โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

ความหวังใหม่ ยามะเร็งผิวหนัง mRNA ผ่านเฟส 3 ลดเป็นซ้ำ-แพร่กระจาย

Thaiger

อัพเดต 14 นาทีที่แล้ว • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวประเทศไทย

Merck และ Moderna ประกาศผลการทดลองระยะที่ 3 ของยา intismeran autogene ยา mRNA ที่ออกแบบเฉพาะผู้ป่วยแต่ละคน เมื่อใช้คู่กับยาภูมิคุ้มกันบำบัด Keytruda ในผู้ป่วยมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาความเสี่ยงสูง พบว่าช่วยลดโอกาสที่มะเร็งจะกลับมาและแพร่ไปยังอวัยวะห่างไกล ได้ดีกว่าการใช้ Keytruda เพียงอย่างเดียวอย่างชัดเจน

แต่ผลนี้ยังไม่ได้แปลว่ารักษาหายขาด หรือกันมะเร็งไม่ให้กลับมาได้ 100 เปอร์เซ็นต์ บริษัทเพิ่งเปิดเผยแค่ว่าการทดลองได้ผลดีกว่าอย่างมีนัยสำคัญ แต่ยังไม่บอกตัวเลขว่าลดความเสี่ยงลงกี่เปอร์เซ็นต์

ยานี้ไม่ใช่วัคซีนกันมะเร็งแบบที่หลายคนเข้าใจ

สื่อต่างประเทศหลายแห่งเรียก intismeran ว่า “วัคซีนมะเร็ง mRNA” ทำให้เข้าใจผิดได้ง่าย เพราะยานี้ไม่เหมือนวัคซีนที่ฉีดให้คนสุขภาพดีเพื่อป้องกันโรค

ยาใช้กับคนที่ตรวจพบว่าเป็นมะเร็งผิวหนังเมลาโนมาแล้ว และผ่าตัดเอาก้อนมะเร็งออกหมดแล้ว เป้าหมายคือกันไม่ให้มะเร็งกลับมาอีก กลุ่มที่ใช้คือผู้ป่วยระยะ IIB, IIC, III และ IV ซึ่งเป็นระยะที่เสี่ยงกลับเป็นซ้ำสูง

ยาถูกสร้างจากมะเร็งของคนไข้ทีละคน

ยานี้ต่างจากยาทั่วไปคือ ผู้ป่วยแต่ละคนไม่ได้รับยาสูตรเดียวกัน แต่ได้ยาที่ปรุงขึ้นจากมะเร็งของตัวเอง

ขั้นตอนคือ แพทย์นำตัวอย่างเนื้องอกของผู้ป่วยไปวิเคราะห์หาการกลายพันธุ์เฉพาะตัวของมะเร็งก้อนนั้น จากนั้นสร้าง mRNA ที่ระบุเป้าหมายบนผิวเซลล์มะเร็งได้สูงสุด 34 จุด เป้าหมายเหล่านี้เรียกว่า neoantigens เปรียบเหมือนป้ายบอกว่าเซลล์ไหนคือมะเร็ง

เมื่อฉีดเข้าไป ยาจะฝึกให้ระบบภูมิคุ้มกันจดจำป้ายเหล่านี้ แล้วสั่งให้เม็ดเลือดขาวชนิด T cells เข้าโจมตีเฉพาะเซลล์มะเร็งของเจ้าของร่างกายรายนั้น พูดง่ายๆ คือยาออกแบบจาก “ลายนิ้วมือทางพันธุกรรม” ของมะเร็งแต่ละคน

ยามะเร็งผิวหนัง mRNA

ทำไมต้องใช้คู่กับ Keytruda

intismeran ไม่ได้ทำงานตัวเดียว แต่ใช้ร่วมกับ Keytruda หรือชื่อสามัญ pembrolizumab ยาภูมิคุ้มกันบำบัดกลุ่ม anti-PD-1 ที่ใช้รักษามะเร็งหลายชนิดอยู่แล้ว

มะเร็งมีกลไกเอาตัวรอดอย่างหนึ่ง คือใช้โปรตีน PD-1 เป็นเหมือนเบรกกดไม่ให้เซลล์ภูมิคุ้มกันทำงาน หน้าที่ของ Keytruda คือปลดเบรกตัวนี้ ส่วน intismeran ทำหน้าที่บอกภูมิคุ้มกันว่าต้องโจมตีอะไร

ยาสองตัวจึงเสริมกัน ตัวหนึ่งชี้เป้า อีกตัวเปิดทางให้ภูมิคุ้มกันเข้าโจมตีได้เต็มที่ แทนที่จะกระตุ้นภูมิคุ้มกันด้านเดียว

การทดลองเฟส 3 ทำกับผู้ป่วย 1,137 คน

การทดลองระยะที่ 3 ชื่อ INTerpath-001 มีผู้เข้าร่วม 1,137 คนจากหลายประเทศ ทุกคนเป็นผู้ป่วยเมลาโนมาผิวหนังระยะ IIB ถึง IV ที่ผ่าตัดเอามะเร็งออกหมดแล้ว และไม่เคยได้รับยาที่ออกฤทธิ์ทั่วร่างกายมาก่อน

