โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัยชนะที่อาจเปลี่ยนอนาคตเทนนิสอาเซียนของ อเล็กซานดรา เอียลา

THE STANDARD

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ชัยชนะที่อาจเปลี่ยนอนาคตเทนนิสอาเซียนของ อเล็กซานดรา เอียลา

ในฐานะสื่อมวลชนสายกีฬา ทำให้รู้แทบจะทันทีว่าวันนี้จะเป็นวันที่วุ่นวายและยิ่งใหญ่ขนาดไหน สำหรับสื่อมวลชนในฟิลิปปินส์ หลังจากที่ อเล็กซานดรา เอียลา นักเทนนิสสาว ซึ่งเป็นมือดีที่สุดในประเทศของพวกเขา คว้าแชมป์ WTA ทัวร์รายการแรกในอาชีพพร้อมกลายเป็นนักเทนนิสจากฟิลิปปินส์คนแรกที่คว้าแชมป์ประเภทเดี่ยวในทัวร์หญิงระดับสูงสุด

ประเด็นสำคัญ

  • รอบชิงชนะเลิศที่ยาวนานกว่าสองวัน
  • การกลับมาที่เริ่มจากความนิ่ง
  • เกมเสิร์ฟที่เริ่มเปลี่ยนจากจุดอ่อนเป็นอาวุธ และการรีเทิร์นที่พลิกเกม
  • มือ 20 ของโลก กับความหมายที่มากกว่าตัวเลข
  • นักกีฬาหนึ่งคนที่แบกความหวังของทั้งประเทศ
  • ความสำเร็จที่ต้องต่อยอดด้วยระบบ ไม่ใช่ความรู้สึก
  • ชัยชนะที่อาจเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ตอนจบ

เอียลา พลิกสถานการณ์จากการเสียเซตแรกมาแซงชนะ เจสสิกา เปกูลา มือ 3 ของโลก 4-6, 6-4, 6-0 คว้าแชมป์ระดับ WTA รายการแรกในชีวิต แม้การแข่งขันต้องกินเวลายาวนานเกือบ 24 ชั่วโมง จากการที่มีฝนที่ตกลงมาเหนือกรุงวอชิงตันอาจทำให้รอบชิงชนะเลิศของ ดีซี โอเพน ต้องยืดออกไปอีกหนึ่งวัน แต่มันก็ไม่สามารถหยุดช่วงเวลาที่กำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์ได้

ชัยชนะครั้งนี้ทำให้เอียลา เก็บเพิ่ม 500 คะแนน และขยับจากอันดับ 28 ขึ้นสู่มือ 20 ของโลก ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดในอาชีพ และเปลี่ยนสถานะของเธอจากดาวรุ่งที่น่าจับตามอง ให้กลายเป็นหนึ่งในนักเทนนิสระดับแนวหน้าของโลกอย่างเต็มตัว

แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในวอชิงตันมีความหมายมากกว่าถ้วยแชมป์หนึ่งใบ เพราะมันอาจเป็นหลักฐานสำคัญว่านักเทนนิสจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สามารถเดินทางไปถึงจุดสูงสุดของกีฬาที่ภูมิภาคนี้แทบไม่เคยมีตัวแทนอยู่ในแถวหน้าได้เช่นกัน

รอบชิงชนะเลิศที่ยาวนานกว่าสองวัน

รอบชิงชนะเลิศเริ่มต้นในวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น ท่ามกลางพายุฝนและฟ้าคะนองที่ทำให้การแข่งขันล่าช้าไปเกือบสามชั่วโมง โดยตอนแรกเปกูลาเป็นฝ่ายเก็บเซตแรก ก่อนเอียลาขึ้นนำ 2-1 ในเซตสอง และฝนก็กลับมาอีกครั้ง

นักกีฬาทั้งสองต้องรออยู่ในห้องแต่งตัวนานหลายชั่วโมง ก่อนฝ่ายจัดการแข่งขันตัดสินใจเลื่อนเกมไปเล่นต่อในวันจันทร์ การแข่งขันที่ใช้เวลาบนคอร์ต 1 ชั่วโมง 45 นาที แต่กินเวลาจริงเกือบ 24 ชั่วโมง และกลายเป็นบททดสอบทั้งด้านร่างกาย สมาธิ และการจัดการอารมณ์ที่หนักกว่ารอบชิงชนะเลิศทั่วไป

การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในวันจันทร์เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนักในเทนนิส แต่ทั้งที่เป็นวันทำงาน ทว่าที่สนาม วิลเลียม เอชจี ฟิตซ์เจอรัลด์ เทนนิส เซนเตอร์ กลับเต็มไปด้วยธงชาติฟิลิปปินส์ พร้อมกับเสียงเชียร์ “Let’s go, Alex” ที่ดังขึ้นแทบทุกเกมเสิร์ฟ

