โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พลอย-เมนู แฉ บุ้งทะลุวัง! แกะประเด็น ถอดบทเรียน เยาวชนของชาติ ถูกหลอกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมืองได้อย่างไร ?

The Structure

อัพเดต 04 ก.ย 2566 เวลา 19.42 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2566 เวลา 12.42 น. • The Structure

เมื่อวานนี้ (3 ก.ย. 66) CSI LA เผยแพร่คลิปสัมภาษณ์ น.ส. สุพิชฌาย์ ชัยลอม หรือ เมนู (ปัจจุบันใช้ชื่อ เมลิญณ์) และ น.ส.เบญจมาภรณ์ นิวาส หรือ พลอย 2 อดีตสมาชิกกลุ่มทะลุวัง ถึงวิธีการหลอกใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือ สามารถแยกประเด็นสำคัญได้ดังต่อไปนี้

1 สมาชิกในกลุ่ม

2 การชักชวนให้เข้าร่วม

3 การจัดการภายในกลุ่ม

4 การใช้ความรุนแรง

5 แรงบีบบังคับจากครอบครัว

6 ชีวิตในกลุ่มทะลุวัง

7 เส้นทางการเงินของกลุ่ม

8 ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทะลุวังกับพรรคก้าวไกล – คณะก้าวหน้า

9 บาดแผลทางใจที่ได้จากการอยู่ร่วมกับกลุ่มทะลุวัง

10 มันคือลัทธิหรือไม่ ?

—1 สมาชิกในกลุ่ม—พลอยเข้าร่วมช่วงอายุ 15 – 16 ปี ในขณะที่เมนูเข้าร่วมช่วงอายุ 19 ปี เมนูระบุว่า สมาชิกในกลุ่มมีกันเกือบ 10 แต่ที่ออกหน้าจริง ๆ มีแค่ 4 นอกนั้นจะเป็นกลุ่มผู้สนับสนุน สร้างเนื้อหา คอนเทนต์ ทั้งพลอยและเมนูระบุตรงกันว่าสมาชิกในกลุ่มมีแต่เด็ก พลอยกล่าวเสริมว่ามีแต่บุ้งกับแฟนของเขาเท่านั้นที่เป็นผู้ใหญ่ อายุที่น้อยที่สุดในกลุ่ม พลอยระบุว่าอายุ 15 – 16 ปี

—2 การชักชวนให้เข้าร่วม

—ทั้ง เมนู และพลอย ต่างมีจุดเริ่มต้นที่ความสนใจในประเด็นทางสังคม โดยเมนูสนใจความรุนแรงทางเพศ ในขณะที่พลอยสนใจเรื่องการศึกษา และออกมาแสดงออก จนกระทั่ง น.ส. เนติพร เสน่ห์สังคม หรือบุ้ง แกนนำกลุ่มทะลุวังเข้ามาติดต่อ ให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือ ก่อนที่จะเริ่มชักชวนให้มาเข้าร่วม

3 การจัดการภายในกลุ่ม—พลอยระบุว่า ในกลุ่มทั้งหมดเป็นเยาวชน มีเพียงบุ้งเท่านั้นที่เป็นผู้ใหญ่ ทั้งกลุ่มมีจุดหมายร่วมกันคือการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย โดยไม่ได้คิดถึงว่าจะมีมิติอื่นเช่น อำนาจที่ทับซ้อน หรือปัญหาที่ทับซ้อนมากกว่านั้น ไม่ว่าจะเป็นความเป็นเด็ก-ผู้ใหญ่ วุฒิภาวะในการตัดสินใจ หรือความรุนแรงที่พวกเธอจะต้องพบเจอต่อไปในอนาคต ที่นอกเหนือไปจากอุดมการณ์ของพวกเธอ ตอนนั้นเธอเพียงคิดแค่ว่ามีคนยืนเคียงข้างก็พอแล้วเมื่อถูกถามถึงระบบการบริหารจัดการ แบ่งอำนาจ เมนูส่ายหน้าก่อนที่จะตอบว่า “มันไม่มีค่ะ รูปแบบการทำงานคือมั่วเลย” ใครทำอะไรได้ก็ทำ บางทีคนเดียวทำทั้งหมดเลยก็มี แต่ถึงจะแบบนั้น ก็ยังมีการแบ่งแยกชนชั้นกันอยู่ มีความพยายามแบ่งแยกว่าใครเป็นทะลุวังจริง ไม่จริง อีกทั้งยังมีความพยายามที่จะให้คำทะลุวังเป็นเหมือนนามสกุลต่อท้าย เป็นเกียรติยศ และการเป็นที่ยอมรับภายในกลุ่ม

