ แสดงว่าฉันเป็นคนที่โชคดีเพราะพรแห่งผู้สร้างงั้นสิ แต่ถ้าไม่มีพรฉันก็มีมันเพียงแค่ 5 เท่านั้น” เอจิพึมพำออกมาเมื่อเห็นค่า Luk ของตนเองและอดไม่ได้ที่จะพึมพำออกมา
“ฉันนี่มันซวยจริงๆเลย”
หลังจากดูและทำความเข้าใจมันแล้วเขาก็ปิดสถานะลงไป ก่อนจะเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างด้วยแววตาที่เด็กไม่สมควรจะมี มันเป็นแววตาที่ มีความสุข เศร้า สับสน แค้นเคือง ภายในแววตาคู่นั้น
“ในเมื่อฉันได้ย้อนเวลากลับมาแล้ว ฉันจะขอเปลี่ยนมันเอง เปลี่ยนแปลงทุกสิ่งทุกอย่าง ฉันจะไม่ยอมกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว”
------
ค่า Str คือ ความแข็งแกร่งของร่างกาย
ค่า Agi คือ ความเร็วการเคลื่อนไหวหรือการตอบสนอง
ค่า Int คือ ความฉลาด ความคิด การตัดสินใจ
ค่า Luk คือ โชค
วิธีการหาเงิน (RW)
หลังจากที่ชายหนุ่มได้ตั้งปณิธานไปแล้ว เขาก็หันไปหยิบหนังสือภาษาอังกฤษเล่มเดิมขึ้นมาอีกครั้งเพื่อจะทดสอบอะไรบางอย่างที่ยังสงสัยอยู่
“ไหนๆก็ได้ทักษะภาษาอังกฤษมาแล้วต้องลองดูหน่อย” หลังจากที่เปิดหนังสือมาแล้วเอจิเริ่มยิ้มออกมาที่มุมปากอย่างช้าๆ
“รู้สึกเหมือนมันง่ายขึ้นนิดหน่อยเหมือนกัน ปกติแล้วฉันก็ค่อนข้างถูไถได้อยู่หรอกนะแต่นี่มันรู้สึกเหมือนอ่านออกไปซะทุกคำถึงจะต้องใช้เวลาทำความเข้าใจมันบ้างก็เถอะ”
หลังจากที่ลองอ่านดูแล้ว เอจิก็ค่อยๆเปิดไปทีละหน้าอย่างช้าๆ แต่แล้วก็มีเสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นมาในหัวอีกครั้ง
[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]
“เป็นแบบนี้นี่เอง ยิ่งฉันอ่านมากเท่าไหร่ค่าประสบการณ์ทักษะของฉันจะก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ตอนนี้ก็มีอยู่ 22.9% แล้ว แสดงว่า 22.8% ก่อนหน้านี่คือความเข้าใจของฉันเองงั้นสิ งั้นก็ง่ายละสิทีนี้”
เอจิหัวเราะออกมาพร้อมกับเดินไปหยิบหนังสือภาษาอังกฤษเล่มอื่นๆเอามากองรวมกันไว้แล้วเริ่มอ่านไปเรื่อยๆจนจนลืมเวลา
[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]
[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]
[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]
[ทักษะ ภาษาอังกฤษ +0.1%]
…..
จวบจนเขากลับมารู้สึกตัวอีกครั้งหลังจากที่จมดิ่งกับการเพิ่มค่าประสบการณ์
“เฮ้อ นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ยลืมตัวอ่านเพลินเกินไปซะได้” เอจิหยิบโทรศัพท์ที่วางไว้ข้างๆขึ้นมาดู
“บ่ายสามแล้ว นี่ฉันอ่านหนังสือตั้งแต่เช้าจนบ่ายเลยหรอเนี่ย คงมีความคืบหน้าไม่น้อยเลย..”