มาร์ก ไอน์ เจ้าของรายการถึงกับกล่าวว่า นี่อาจเป็นบรรยากาศรอบชิงวันจันทร์ที่ดีที่สุดเท่าที่วงการเทนนิสเคยเห็นมา ภาพดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า เอียลาไม่ได้เป็นเพียงนักเทนนิสที่กำลังชนะการแข่งขัน แต่เป็นนักกีฬาที่สามารถดึงชุมชนทั้งประเทศให้เดินทางตามเธอไปทุกสนาม

การกลับมาที่เริ่มจากความนิ่ง

เมื่อการแข่งขันกลับมาเล่นต่อหลังจากพักไปเกือบ 24 ชั่วโมง เอียลาไม่ได้เร่งเกมอย่างไร้ทิศทาง เธอรักษาเกมเสิร์ฟของตัวเอง รอให้เปกูลาเริ่มกดดันตัวเอง และฉวยโอกาสเบรกในเกมที่สิบของเซตสองเพื่อปิดเซต 6-4

จากนั้นทุกอย่างก็เปลี่ยนไป เอียลาชนะติดต่อกันแปดเกม และกวาดเซตตัดสิน 6-0 โดยเสียเพียงแปดแต้ม พร้อมกับที่เปกูลาจบการแข่งขันด้วยความผิดพลาดที่นับเป็นอันฟอร์ซเออร์เรอร์ มากถึง 50 ครั้ง

แต่ความผิดพลาดเหล่านั้นไม่ได้ลอยมาเอง หากถูกสร้างจากการคืนลูกที่ลึก ความเร็วของลูกจากท้ายคอร์ต และแรงกดดันที่เอียลาส่งกลับไปทุกครั้ง

การเอาชนะเปกูลาอาจเป็นชัยชนะที่ใหญ่ที่สุดในอาชีพของเอียลา แต่เมื่อมองตลอดเส้นทางในวอชิงตัน ดีซี จะเห็นได้ว่ามันไม่ได้เกิดจากโชค

เธอผ่านทั้งแชมป์โอลิมปิกอย่าง เจิ้ง ฉินเหวิน, แชมป์เก่าอย่าง เลย์ลาห์ เฟอร์นันเดซ, มือ 10 ของโลกอย่าง เอลินา สวิโตลินา และแชมป์แกรนด์สแลมสี่สมัยอย่าง นาโอมิ โอซากะ ก่อนโค่นมือวางอันดับหนึ่งในรอบชิง

เธอเอาชนะมือวางสามอันดับแรกของรายการครบทั้งหมด เส้นทางเช่นนี้ทำให้ถ้วยแชมป์รายการนี้มีน้ำหนักมากขึ้น เพราะเอียลาไม่ได้หลบคู่แข่งระดับโลก แต่เดินผ่านพวกเขาทีละคน

เกมเสิร์ฟที่เริ่มเปลี่ยนจากจุดอ่อนเป็นอาวุธ และการรีเทิร์นที่พลิกเกม

ตลอดช่วงที่ผ่านมา นักวิเคราะห์จำนวนไม่น้อยตั้งคำถามว่า เอียลาจะไปได้ไกลแค่ไหน หากเกมเสิร์ฟยังไม่มีพลังเทียบเท่าผู้เล่นระดับท็อป

แต่ในดีซี เธอเริ่มแสดงให้เห็นว่า การเสิร์ฟที่ดีไม่จำเป็นต้องมีความเร็วแตะ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเสมอไป เอียลาใช้ทิศทาง การหมุนของลูก และความหลากหลายเพื่อทำให้คู่แข่งอ่านเกมยาก

โดยเฉพาะแมตช์กับโอซากะที่เธอเก็บแต้มจากลูกเสิร์ฟสองได้เกือบ 79 เปอร์เซ็นต์ จุดแข็งของเธอจึงไม่ได้อยู่ที่อาวุธชิ้นเดียว แต่คือการรวมอาวุธหลายแบบเข้าด้วยกันจนคู่แข่งไม่รู้ว่าจะถูกโจมตีจากมุมใด

หากเกมเสิร์ฟคือส่วนที่เอียลากำลังพัฒนา การรีเทิร์นคืออาวุธที่พาเธอมาถึงระดับนี้ เพราะนักเทนนิสถนัดซ้ายจากฟิลิปปินส์ยืนรับลูกอย่างดุดัน อ่านทิศทางได้เร็ว และสามารถเปลี่ยนลูกเสิร์ฟของคู่แข่งให้กลายเป็นจังหวะรุกของตัวเองทันที