เมื่อมีการถามถึงการวางกฎระเบียบภายในกลุ่ม เมนูตอบว่า ไม่มี และด้วยความไม่มีนั่นเองที่สร้างช่องว่างให้เกิดการใช้อำนาจบีบบังคับได้ง่าย และทำอะไรไม่ได้ด้วย มีความพยายามในการใช้คำพูดเพื่อการบีบบังคับด้วยคำพูด เพื่อให้เกิดความรู้สึกว่าเป็นตัวประหลาดภายในกลุ่ม จนเข้ากับใครไม่ได้ ส่วนพลอยเองก็ยอมรับว่ามีเหตุการณ์เช่นนั้นเกิดขึ้นกับเธอด้วยเช่นกัน ก่อนที่จะกล่าวเสริมว่า ที่มาของอำนาจมาจากความต้องการที่จะพึ่งพาบุ้ง ทำให้เธอต้องยอมจำนน—-4 การใช้ความรุนแรง—เมนูกล่าวว่าในช่วงแรก ๆ ยังมีการวางแผน วางประเด็นในการสื่อสารออกไป มีการสรุปประเด็นในการสื่อสาร ที่มาจากกลุ่มของพวกเธอเอง มาจากความสามารถของทุกคนในกลุ่ม ไม่ได้มาจากบุ้ง จึงยังไม่มีการใช้ความรุนแรง ในตอนนั้นบุ้งเพียงทำหน้าที่ดูแลทุกคน แต่ในเวลาต่อมา บุ้งเสนอให้ใช้ความรุนแรงตอบโต้กับรัฐ เนื่องจากในช่วงนั้นทะลุวังโดนหนักมาก ทั้งโนตามและโดนหมายจับ 2 ครั้งในอาทิตย์เดียว—5 แรงบีบบังคับจากครอบครัว—เมนูกล่าวว่าทางบ้านของเธอไม่เห็นด้วย เนื่องจากพ่อเป็นตำรวจ พ่อรู้อยู่แล้วว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร จึงต่อต้านและดุด่า แต่ในเวลานั้นเธอยังเชื่อมั่นในอุดมการณ์ เชื่อว่าตัวเองจะไม่เป็นอะไร ภาพในหัวยังสดใส ไม่เชื่อ จึงตัดสินใจย้ายมาอยู่อาศัยกับบุ้งพลอยกล่าวว่า แม่ของเธอไม่มีเงิน ต้องอาศัยเงินจากพ่อ แต่เมื่อพ่อทราบว่ามาร่วมกิจกรรมแบบนี้ จึงตัดการสนับสนุนทางการเงินกับเธอ เธอจึงจำเป็นต้องพึ่งพาบุ้ง ทำให้บุ้งมีอำนาจในชีวิตของเธอมากขึ้นกว่าเดิม

6 ชีวิตในกลุ่มทะลุวัง—พลอยกล่าวว่าในช่วงแรก บุ้งดูแลเสมือนหนึ่งผู้ให้กำเนิด แต่เมื่ออยู่ด้วยนาน ๆ เข้าก็เริ่มขูดรีดผลประโยชน์ บุ้งอาศัยการออกไปทำกิจกรรมของพวกเธอ เพื่อใช้เป็นผลงานในการขอทุน ซึ่งตัวบุ้งเองก็ไม่ได้ทำงานอะไรแล้ว และเมื่อพวกเธอเหน็ดเหนื่อยจากการทำกิจกรรม “หมดไฟ เหนื่อย ไม่อยากทำ” บุ้งก็จะเริ่มใช้ความรุนแรง ทั้งทางวาจาและวิธีการต่าง ๆ