“สถานะ”
ชื่อ : เอจิ
อายุ : 18 ปี
อาชีพ : นักเรียน
Str : 8
Agi : 10
Int : 15>18 (ขึ้นมาเนื่องจากทำความเข้าใจภาษาอังกฤษ)
Luk : 5005
ทักษะ
- พรแห่งผู้สร้าง
- ภาษาอังกฤษ (ขั้นต้น) (94.6%)
ร้านค้า Lv.0
คะแนน 0
“94.6% ขึ้นมาเยอะเหมือนกันแฮะ ถือว่าคุ้มค่าที่อ่านตั้งนานล่ะนะ และดูเหมืิอนยิ่งอ่านก็ยิ่งอ่านไวขึ้นด้วยสิ ไม่อย่างงั้นเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงคงอ่านไม่ได้ถึง 6 เล่มหรอก”
เอจิเดินไปที่ชั้นวางหนังสือของเขาพร้อมกับนำหนังสือที่อ่านแล้วเก็บเข้าไปก่อนจะกลับมาที่เตียงเหมือนเดิมพร้อมกับทำท่าครุ่นคิดอะไรบางอย่าง
“คราวนี้ก็ต้องคิดแล้วสิว่าจะไปหาเงินมาจากไหน บ้านเราแทบจะไม่มีเงินลำพังค่าเรียนค่ากินก็จะหมดไปอยู่แล้ว ดีนะที่มีบ้านที่คุณตาทิ้งไว้ให้แม่ไม่งั้นชีวิตคงลำบากกว่านี้อย่างไม่มีข้อสงสัยเลยล่ะ” เอจิถอนหายใจออกมาเบาๆเมื่อคิดถึงฐานะทางบ้านของตน
“ลำพังเพียงแค่แม่คงจะหาเงินมาเลี้ยงไม่ไหว ในตอนที่ฉันเรียนมหาวิทยาลัยแม่ก็ต้องไปกู้เงินมาส่งให้ฉันได้เรียนสูงๆ ไหนจะยัยมิกะที่กำลังจะขึ้น ม.ต้น ในเดือนหน้าอีก ฉันเองไม่อยากจะเห็นแม่ต้องลำบากอีกแล้ว”
หากเป็นเอจิสมัยก่อนก็คงจะกลับมาขึ้นห้องมาและนอนเล่นเกมไปวันๆ แต่นี่ไม่ใช่ เขาจะต้องหาวิธีที่จะหาเงินให้ไวที่สุด
“จริงสิ วันนี้ก็เพิ่งจะวันที่ 14 เองนิ อีก 2 วันก็จะเป็นวันนักเสี่ยงโชคแล้วนี่ *(วันหวยออกครับ ทุกวันที่ 1 กับ 16 ของทุกเดือน) ค่าโชคฉันสูงถึง 5,005 ซะด้วยสิลองไปซื้อหวยดีไหมนะ” พูดแล้วเอจิก็เดินไปหยิบกระปุกออมสินขึ้นมาและเทลงบนเตียงแล้วนับดู
“อืม 2,640 บาทงั้นหรอ เอาล่ะเอาเหรียญไปแลกกับแม่ก่อนก็แล้วกัน “พูดจบเอจิก็หอบเอาทั้งเหรียญต่างๆ รวมไปถึงแบงค์ยี่สิบลงไปข้างล่างและก็พอดีกับที่เห็นแม่กลับมาบ้านพอดี
“แม่ครับ ผมขอแลกเงินหน่อยครับ”
หลังจากนั้นเอจิก็นำเงินไปแลกกับแม่แล้วก็ได้แบงค์พันมาสองใบ แม่เห็นเอจิเอาเงินมาแลกก็ถามขึ้นว่า
“แลกไปทำไมเยอะแยะล่ะลูก จะเอาไปซื้ออะไรอย่างงั้นเหรอ?”
“ไม่ได้เอาไปซื้ออะไรหรอกครับ แค่มันจะเต็มกระปุกแล้วแค่นั้นเอง เป็นไงผมเก็บเงินเก่งใช่หรือเปล่า แหะๆ”
“เก็บให้มันได้แบบนี้ตลอดก็แล้วกัน จะได้มีเงินใช้ในอนาคตเข้าใจนะเอจิ เดี๋ยวแม่จะไปอาบน้ำก่อนเย็นนี้อยากกินอะไรไหมลูก”แม่ถามขึ้นพร้อมกับยิ้มให้เอจิ
“แม่ทำอะไรก็อร่อยทุกอย่างนั้นแหละครับ ไปถามมิกะดูสิครับเผื่อน้องอยากกินอะไรเป็นพิเศษ” คุยกับแม่เสร็จเอจิก็เดินออกไปข้างนอกบ้านพร้อมกับปั่นจักรยานแม่บ้านไปตลาดนัดทันที
“เฮ้อ เด็กคนนี้นี่จริงๆเล้ย มิกะ! อยากกินอะไรเย็นนี้เป็นพิเศษไหมลูก” แม่ตะโกนถามมิกะที่ตอนนี้น่าจะนอนดูทีวีอยู่ในห้อง
…..
