นายกฯ ร่วมงานเลี้ยงรับรอง 77 ปีสาธารณรัฐประชาชนจีน สานต่อมิตรภาพ “50 ปีทองไทย–จีน”
วันที่ 17 กันยายน 2569 เวลา 18.30 น. ณ ห้องเพลนารี (Plenary) ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมงานเลี้ยงรับรองเนื่องในโอกาสครบรอบ 77 ปี วันสถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน
เมื่อเดินทางถึง นายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับจากนายอู๋ จื้ออู่ (Mr. Wu Zhiwu) อุปทูตรักษาราชการแทนเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ก่อนมอบแจกันดอกไม้เพื่อแสดงความยินดี ในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติได้ร่วมยืนถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา
จากนั้น นายกรัฐมนตรีได้กล่าวแสดงความยินดีในนามรัฐบาลไทย โดยกล่าวว่า ปัจจุบันจีนเป็นประเทศชั้นนำของโลก การพัฒนาของจีนจึงไม่เพียงสร้างโอกาสและยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนจีน แต่ยังมีบทบาทสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการพัฒนาของภูมิภาคและโลก ขณะที่ประเทศไทยกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านสำคัญ ซึ่งรัฐบาลกำลังเดินหน้าปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ เพื่อวางรากฐานการเติบโตที่เข้มแข็ง ยั่งยืน และทั่วถึง พร้อมเพิ่มบทบาทของไทยในการสร้างประโยชน์แก่ภูมิภาค
นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีนเมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี นับเป็นหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ไทย–จีน และในปีนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ “50 ปีทอง” ของความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังกล่าวถึงการเดินทางเยือนจีนเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเยือนจีนครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรี โดยได้พบกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของจีน ภาคเอกชนไทย และร่วมเปิดสำนักงาน BOI ณ นครเฉิงตู สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการขยายโอกาสทางเศรษฐกิจร่วมกับจีน พร้อมทั้งได้หารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง นายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง และประธานสภาประชาชนแห่งชาติจ้าว เล่อจี้ โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะยกระดับความร่วมมือไทย–จีนใน 3 ประการสำคัญ
ประการแรก สันติภาพและความมั่นคง ไทยและจีนจะร่วมกันส่งเสริมสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค สนับสนุนการยึดมั่นในกรอบและกติกาสากล โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชน โดยเฉพาะความร่วมมือในการปราบปรามขบวนการหลอกลวงออนไลน์ให้หมดไปจากภูมิภาคโดยเร็วที่สุด
ประการที่สอง การสร้างโอกาสแห่งอนาคต ทั้งสองประเทศจะผลักดันความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว ควบคู่กับการยกระดับความเชื่อมโยงทั้งด้านโลจิสติกส์และดิจิทัล ตลอดจนส่งเสริมการลงทุนร่วมกันในเทคโนโลยี นวัตกรรม และอุตสาหกรรมแห่งอนาคต เพื่อสร้างโอกาสใหม่ทางเศรษฐกิจและรองรับการเติบโตในระยะต่อไป
ประการที่สาม คุณภาพชีวิตที่ยั่งยืน ไทยและจีนจะร่วมกันส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนและการลงทุนคุณภาพสูง ควบคู่กับการรักษาระบบนิเวศและรับมือความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งมลพิษทางน้ำและอากาศ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีอวยพรให้มิตรภาพระหว่างประชาชนไทยและจีนยั่งยืน มั่นคง และงอกงามยิ่งขึ้น พร้อมย้ำว่า ไทยและจีนจะร่วมกันสร้างโอกาสใหม่ ๆ และก้าวไปสู่อนาคตที่รุ่งเรืองร่วมกัน