การใช้ความรุนแรงมีตั้งแต่การตะโกนด่าทอ การปิดประตูใส่หน้า เป็นการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเหมือนกับที่เธอเคยได้รับจากพ่อ บุ้งจะทำตัวว่าตนเองถูกเสมอ ต่อให้เธอเป็นฝ่ายถูก บุ้งก็จะใช้วาทศิลป์พูดให้เธอผิดอยู่ดีในขณะที่เมนูนั้น ไม่พบประสบการณ์ลักษณะนั้นเต็มที่มาก เนื่องจากเธอมีความสามารถในการช่วยเหลือตัวเองได้ บุ้งจึงไม่กล้าทำอะไรเธอ แต่บุ้งจะใช้วิธีการยุแยงกับคนอื่นใส่ความว่าเธอเป็นคนไม่ดี ในช่วงนั้นสุขภาพจิตของทุกคนแย่ ตัวเธอเองก็โดนหมายจับ เครียดจนเผลอเหวี่ยงใส่เพื่อน เป็นช่องว่างให้เกิดการใส่ความว่าเธออิจฉาเพื่อน ตั้งใจทำร้ายเพื่อน“พยายามล็อบบี้คนให้ไปอยู่กับเขาแล้ว ให้รู้สึกหมดความเชื่อมั่นในตัวเรา มันมีสิ่งนี้เกิดขึ้นจริง ถึงแม้เราจะไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรบ้าง แต่ว่ามันมี” เมนูกล่าวเมนูระบุว่าเมื่อมีบุ้งอยู่ บรรยากาศมันแย่มาก ๆ เหมือนอยู่ในนรก ทุกคนไม่มีความสุข ไม่กล้าทำอะไร อึกอัด ไม่เป็นตัวของตัวเอง ทุกคนอยากออกจากพื้นที่ตรงนั้น แต่ว่าออกไม่ได้ เพราะว่าต่างก็มีกันและกันอยู่ เกาะกลุ่มกันแล้วก็ตัวหด

ยิ่งพอโดนหมายจับ แทนที่จะได้พักหายใจตั้งสติ พวกเธอกลับกลัวกันไปเอง หนีหัวซุกหัวซุน ทั้ง ๆ ที่ความจริงแล้ว มันก็ไม่ได้มีอะไร ทุกคนเครียด เธอเองก็เครียดจนต้องเข้าพบจิตแพทย์เพื่อขอรับการรักษา—7 เส้นทางการเงินของกลุ่ม—เมนูระบุว่า บุ้งเป็นคนมีแนวทางของตัวเองที่จะใช้ความรุนแรง ไม่มีทางที่พรรคไหนจะอยู่เบื้องหลังได้ จากนั้นพลอยกล่าวว่าเงินส่วนหนึ่งมาจากแฟนบุ้ง และมีแหล่งเงินทุนที่มาจากต่างประเทศ ซึ่งทางกลุ่มทำหนังสือยื่นขอเงินสนับสนุนการทำกิจกรรมของพวกเธอ แต่เงินทั้งหมดเข้าบัญชีของบุ้ง แล้วบุ้งบริหารเงินเองทั้งหมด บุ้งใช้จ่ายเพื่อเรื่องส่วนตัวของบุ้งและแฟน และเพื่อกลุ่มทะลุวังของพวกเธอ แต่พวกเธอไม่สามารถตรวจสอบบัญชีไม่ได้ จึงไม่ทราบว่ามีการบริหารใช้จ่ายอย่างไร มีรายได้เท่าไร แต่ที่แน่ ๆ คือบุ้งไม่มีงานทำ ซึ่งเมนูเองก็ยืนยันว่าบุ้งไม่มีงานทำจริง ๆ ส่วนแฟนบุ้ง พลอยระบุว่าเป็นเจ้าของปั๊มน้ำมัน

พลอยกล่าวด้วยว่านอกจากการทำกิจกรรมแล้ว พวกเธอยังต้องออกไปขายของเพื่อหารายได้ ซึ่งบุ้งก็จะอ้างว่าต้องนำไปใช้จ่ายค่าไฟ ค่าบ้าน จิปาถะ เอาเงินจากพวกเธอไปทั้งหมด

—8 ความสัมพันธ์ระหว่างกลุ่มทะลุวังกับพรรคก้าวไกล – คณะก้าวหน้า—พลอยกล่าวว่าไม่มีพรรคการเมืองใดเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจริง ๆ ส่วนเมนูกล่าวเสริมว่าพรรคก้าวไกลเองก็โดนบุ้งด่าเยอะมากเหมือนกัน โดยในวันที่เธอต้องไปช่วยงานกลุ่มนักเรียนเลวประท้วงหน้ากระทรวง เธอต้องรีบออกไปก่อน เพื่อไปสัมภาษณ์กับนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ และ น.ส. พรรณิการ์ วานิช ที่ตึกไทยซัมมิท ซึ่งบุ้งไม่พอใจ แล้วด่าพรรคก้าวไกลผ่านเธอ