ณ ตลาดนัด
เอจิที่ปั่นจักรยานแม่บ้านมาก็ใช้เวลาไปประมาณสิบนาที เพราะตลาดห่างจากบ้านเอจิประมาณ 3 กิโล หลังจากปั่นมาถึงตลาดแล้วชายหนุ่มก็หาที่จอดจักรยานแล้วเดินทางเข้าตลาดไปทันที
“จำได้ว่าแผงขายหวยที่ตลาดมันอยู่ล็อคแรกสุดทางหน้าตลาดเลยสินะ หวังว่าค่าโชคที่สูงขนาดนี้จะช่วยให้ถูกหวยนะไม่งั้นเงินของฉันคงปลิวหายไปในอากาศทันที”
เอจิบ่นเสร็จแล้วก็เดินตรงเข้าไปหาแผงขายหวยที่อยู่ทางเข้าทันที หลังจากนั้นแล้วหยุดอยู่ที่แผงๆนึงเข้าหลังจากที่เดินผ่านมาหลายแผง
‘หืม แผงนี้ค่อนข้างสะดุดตาเอาแผงนี้ก็แล้วกัน แล้วจะเอาเลขอะไรดี’
เอจิคิดในใจแล้วแล้วจ้องไปที่หวยแต่ละชุดทันที แต่ไม่รู้ทำไมเขากลับไปสะดุดตากลับเลขๆหนึ่งที่ไม่น่าจะมีคนซื้อเลย แม้เขาจะจำไม่ได้ว่าหวยจะออกตัวไหนบ้าง เพราะมันทุกเดือนและก็ผ่านมากว่าสิบปีแล้ว
เขาจำได้แค่ว่ามีคนในหมู่บ้านถูกหวยเท่านั้น
“เอาชุดนี้ก็แล้วกัน ถึงจะไม่รู้ทำไมก็เถอะ” เลือกเสร็จเอจิก็หยิบเลขชุดนั้นมาทั้งชุดเลย
“น้องชายได้เลขเด็ดๆมาเหรอถึงได้เอาแค่ชุดนั้นทั้งชุดแบบนี้ แต่เลขมันออกจะ..” ผู้ชายคนหนึ่งถามขึ้น ผู้ชายคนนั้นเป็นเจ้าของแผงขายหวยแผงนี้ที่เอจิจะซื้อ
“ก็นิดหน่อยน่ะครับ พอดีฝันอะไรนิดหน่อยเลยลองมาซื้อดูถึงเลขมันจะเรียงแปลกๆก็เถอะ” พูดจบเอจิก็ยิ้มแห้งๆไปให้คนขายแล้วก็จ่ายเงินทันทีก่อนจะพูดคุยอะไรนิดหน่อยและเดินออกมา
“เป็นแบบนี้นี่เอง ถ้าอย่างงั้นพี่ก็ขอให้น้องชายถูกหวยก็แล้วกันนะ” คนขายพูดแล้วยิ้มไปทางเอจิพลางโบกมือให้
“ทีนี้ฉันก็ซื้อมาแล้ว ที่เหลือก็คงต้องลุ้นเอาล่ะนะว่าไอ้ค่าโชคที่สูงลิ่วของฉันนั้นมันจะเยอะจริงไหม ไม่งั้นก็คงต้องหาวิธีอื่นในการหาเงินสะแล้ว”
….
วันที่ 16 สิงหาคม 2008 , ณ บ้านเอจิ เวลา 16.08 น.
