โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“Elroy Air” สร้างประวัติศาสตร์ บิน “โดรนขนส่งหนักไร้คนขับ” สำเร็จในสหรัฐฯ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา
บริษัทอากาศยานในสหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการทดสอบบินโดรนขนส่งสินค้าไร้คนขับ ที่แบกน้ำหนักได้ถึง226 กิโลกรัม มีระบบโหลดสินค้าลงเองได้แบบไม่ต้องพึ่งเจ้าหน้าที่ ปูทางสู่การขนส่งเชิงพาณิชย์ และภารกิจทางทหารแบบไร้คนควบคุม

เอลรอย แอร์ (Elroy Air) ผู้พัฒนาเทคโนโลยีโดรนบรรทุกน้ำหนักแบบไร้คนขับ ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ในการทดสอบบินโดรนไร้คนขับ ตามที่ได้รับอนุมัติภายใต้โครงการของกระทรวงคมนาคมสหรัฐฯ (USDOT) และองค์การบริหารการบินแห่งชาติ (FAA) ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตการขนส่งสินค้าไร้คนขับเชิงพาณิชย์ทั่วประเทศ

ทดสอบโดยโดรนขนส่งสินค้าหนัก Chaparral

การทดสอบนี้ใช้โดรนรุ่น แชพเพอรัล (Chaparral) ซึ่งเป็นอากาศยานบินขึ้นลงแนวดิ่งด้วยระบบไฮบริดและไฟฟ้า (VTOL) ที่สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากกว่า 226 กิโลกรัม และบินได้ไกลสูงสุดถึงราว 724 กิโลเมตร และได้ทำการทดสอบบินต่อเนื่องนานถึงหนึ่งสัปดาห์ด้วยกัน

แชพเพอรัล (Chaparral) มีจุดเด่นคือการบินด้วยระบบอัตโนมัติโดยไม่มีนักบิน และความสามารถในการจัดการภาระงานขนส่งได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องพึ่งพารันเวย์ หอบังคับการ หรือทีมงานโหลดสินค้าบนพื้นดิน โดยมีระบบยก ตรึง และวางแคปซูลบรรทุกสินค้าได้ด้วยตัวเองทั้งหมด

กลไกการทำงานของ แชพเพอรัล (Chaparral) จะใช้ใบพัดยก 6 ตัวเพื่อบินขึ้นในแนวดิ่งเหมือนเฮลิคอปเตอร์ ก่อนจะเปลี่ยนไปใช้ใบพัดดันด้านหลังเพื่อบินไปข้างหน้าเหมือนเครื่องบินทั่วไป พร้อมแคปซูลบรรทุกสินค้าที่แขวนอยู่ใต้ลำตัว รองรับการปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกลหรือพื้นที่เสี่ยงภัยทางทหาร

การทดสอบภายใต้โครงการสนับสนุนจากภาครัฐ

การทดสอบนี้ อยู่ภายใต้โครงการ eIPP หรือโครงการนำร่องเพื่อบูรณาการเครื่องบินขึ้น-ลงในแนวดิ่งด้วยระบบไฟฟ้า (eVTOL) ที่จัดตั้งขึ้นภายใต้คำสั่งบริหารของประธานาธิบดีทรัมป์ เพื่อเร่งการรวมอากาศยาน Advanced Air Mobility (AAM) เข้าสู่ระบบน่านฟ้าแห่งชาติอย่างปลอดภัย โดยรวบรวมผู้ผลิต ออเปอเรเตอร์ หน่วยงานรัฐบาลท้องถิ่นและรัฐบาลกลาง เพื่อนำข้อมูลการปฏิบัติงานไปพัฒนานโยบายการบินเชิงพาณิชย์ในวงกว้าง

ซึ่งการทดสอบล่าสุดนี้ ทำให้บริษัทเข้าใกล้เป้าหมายในการขนส่งสินค้าหนักอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในเชิงพาณิชย์มากขึ้น โดยปัจจุบันบริษัทเผยยอดความต้องการสั่งซื้อในเชิงพาณิชย์ (Demand pipeline) ที่มีแล้วมากกว่า 1,400 ลำ และคาดว่าจะเริ่มผลิตลำแรกภายในปลายปี 2026

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...