—9 สาเหตุของการออกจากกลุ่ม—ทั้งพลอยและเมนู ออกมาจากกลุ่มพร้อม ๆ กัน โดยพลอยให้เหตุผลว่าเธอถูกบุ้งทำร้ายมามากพอแล้ว ทนไม่ไหว อีกทั้งเธอมองไม่เห็นอนาคตของตัวเองเมื่ออยู่ในกลุ่ม เนื่องจากเธอเครียด โดนคดีจนขอลาออกจากโรงเรียน มองไม่ออกว่าจะเรียนต่อมหาวิทยาลัยอย่างไร ชีวิตที่อยู่ในกลุ่มก็โดนทำร้ายมาก ๆ เป็นวังวนที่ไม่มีทางออก จนมีเพื่อนมาเสนอทางเลือกให้ในจังหว่ะที่บุ้งไม่ได้อยู่กับเธอ

—10 บาดแผลทางใจที่ได้จากการอยู่ร่วมกับกลุ่มทะลุวัง—พลอยระบุว่า บุ้งไม่ได้ใช้คำหยาบคาย แต่จะใช้คำพูดเพื่อการด้อยค่า ทำให้เธอรู้สึกว่าจะอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีบุ้ง ในขณะที่เมนูกล่าวว่าบุ้งจะใช้คำพูดด้อยค่าให้เธอรู้สึกมีปม เหมือนไม่เก่งอะไรเลย ไม่เหลือใครจนต้องพึ่งพาเขา“เขาทำให้คนรู้สึกว่าต้องพึ่งพาเขา ขาดเขาไม่ได้เลยชีวิตนี้ เขาเป็นคนที่สำคัญมาก ๆ เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อทดแทนบุญคุณเขา นั่นคือสิ่งที่ทุกคนรู้สึกได้จากทุกคำพูดของบุ้งเลยว่าเหมือนเราต้องทำอะไรสักอย่าง ถ้าเราอยู่นิ่ง ๆ เราจะผิด ถ้าเราเหนื่อย เราจะผิดมาก ๆ เราต้องเก็บความเหนื่อยเอาไว้ เราก็ต้องเคลื่อนไหว ไม่งั้นเราจะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ เป็นคนที่น่าเกลียดไปเลย” เมนูกล่าวเมนูกล่าวต่อว่า หลังเจอภาวะความเหนื่อยสะสม มันเหมือนกองขยะที่ถูกทับถม มันเครียดมากจากคนที่เคยร่าเริง กลายเป็นคนที่ท้อถอย ไม่อยากจะทำอะไรเลย แค่รอให้วันคืนผ่านไปวัน ๆ มองไม่เห็นความช่วยเหลือจากคนรอบตัว และไม่เคยสื่อสารออกไป เพราะคิดว่าตนเองไม่มีใคร

เมนูระบุว่า ในวันที่ทุกคนโดนหมายจับ ทุกคนทะเลาะกับบุ้ง แล้วบุ้งก็ทะเลาะกับแฟน แล้วบุ้งกลับมาระบายอารมณ์ใส่ทุกคนต่อ บุ้งขู่ทุกคนว่าใครพูดถึงแฟนเขาในทางที่ไม่ดี บุ้งก็พร้อมจะตัดทุกคนออกไปจากกลุ่ม บรรยากาศในวันนั้น ทุกคนตึงเครียดมาก ไม่มีใครนอนหลับลง แต่กลางดึก จู่ ๆ บุ้งก็บอกทุกคนว่าจะไปเที่ยวให้รีบเก็บของถายใน 1 ชั่วโมง ทำให้เมื่อถูกจับในเวลาต่อมา ทุกคนจึงอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย เนื่องจากไม่ได้นอน เพราะบรรยากาศที่บุ้งสร้างขึ้นมา—11 มันคือลัทธิหรือไม่ ?—แอดมิน CSI LA กล่าวว่า วิธีการเหล่านี้ คือวิธีการที่พวกกลุ่มลัทธินิยมใช้กันเพื่อการครอบงำคน รู้ตัวหรือไม่ว่ากำลังโดนหลอก เมนูตอบว่าก็เหมือนมาก โดยในช่วงที่มีความรุนแรง บุ้งจะชักชวนให้ทุกคนตรงนั้นไปร่วมด่ากับบุ้ง แต่ตอนนั้นเธอกำลังตั้งใจเรียนอยู่ จึงไม่ได้ไปเข้าร่วม แต่สัมผัสได้ถึงความ toxic แต่ก็มีหลายครั้งที่คล้อยตามเขา เพราะเห็นว่าเขาถูกต้อง ทุกคนในเวลานั้นมีความรู้สึกอยากปกป้องบุ้ง อยากเคียงข้างบุ้งมาก จนกระทั่งเริ่มสงสัย จึงเดินออกมา

ที่มา: https://www.youtube.com/watch?v=ZZb3VCmO_SM

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...