“วันนี้แล้วสินะ มาดูกันว่าฉันจะรวยหรือจะเสียเงินทิ้ง”
เอจิพูดขึ้นมาพร้อมกับหยิบโทรศัพท์เก่าๆขึ้นมาเปิดดูผลการประกาศรางวัล พอเลื่อนรางวัลขึ้นไปสักพัก เอจิเริ่มเหงื่อไหลชุ่ม ตาเบิกกว้างขึ้นพร้อมกับหันไปมองหวยชุดที่ตัวเองซื้อไว้พร้อมกับเช็คซ้ำไปซ้ำมาอยู่หลายรอบ
“ร..รางวัลที่ 1 ไอ้เลข 123456 เนี่ยนะ”
เอจิพูดถึงด้วยเสียงสั่นๆพร้อมกับคำนวณเงินที่ถูกรางวัลอย่างรวดเร็ว
“ร้อยล้านจริงดิ…นี่ฉันถูกรางวัลร้อยล้านงั้นหรอ ยะฮู้วววว อุ้บ!” เอจิพูดขึ้นมาและกระโดดโลดเต้นยกใหญ่แต่ก็ต้องเอามือปิดปากตัวเองไว้เดี๋ยวคนอื่นจะรู้เรื่อง
“ขอบคุณค่าโชค 5,005 ที่ทำให้ฉันถูกรางวัล นี่ไม่ใช่อะไรที่จะดูถูกเลย ขอบคุณครับพระผู้เป็นเจ้า”
“ต้องไปขึ้นเงินแล้ววว !”
พูดจบเอจิพุ่งออกไปข้างนอกเพื่อที่จะมาขึ้นเงินที่กองฉลากอย่างรวดเร็ว
…..
ณ กองฉลาก
เอจิมองดูรอบๆอย่างละเอียดเผื่อว่าจะมีคนอยู่แถวนี้ ทั้งนักข่าวหรือว่านักเลงที่อาจจะมาดักอยู่แถวนี้ เมื่อเห็นว่าไม่มีคนอยู่เขาก็เดินตรงเข้าไปข้างในทันที
“ผมมาขึ้นเงินครับ”
เอจิพูดด้วยสีหน้านิ่งๆให้กับพนักงาน แต่ในใจนั้นตื่นเต้นซะยิ่งกว่าสอบได้ที่หนึ่งของชั้นปีซะอีก
“ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
พนักงานสาวรับและมองดูไปที่เลขเหล่านั้นด้วยความตกใจพร้อมกับหันหน้ามามองเอจิอีกครั้ง สักพักพนักงานสาวก็เดินกลับเข้าไปในห้อง ประมาณ 4-5 นาที หล่อนก็เดินออกมาพร้อมกับยื่นของบางอย่างให้และพูดด้วยรอยยิ้มว่า
“นี่ค่ะ เช็คเงินสดจำนวน 98 ล้านบาท พร้อมกับหักค่าภาษีเรียบร้อยแล้วค่ะ”
“ขอบคุณมากครับ”
เอจิเมื่อได้รับเช็คมาแล้วเขาก็รีบตรงไปที่ธนาคารใกล้ๆทันทีเพื่อที่จะไปขึ้นเงินพร้อมกับเปิดบัญชีของธนาคารที่นั่นเลยด้วย
“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ” พนักงานถามเอจิด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นชายหนุ่ม
“มาขึ้นเงินและก็เปิดบัญชีพร้อมกับทำบัตรด้วยครับ” เอจิยื่นเช็คให้กับพนักงานด้วยสีหน้าที่เรียบเฉยอีกตามเคย
พนักงานหันไปมองเช็คด้วยความตะลึง สักพักสีหน้าของพนักงานก็กลับมายิ้มเหมือนเดิมนั่นแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพในการบริการของเธอ
“รอสักครู่นะคะ” พนักงานเดินเข้าไปตรวจเช็คไม่นานก็เดินกลับมา
“ค่ะ ของจริงเพราะฉะนั้นกรอกรายละเอียดลงในเอกสารนี่ให้ครบด้วยนะคะ” เอกสารที่พนักงานสาวเอามาให้คือเอกสารการทำบัญชีธนาคารพร้อมกับบัตร ATM
เอจิรับมาพร้อมกับกรอกเอกสารให้ครบโดยใช้เวลาประมาณห้านาที พร้อมกับส่งคืนให้กับพนักงานเหมือนเดิม ไม่นานพนักงานก็เดินออกมาพร้อมกับสมุดบัญชีธนาคารและบัตรเครดิตสีดำยื่นให้กับเอจิ
“นี่มันบัตรเครดิตนี่ครับ?”
“ค่ะ เป็นบัตรเครดิตของลูกค้า VIP ค่ะ เพราะว่าคุณมีเงินในธนาคารเกิน 10 ล้านบาท ทางธนาคารจึงออกบัตรเคดิตให้ฟรี”
พนักงานพูดพร้อมกับย้ิมมาทางเอจิอย่างตื่นเต้น เพราะว่าคนส่วนใหญ่ที่มีบัตรเครดิตนี้นั้นจะมีเงินเก็บอยู่ประมาณ 20-30 ล้านเพียงเท่านั้น เอจินับว่าเป็นลูกค้าสำคัญของทางธนาคารเลยก็ว่าได้
“อ่าครับ งั้นพอจะทราบไหมครับว่าจะหาซื้อบ้านและที่ดินได้ที่ไหนบ้าง?”
