วุ่นทั้งประเทศ "กัมพูชา" แจงรัวคำสั่งเรียกตัวเยาวชน เป็นกำลังแนวหลัง รับมือสถานการณ์ชายแดนเขมร-ไทย เป็นข่าวปลอม
วุ่นทั้งประเทศ "กัมพูชา" แจงรัวคำสั่งเรียกตัวเยาวชน เป็นกำลังแนวหลัง รับมือสถานการณ์ชายแดนเขมร-ไทย เป็นข่าวปลอม
สำนักข่าวเดอะพนมเปญโพสต์ของกัมพูชา รายงานโดยอ้างข้อมูลจากกระทรวงสารสนเทศกัมพูชา ระบุว่า เทพ อัสนาริธ โฆษกกระทรวงสารสนเทศ กล่าวระหว่างเข้าร่วมกิจกรรมระยะที่ 2 ของโครงการ “Say No to Fake News” ที่โรงเรียนในจังหวัดอุดรมีชัย โดยเรียกร้องให้เยาวชนและนักเรียนกัมพูชา มีบทบาทเป็น “กำลังแนวหลัง” ในการรับมือกับข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นชายแดนกัมพูชา-ไทย โดยอัสนาริธ ยังเรียกร้องให้เยาวชนและนักเรียน มีความเข้มแข็งทางจิตใจและใช้วิจารณญาณในการรับข้อมูล โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นชายแดน พร้อมทั้งขอให้ตรวจสอบข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ก่อนเชื่อหรือเผยแพร่ต่อไป ทั้งนี้ กระทรวงสารสนเทศส่งเสริมให้ประชาชน ให้ความสำคัญกับข้อมูลที่มีแหล่งที่มาอย่างชัดเจนจาก “หน่วยงานของรัฐ”และสื่อมวลชนที่ได้รับใบอนุญาต เพื่อลดความเสี่ยงในการมีส่วนช่วยเผยแพร่ข้อมูลเท็จ หรือข้อมูลที่ถูกบิดเบือน อัสนาริธ กล่าวต่อว่า เป้าหมายของโครงการรณรงค์คือ การส่งเสริมให้ประชาชนใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ เพื่อช่วยปกป้องชุมชน โดยประชาชนในฐานะกำลังสำรอง จำเป็นต้องเสริมสร้างความรู้เท่าทันสื่อ เพื่อให้สามารถเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่งต่อสงครามจิตวิทยา ที่ดำเนินการโดยกลุ่มที่มีเจตนาไม่ดีและกลุ่มหัวรุนแรง ซึ่งต้องการสร้างและเผยแพร่ข่าวปลอม ทั้งนี้ อัสนาริธได้กล่าวอ้างว่า ข้อมูลเท็จและข้อมูลบิดเบือนจำนวนมาก เกี่ยวกับประเด็นชายแดน มีต้นทางจากนอกประเทศ และถูกเผยแพร่โดยบุคคลจำนวนไม่มาก ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีอคติหรือกลุ่มหัวรุนแรงที่ต้องการชักจูง ขยายความเกินจริง หรือทำให้ความคิดเห็นของสาธารณชนเกิดความเข้าใจผิด ซึ่งข้อมูลในลักษณะดังกล่าว อาจมีเป้าหมายเพื่อสร้างความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของกัมพูชาในระดับประเทศ และบ่อนทำลายความพยายามของรัฐบาล ในการปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศสำหรับประเด็นข้อพิพาทชายแดนนั้น ยังคงเป็นเรื่องอ่อนไหวบนสื่อสังคมออนไลน์ หลังจากเกิดความขัดแย้งกัน เมื่อปีที่ผ่านมา