สิ่งนี้ทำให้แม้แต่ผู้เล่นประสบการณ์สูงอย่างเปกูลาไม่สามารถเล่นเกมเสิร์ฟได้อย่างสบายใจ เมื่อถูกบีบให้ต้องเสิร์ฟใกล้เส้นมากขึ้น ความผิดพลาดก็เพิ่มตามมา เอียลาจึงเป็นนักเทนนิสที่ทำให้คู่แข่งรู้สึกว่า ไม่มีแต้มใดง่าย แม้ในเกมที่พวกเขาควรเป็นฝ่ายเริ่มต้นด้วยความได้เปรียบ

มือ 20 ของโลก กับความหมายที่มากกว่าตัวเลข

หนึ่งปีก่อน เอียลาเคยเข้าใกล้แชมป์ WTA ครั้งแรกที่อีสต์บอร์น เธอมีโอกาสปิดการแมตช์ถึงสี่ครั้ง แต่กลับพ่าย มายา จอยต์ ในเกมสามเซตที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ความพ่ายแพ้ครั้งนั้นอาจเป็นหนึ่งในบทเรียนที่สำคัญที่สุดของเธอ เพราะเมื่อกลับมาอยู่ในสถานการณ์ชิงแชมป์อีกครั้งที่วอชิงตัน เอียลาดูสงบนิ่งกว่าเดิม

ในเกมที่ดีซี เธอไม่รีบปิดแต้ม ไม่หลุดจากแผน และเมื่อได้เปรียบในเซตตัดสินก็ไม่เปิดโอกาสให้คู่แข่งกลับมา บางครั้งนักกีฬาไม่ได้เติบโตจากวันที่ชนะ แต่เติบโตจากวันที่เข้าใกล้ความสำเร็จแล้วปล่อยให้มันหลุดมือ

แชมป์ดีซี โอเพน ทำให้เอียลาได้รับคะแนนสะสม 500 คะแนน ขยับจากอันดับ 28 ขึ้นสู่อันดับ 20 ของโลก พร้อมกระโดดขึ้นสู่อันดับ 14 ในการแข่งขันสะสมคะแนนเพื่อไป WTA ไฟนอลส์

ตัวเลขเหล่านี้ยืนยันว่า เธอไม่ได้เป็นเพียงนักเทนนิสที่มีช่วงเวลาร้อนแรงชั่วคราว แต่กำลังสร้างฤดูกาลที่มีความต่อเนื่อง

การติดท็อป 20 ยังช่วยให้เธอได้สถานะมือวางในรายการใหญ่ ลดโอกาสเจอคู่แข่งอันดับสูงตั้งแต่รอบแรก และเปิดประตูสู่การแข่งขันในรอบลึกมากขึ้น จากนี้ทุกชัยชนะจึงมีโอกาสต่อยอดอย่างเป็นระบบกว่าเดิม

นักกีฬาหนึ่งคนที่แบกความหวังของทั้งประเทศ

เอียลาพูดอยู่เสมอว่า ความสำเร็จนี้เป็นผลจากการทำงานหนักของตัวเอง แต่เธอก็รับรู้ชัดเจนว่า ทุกครั้งที่ลงสนามเธอมีความหวังของชาวฟิลิปปินส์ติดตามไปด้วย

แฟนเทนนิสถือธงชาติ เดินทางมายังสหรัฐฯ และติดตามการแข่งขันในช่วงเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย เพราะพวกเขาไม่ได้เห็นเพียงนักกีฬาคนหนึ่ง หากเห็นตัวแทนของประเทศที่แทบไม่เคยมีพื้นที่ในเทนนิสระดับโลก

เปกูลาเองยังยอมรับว่า บรรยากาศเช่นนี้อาจไม่สนุกสำหรับคู่แข่ง แต่มีคุณค่าต่อการเติบโตของกีฬา เพราะเอียลากำลังทำให้คนกลุ่มใหม่รู้สึกว่า เทนนิสเป็นกีฬาของพวกเขาเช่นกัน

อาเซียนมีประชากรมากกว่า 680 ล้านคน แต่แทบไม่เคยมีนักเทนนิสประเภทเดี่ยวที่ยืนระยะในระดับท็อป 20 ของโลกได้อย่างต่อเนื่อง

ความสำเร็จของเอียลาจึงมีความหมายต่อทั้งภูมิภาค เพราะมันทำลายข้อจำกัดทางจินตนาการว่า นักกีฬาจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมาะกับกีฬาบางประเภทเท่านั้น