เอจิถามออกไป เพราะว่าเอจินั้นหลังจากที่มีเงินเขาต้องการจะทำธุรกิจของตัวเอง เขามีความคิดแบบนี้ตั้งแต่ชีวิตที่แล้วแต่เพราะว่าเขานั้นไม่ได้มีเงินเยอะแยะจึงไม่สามารถทำได้ แต่คราวนี้มันไม่ใช่ เขามีเงินแล้วและเขาจะไม่ยอมไปก้มหัวเป็นลูกน้องให้โดนกดขี่แบบนั้นอีกแล้ว
“ถ้าต้องการที่ดินกับบ้านล่ะก็ ทางธนาคารมีที่ดินหลุดมาเยอะเลยค่ะ เพราะช่วงฟองสบู่แตกมีนักธุรกิจหลายคนที่นำที่ดินมาขายไว้เยอะพอสมควรเพราะงั้นเชิญทางนี้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะพาไปพบผู้จัดการ”
‘ดีเลยแบบนี้ หลังจากที่วิกฤตฟองสบู่แตกนั้นทำให้ที่ดินตอนนี้น่าจะราคาไม่สูง ฉันอาจจะซื้อเก็บไว้เก็งกำไรได้บ้างในอนาคต’
เอจิคิดแล้วก็ได้แต่ยิ้มอยู่ภายในใจ เพราะว่าหลังจากที่พ้นวิกฤตฟองสบู่แตกนั้นที่ดินจะเริ่มมีราคาที่สูงขึ้นหลายเท่าตัว เพราะงั้นถ้าเขารีบซื้อที่ดินที่อยู่ภายในเมืองล่ะก็คงจะขายได้ในราคาสูงในอนาคต
ติ๊ง!
[ภารกิจ : ต่อรองราคา
รายละเอียด : คุณต้องต่อรองราคาที่ดินกับผู้จัดการในเวลาที่จะถึงนี้
รางวัล : คะแนน 100 , ทักษะ โน้มน้าวจิตใจ]
“เอ๊ะ!”
ภารกิจแรก (RW)
[ภารกิจ : ต่อรองราคาที่ดิน
คุณต้องต่อรองราคาที่ดินกับผู้จัดการหน้าเลือดในเวลาที่จะถึงนี้
รางวัล : คะแนน 100 , ทักษะ โน้มน้าวจิตใจ]
“เอ๊ะ!” เอจิอุทานออกมาหลักจากที่เห็นหน้าต่างภารกิจเด้งขึ้นมา
‘ภารกิจเหรอ นี่มันจะเหมือนเกมเกินไปแล้วว แต่แบบนี้สิถึงจะสนุกแต่ว่าไอ้ต่อรองราคาเนี่ยสงสัยภารกิจจะมีขึ้นตามสถานการณ์ต่างๆสินะ แถมภารกิจแรกก็เจอคนหน้าเลือดซะได้’
เอจิบ่นในใจแต่ทว่าใบหน้านั้นยังคงนิ่งเงียบอยู่เหมือนเดิม
‘จะว่าไปของรางวัลเป็น 100 คะแนนกับทักษะโน้มน้าวจิตใจน่าสนใจดีแฮะ ตอนที่เช็คดูสถานะก็เห็นร้านค้าอยู่หรอกนะ แต่ก็ยังไม่ได้เปิดดูเลยกลับบ้านไปสงสัยต้องเปิดดูหน่อย’
“ถึงแล้วค่ะ” พนักงานหันมาพูดแล้วเคาะประตูห้องผู้จัดการ
ก๊อก! ก๊อก!