ผู้เข้าร่วมถูกแบ่งด้วยการสุ่มในอัตรา 2 ต่อ 1 กลุ่มแรกได้ intismeran คู่กับ Keytruda อีกกลุ่มได้ Keytruda อย่างเดียว ให้การรักษานานราว 1 ปี

ผลออกมาว่าสูตรผสมผ่านเป้าหมายสำคัญทั้งสองข้อ ข้อแรกคือ Recurrence-Free Survival หรือระยะเวลาที่มะเร็งไม่กลับมาเป็นซ้ำ ผู้ป่วยกลุ่มสูตรผสมมีช่วงเวลานี้ยาวนานกว่า ข้อสองคือ Distant Metastasis-Free Survival หรือระยะเวลาที่มะเร็งไม่แพร่ไปอวัยวะอื่น กลุ่มสูตรผสมก็ยาวนานกว่าเช่นกัน

ด้านความปลอดภัย Merck ระบุว่ารูปแบบผลข้างเคียงยังสอดคล้องกับการศึกษาก่อนหน้า และไม่พบสัญญาณอันตรายใหม่จากการใช้ยาสองตัวร่วมกัน

ยานี้ถูกจับตามาตลอด เพราะผลการทดลองระยะที่ 2b ก่อนหน้านี้ออกมาน่าสนใจ

ข้อมูลติดตามนาน 5 ปีของการทดลอง KEYNOTE-942 พบว่า ผู้ป่วยที่ได้ intismeran คู่กับ Keytruda มีความเสี่ยงที่มะเร็งจะกลับเป็นซ้ำหรือเสียชีวิต ลดลง 49 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับการใช้ Keytruda อย่างเดียว ส่วนความเสี่ยงที่มะเร็งจะแพร่ไปอวัยวะห่างไกลหรือเสียชีวิต ลดลง 59 เปอร์เซ็นต์

ตัวเลขเฟส 2 ถือว่าดี แต่ยังต้องรอดูว่าผลเฟส 3 ที่มีผู้ป่วยมากกว่า จะออกมาใกล้เคียงกันหรือไม่

ยามะเร็งผิวหนัง mRNA

เมลาโนมาอันตรายแค่ไหน

เมลาโนมาเกิดจากเซลล์สร้างเม็ดสีในผิวหนังเจริญเติบโตผิดปกติ แม้เป็นเพียงส่วนน้อยของมะเร็งผิวหนังทั้งหมด แต่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมาก เพราะลุกลามและแพร่ไปอวัยวะอื่นได้

American Cancer Society ประเมินว่า เฉพาะในสหรัฐอเมริกาปี 2026 จะมีผู้ได้รับการวินิจฉัยเมลาโนมารายใหม่ราว 112,000 คน และเสียชีวิตราว 8,510 คน

การรักษาปัจจุบันดีขึ้นมากจนอัตราเสียชีวิตลดลงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ผู้ป่วยความเสี่ยงสูงที่ผ่าตัดแล้วก็ยังเสี่ยงที่โรคจะย้อนกลับมา โดยเฉพาะใน 2 ปีแรกหลังการรักษา

ก้าวต่อไป อาจไม่หยุดแค่มะเร็งผิวหนัง

Merck และ Moderna เตรียมนำข้อมูลเฟส 3 ชุดเต็มไปเสนอในที่ประชุมทางการแพทย์ และหารือกับหน่วยงานกำกับยาเพื่อยื่นขออนุมัติ intismeran คู่กับ Keytruda แต่ยังไม่มีการประกาศว่าจะได้รับอนุมัติหรือเริ่มใช้จริงเมื่อใด

เทคโนโลยีนี้ยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่เมลาโนมา ปัจจุบันโครงการ INTerpath มีการทดลองระยะที่ 2 และ 3 รวม 9 การศึกษา ครอบคลุมมะเร็งหลายชนิด เช่น มะเร็งปอดชนิด non-small cell มะเร็งกระเพาะปัสสาวะ และมะเร็งไต รวมถึงการศึกษาระยะต้นในมะเร็งตับอ่อนและมะเร็งกระเพาะอาหาร

เหตุที่ผลครั้งนี้ถูกจับตา จึงไม่ได้อยู่แค่ว่าอาจมีทางเลือกใหม่ให้ผู้ป่วยเมลาโนมา แต่เป็นการพิสูจน์ระดับเฟส 3 ครั้งแรกว่า แนวคิดผลิตยา mRNA จากข้อมูลมะเร็งของคนไข้ทีละคน ให้ผลทางคลินิกเหนือกว่าการรักษามาตรฐานเดี่ยวได้จริง

แต่ก่อนที่เทคโนโลยีนี้จะเข้าถึงได้ในชีวิตจริง ยังต้องรอดูข้อมูลอีกหลายด้าน ทั้งขนาดของประโยชน์ที่แท้จริง ผลต่อการรอดชีวิตระยะยาว ผลข้างเคียง ต้นทุนการผลิต และความสามารถในการผลิตยาเฉพาะบุคคลให้ผู้ป่วยจำนวนมาก

ยามะเร็งผิวหนัง mRNA

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...