เด็กในมะนิลา กรุงเทพฯ จาการ์ตา หรือฮานอย อาจเริ่มจับแร็กเกตพร้อมความเชื่อใหม่ว่า เส้นทางสู่ WTA ทัวร์ ไม่ได้ไกลจนเป็นไปไม่ได้ เมื่อมีใครสักคนจากภูมิภาคเดียวกันยืนถือถ้วยแชมป์ให้เห็นอยู่ตรงหน้า

ความสำเร็จที่ต้องต่อยอดด้วยระบบ ไม่ใช่ความรู้สึก

อย่างไรก็ตาม แรงบันดาลใจเพียงอย่างเดียวไม่สามารถสร้างนักเทนนิสรุ่นใหม่ได้ ความสำเร็จของเอียลาควรผลักให้สมาคมกีฬา รัฐบาล และภาคเอกชนในอาเซียนกลับมามองโครงสร้างเทนนิสอย่างจริงจัง

ตั้งแต่จำนวนคอร์ตที่เข้าถึงได้ ระบบฝึกสอน การแข่งขันเยาวชน ทุนเดินทาง และการส่งนักกีฬาไปแข่งขันในต่างประเทศ เพราะเทนนิสเป็นกีฬาที่มีต้นทุนสูงและต้องสะสมประสบการณ์ระดับนานาชาติเป็นเวลาหลายปี

หากภูมิภาคต้องการให้มี ‘เอียลาคนต่อไป’ ความตื่นเต้นหลังชัยชนะต้องถูกเปลี่ยนเป็นการลงทุนที่ต่อเนื่อง ไม่ใช่จบลงพร้อมกระแสข่าวไม่กี่วัน

เส้นทางของเอียลาไม่ได้เกิดจากการตื่นขึ้นมาแล้วกลายเป็นผู้เล่นท็อป 20 เธอเติบโตผ่านการแข่งขันเยาวชนระดับสูง การฝึกซ้อมนอกประเทศ และการเผชิญหน้ากับผู้เล่นที่แข็งแกร่งกว่ามาตั้งแต่อายุยังน้อย

ความสำเร็จที่วอชิงตันดีซี จึงเป็นผลลัพธ์ของระบบสนับสนุน ครอบครัว ทีมโค้ช และการตัดสินใจลงทุนกับอาชีพระยะยาว เรื่องราวนี้ควรเป็นบทเรียนว่า อาเซียนอาจมีพรสวรรค์มากมาย แต่พรสวรรค์จะไปไม่ถึงระดับโลก หากไม่มีเส้นทางที่ชัดเจนตั้งแต่เยาวชนถึงอาชีพ

เอียลาเป็นข้อพิสูจน์ว่า เมื่อความสามารถได้พบกับโครงสร้างที่เหมาะสม เพดานของนักกีฬาจากภูมิภาคนี้อาจสูงกว่าที่เคยคิด

ชัยชนะที่อาจเป็นจุดเริ่มต้น ไม่ใช่ตอนจบ

หลังรับถ้วยแชมป์ เอียลากล่าวว่า เธอรู้สึกถึงความรักจากครอบครัว เพื่อนร่วมทัวร์ และชาวฟิลิปปินส์ทั่วโลก จนเชื่อว่าไม่ว่าผลการแข่งขันจะออกมาอย่างไร มันก็เป็นชัยชนะของเธออยู่แล้ว แต่ประโยคสำคัญยิ่งกว่าคือการบอกว่า “ไม่ใช่โอกาสชิงแชมป์ครั้งสุดท้าย”

ความมั่นใจดังกล่าวไม่ได้ฟังดูเกินจริงอีกต่อไป เพราะเธอพิสูจน์ด้วยผลงานแล้วว่า สามารถชนะนักเทนนิสที่ดีที่สุดได้ต่อเนื่อง และสามารถกลับมาจากความผิดหวังในอดีตได้อย่างแข็งแกร่งกว่าเดิม

ถ้วยแชมป์ที่วอชิงตันดีซี จึงอาจเป็นเพียงแชมป์แรกของอเล็กซานดรา เอียลา แต่สำหรับฟิลิปปินส์และอาเซียน มันอาจเป็นมากกว่านั้น

มันคือภาพของนักกีฬาจากภูมิภาคที่เคยอยู่ชายขอบของวงการเทนนิส กำลังยืนอยู่กลางสนามระดับโลก พร้อมอันดับ 20 ข้างชื่อของตัวเอง

และกำลังบอกคนรุ่นต่อไปโดยไม่ต้องใช้คำพูดว่า เส้นทางนี้อาจยาก อาจไกล และอาจเต็มไปด้วยวันที่ฝนตก แต่ไม่ได้หมายความว่าไปไม่ถึง

อ้างอิง

ภาพ:Scott Taetsch / Getty Images

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...