“เข้ามา” เสียงภายในห้องดังขึ้น
จากนั้นพนักงานก็เดินนำเอจิเข้าไปภายในห้องของผู้จัดการธนาคารแห่งนี้ เอจิที่เดินตามเข้าไปได้มองดูภายในห้องเล็กน้อยแล้วก็เห็นผู้ชายวัยกลางคนร่างอ้วนท้วมใส่ชุดสูทไม่ผูกไทด์ ผมสั้นสีดำถูกหวีไว้อย่างเป็นระเบียบ อายุก็น่าจะพอๆกับแม่ของตนกำลังนั่งอ่านเอกสารอยู่บนโต๊ะ
พนักงานกับเชิญเอจินั่งตรงข้ามกับหัวหน้าของตน
“ผู้จัดการคะ คือว่าคุณเอจิเขาต้องการดูบ้านกับที่ดินค่ะ” พนักงานสาวรีบบอกจุดประสงค์ของเอจิให้หัวหน้าเธอฟังฟังทันที
ชายร่างอ้วนหันหน้าไปรับฟังลูกน้องบอกจุดประสงค์ของชายหนุ่มตรงหน้าก่อนจะพยักหน้ารับรู้และพูดออกมาว่า
“โอ้ งั้นก็มาถูกที่แล้วล่ะครับ เพราะว่าที่ธนาคารแห่งนี้มีทั้งที่ดิน เกาะและบ้านที่นักธุรกิจหลายคนนำมาขายให้กับทางเรา ไม่ทราบว่าคุณเอจิสนใจแบบไหนงั้นเหรอครับ” ผู้จัดการถูมือพร้อมกับยิ้มราวกับเหยี่ยวที่จ้องจะจับหนูไปทางเอจิ
‘ดูท่าจะหน้าเลือดจริงๆด้วยแฮะ เก็บอาการหน่อยสิลุง’ เอจิที่ใบหน้านิ่งเฉยเมื่อเห็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์ของผู้จัดการก็อดไม่ได้ที่จะด่าอยู่ในใจ
“คือว่าขอผมดูทั้งหมดได้ไหมครับ จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะเอายังไง?”
“ได้ครับไม่มีปัญหา ริสาเธอไปเอารูปของแต่ละที่มาให้คุณเอจิหน่อย เอามาทั้งหมดเลยนะ”
“ได้ค่ะ รอสักครู่นะคะ”
พนักงานสาวคนที่มาพร้อมกับเอจิพูดขึ้นมาพร้อมกับเดินไปที่ตู้เก็บโฉนด ผ่านไปสักพักเธอกลับมาพร้อมกับเอกสารหลายสิบใบพร้อมกับรูปภาพสถานที่ต่างๆ มาวางเรียงไว้ตรงหน้าของเอจิพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“นี่ค่ะคุณเอจิ นี่คือรูปภาพของที่ดินทั้งหมดที่ธนาคารเรามีค่ะ ถ้าหากสนใจอันไหนโปรดบอกได้เลยนะคะ”
“ครับ” เอจิตอบรับสั้นๆก่อนจะกวาดตามองไปยังที่ดินต่างๆ พร้อมกับค่อยๆเลือกดูทีละอย่าง
‘เจ้าเด็กคนนี้เล่นมาขอดูทั้งหมดแบบนี้แสดงว่ามันคงจะซื้อบ้างล่ะ เราอาจจะพอเก็งราคามันได้ไม่มากก็น้อย’ ผู้จัดการยิ้มเยาะในใจเมื่อเห็นเอจิมองดูที่ดินอย่างตั้งใจ
‘นี่จ้องแบบนั้นอย่างกับฉันไม่รู้ว่าลุงกำลังจะทำอะไร ชีวิตก่อนอย่างน้อยฉันก็จบบริหารธุรกิจนะเว้ย’
เอจิที่ทำเป็นไม่รู้เรื่องและยังคงกวาดตามองที่ดินอยู่เหมือนเดิม ทว่ามันก็น่าแปลกใจที่ที่ดินแต่ละที่นั้นมีแต่ที่ดีๆทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นที่ดินใจกลางกรุงเทพ เชียงใหม่หรือบ้านต่างอากาศที่พัทยา รวมไปถึงที่ดินบนเกาะล้านอีกด้วยมันทำให้เอจิจิตใจพองโตเป็นอย่างมาก
เพราะว่าในอนาคตนั้นที่ดินแถบนั้นจะเป็นสถานที่ท่องเที่ยงชื่อดังทั้งนั้น ที่ดินจะมีราคาที่สูงเสียดฟ้าแทบจะทุกที่เลยก็ว่าได้ เอจิเลือกที่ดินใจกลางเมืองกรุงเทพ ที่ดินเปล่าริมทะเลที่พัทยา แล้วก็ที่เกาะล้านมาสามที่มาวางไว้ข้างหน้า
“ผมเลือกได้แล้วครับทั้งหมด 3 ที่นี้” เอจิยื่นให้ผู้จัดการดูด้วยรอยยิ้ม
“โอ้ คุณเอจิตาถึงเหมือนกันนะครับ เพราะว่าที่ดินแถบนี้เป็นที่ๆดีมาก ราคามันเลยแพงกว่าที่อื่นอยู่เล็กน้อย” ผู้จัดการพูดพลางหันไปหาเอจิแล้วยิ้มให้แล้วพูดต่อว่า
“ทั้งสามที่นี้ ราคารวมแล้ว 60 ล้านบาทพอดีเลยครับ” ผู้จัดการสรุปราคาให้เอจิฟังพลางยิ้มเยาะในใจ
‘จะได้เงินส่วนต่างก็คราวนี้แหละ เจ้าเด็กน้อยใครบอกให้แกมาซื้อที่ดินคนเดียวกันล่ะ ช่วยไม่ได้นะ’
‘เหอะ ราคาขนาดนี้มันถูกกว่าที่ดินในชีวิตก่อนไม่กี่ล้านเองนี่ ผู้จัดการคนนี้หน้าเลือดชิบ’ เอจิก่นด่าในใจกับที่ผู้จัดการโก่งราคาของที่ดินเพียงเพราะคิดว่าเขานั้นเป็นเด็ก
เอจิขมวดคิ้วแล้วมองไปที่ผู้จัดการร่างท้วมแล้วตอบกลับด้วยหน้าเรียบเฉยว่า
“ผมว่ามันแพงไปหน่อยนะครับผู้จัดการ เห็นผมแบบนี้ผมก็เรียนบริหารนะครับไม่ใช่เด็กที่อยากมาซื้อของเล่นที่จะไม่ได้รู้ราคามันเลย เอางี้ ผมขอซื้อทั้งสามที่นี้ในราคา 50 ล้าน แต่ถ้าไม่ได้ผมก็จะเลือกซื้อเพียงแค่ที่เดียวเท่านั้น”
เอจิพูดแล้วยิ้มไปให้ผู้จัดการ แน่นอนว่าที่บอกเรียนบริหารนั้นเป็นเรื่องจริง…แต่เป็นชีวิตที่แล้วนะ
“อึก!”
ผู้จัดการถึงกับกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อรู้ว่าเด็กคนนี้มีการศึกษาแล้วยังหาข้อมูลมาพร้อม แหงล่ะ ก็เพียงแค่มองจากชุดที่เอจิใส่อยู่ก็เหมือนกับคนธรรมดาคนหนึ่ง น่าจะเรียน ม.ปลาย ไม่คิดเลยว่าจะอยู่ในระดับมหาลัยแล้ว
ความจริงเขาควรจะรู้ด้วยซ้ำว่าคนที่มีเงินในบัญชีเป็นสิบๆล้านก็ไม่น่าจะโง่อยู่แล้ว
“58 ล้านครับผมลดได้เท่านี้ หากคุณเห็นสถานที่จริงราคาแค่นี้ผมว่ามันก็พอดีนะครับ”
‘เห็นทีคงต้องใช้ไม้เด็ดแล้วสิ’ เอจิคิดก่อนจะถอนหายใจเล็กน้อยและพูดขึ้นมาอย่างช้าๆ
“แต่ว่านะครับผู้จัดการ ผมไปอีกธนาคารนึงมาแล้วและที่นั่นก็มีที่ดินแบบนี้เหมือนกัน ทำเลก็ดีเหมือนกัน แต่ราคาที่นั่นกลับถูกกว่านี้มาก เห็นทีผมคงต้องกลับไปซื้อที่นั่นแล้วล่ะครับแบบนี้” เมื่อพูดจบเอจิก็ลุกขึ้นพร้อมกับจะเดินออกไปข้างนอก
“เอ่อเดี๋ยวครับ! เรื่องนั้นเราพอจะคุยกันได้อยู่นะครับ ผมจะยอมขายให้ในราคาทุนเลยก็ได้”
‘50 ล้านงั้นเหรอ ถึงจะขายไปในราคานี้ฉันก็ยังได้กำไรอยู่ไม่น้อย แต่ถ้าเขาไม่ซื้อเลยล่ะก็ฉันก็ไม่ได้อะไรเลยเหมือนกัน’ ผู้จัดการคิดถึงความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นถ้าหากเอจิไม่ซื้อ แทนที่จะเป็นสามที่ที่เลือกไว้ในราคา 50 ล้าน
“ต้องขออภัยด้วยนะครับคุณเอจิ ผมจะขายให้ในราคา 50 ล้านตามที่คุณพูดไว้ก็แล้วกัน ถ้าอย่างนั้นเชิญมาทำสัญญากันที่ด้านนี้เลยครับ”
เอจิยิ้มขึ้นก่อนจะพูดว่า
“ได้ครับ”
จากนั้นทั้งคู่ก็ทำสัญญาซื้อขายพร้อมกับจ่ายเงินให้กับผู้จัดการก่อนที่จะปั่นจักรยานกลับบ้านด้วยรอยยิ้มราวกับผู้ชนะ
เมื่อมาถึงบ้านก็ค่ำมืดซะแล้ว เอจิเดินเข้ามาในบ้านเห็นแม่กับมิกะกำลังช่วยกันทำอาหารเย็นอยู่ถึงได้เดินขึ้นไปบนห้องพร้อมกับฮัมเพลงฮิตในอนาคตไปด้วย
ปัง เสียงปิดประตูดังขึ้นเอจิก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงพร้อมกับเอาสมุดบัญชีขึ้นมาดู ซึ่งตอนนี้มีเงินอยู่ 48 ล้าน ก่อนจะเก็บไว้ในลิ้นชักพร้อมกับเช็คสถานะตัวเอง
ติ๊ง!
[ภารกิจ : ต่อรองราคา เสร็จสิ้น]
[คุณได้รับ คะแนน 100 คะแนน]
[คุณได้รับ ทักษะ โน้มน้าวจิตใจ]
[คุณต้องการเรียนรู้ ทักษะ โน้มน้าวจิตใน หรือไม่ ?]
“ใช่” เอจิรีบตอบอย่างรวดเร็ว
[คุณได้รับทักษะ การโน้มน้าวจิตในขั้นต้น ค่าประสบการณ์ 5.1%]
ฟู้ว~ ความรู้บางอย่างไหลเข้ามาในสมองจนเอจิจะต้องถอนหายใจออกมาอย่างไม่รู้ตัว
“ไหนลองดูสถานะหน่อยละกัน”
‘สถานะ’
ชื่อ เอจิ
อายุ 18 ปี
อาชีพ นักเรียน
Str : 8
Agi : 10
Int : 18
Luk : 5005
ทักษะ
- พรแห่งผู้สร้าง
- ภาษาอังกฤษ (ขั้นต้น) (94.6%)
- โน้มน้าวจิตใจ (ขั้นต้น) (5.1%)
ร้านค้า Lv.0
คะแนน 100
“ตอนนี้ฉันก็มีอยู่ 100 คะแนนแล้วและได้มาอีก 1 ทักษะ ทักษะโน้มน้าวจิตใจน่าจะเป็นประโยชน์กับธุรกิจในอนาคตแน่นอน”
เอจิพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม หลังจากที่เช็คสถานะเสร็จแล้วเอจิก็ได้ไปอาบน้ำลงไปกินข้าวข้างล่างพร้อมกับครอบครัวด้วยรอยยิ้ม
‘เอจิ/พี่เอจิ วันนี้ดูอารมณ์ดีจังเลยแฮะ’ แม่กับมิกะเมื่อเห็นท่าทางยิ้มแย้มของเอจิก็อดไม่ได้ที่จะสงสัยภายในใจ
หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อยและกินข้าวเย็นกันเสร็จหมดแล้วเอจิก็ขอตัวขึ้นไปบนห้องของตนเอง เมื่อขึ้นมาแล้วเขาก็ได้ล้มตัวลงนอนบนเตียงในขณะที่กำลังคิดว่า
‘พรุ่งนี้จะทำอะไรดีนะเงินก็มีแล้ว ที่ดินในอนาคตก็มีแล้ว…ถือเป็นการเริ่มต้นที่ตัวฉันในชีวิตก่อนไม่มีทางทำได้เลย’
หลังจากที่คิดไปสักพักเอจิก็หลับไปอย่างรวดเร็ว เนื่องจากความเหนื่อยล้าที่เกิดขึ้นในจิตใจของเขา