สภาฯ ไฟเขียว พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้าน! “อนุทิน” ลั่นรัฐบาลกล้ากู้เพราะมั่นใจจ่ายไหว ดอกเบี้ยราว 1.2% ย้ำเงินทุกบาทต้องโปร่งใส
“อนุทิน” ขอบคุณสภาเสนอแนะ สะท้อนข้อห่วงใยต่อ พ.ร.ก.กู้เงิน พร้อมนำทุกความเห็นไปประกอบการดำเนินงานอย่างรอบคอบ ย้ำเจตนาสุจริต ไม่เอื้อใคร ใช้เงินโปร่งใส คุมรั่วไหลทุกบาท เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชน
วันที่ 26 ส.ค. 2569 ที่อาคารรัฐสภา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวขอบคุณที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ภายหลังการพิจารณาพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงิน เพื่อแก้ไขผลกระทบจากวิกฤตพลังงานและสร้างการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของประเทศ พ.ศ.2569
นายอนุทิน กล่าวว่า สภาได้ใช้เวลาเกือบทั้งวันพิจารณา พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับนี้อย่างรอบด้าน ทั้งคำถาม ข้อเสนอแนะ และข้อห่วงใยจากสมาชิก ซึ่งรัฐบาลรับฟังทุกประเด็น เพื่อนำไปประกอบการดำเนินงานให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศและประชาชน
นายอนุทิน กล่าวว่า นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมการกลั่นกรองโครงการ ได้ชี้แจงต่อสภาและประชาชนทั่วประเทศแล้วว่า การพิจารณาโครงการภายใต้เงินกู้จะดำเนินด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม และพิสูจน์ได้ ซึ่งตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐบาล
ทั้งนี้ รัฐบาลขอยืนยันเจตนารมณ์สุจริตในการออก พ.ร.ก.ฉบับนี้ โดยมีเป้าหมายอยู่ที่ประเทศและประชาชนเท่านั้น ไม่ใช่การเอื้อประโยชน์ให้บุคคล กลุ่มทุน หรือฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเป็นการเฉพาะ
นายอนุทิน กล่าวว่า ตนเอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทุกคน จะติดตามการใช้จ่ายงบประมาณอย่างใกล้ชิด ไม่ให้เกิดการรั่วไหลเป็นอันขาด เพราะเงินกู้ไม่ใช่เงินงบประมาณปกติ และไม่ใช่เงินที่รัฐบาลจะนำไปจัดสรรใช้จ่ายโดยไม่มีต้นทุน
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลตระหนักดีว่าเงินกู้มีภาระต้นทุน แต่ได้พิจารณาแล้วว่า ต้นทุนดังกล่าวคุ้มค่ากับสิ่งที่ประเทศจะได้รับจากโครงการตาม พ.ร.ก.ฉบับนี้ ทั้งการบรรเทาผลกระทบจากวิกฤตพลังงาน และการวางฐานเปลี่ยนผ่านพลังงานในระยะยาว
นายอนุทินกล่าวว่า รัฐบาลกล้ากู้เพราะมั่นใจว่ารัฐบาลจ่ายได้ และได้อัตราดอกเบี้ยต่ำ โดยระบุว่าก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ อัตราดอกเบี้ยที่ได้รับรายงานยังสูงกว่าอัตราที่ใช้จริงใน พ.ร.ก.ฉบับนี้ ซึ่งอยู่ในระดับประมาณ 1.2%
นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลจะดูแลการกู้เงินและการใช้เงินอย่างใกล้ชิด ให้สอดคล้องกับฐานะการคลังและความจำเป็นของประเทศ พร้อมให้ส่วนราชการทุกฝ่ายเร่งสรุปข้อเสนอแนะที่สมาชิกอภิปราย เพื่อนำไปปรับใช้ในการดำเนินโครงการ
นายอนุทินกล่าวว่า ข้อคิดเห็นตลอดการอภิปรายเป็นประโยชน์ต่อรัฐบาล ทั้งเรื่องความโปร่งใส ความคุ้มค่า การกลั่นกรองโครงการ และการทำให้ประโยชน์ตกถึงประชาชนโดยตรง รัฐบาลจะนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลจริง ไม่ใช่เพียงรับฟังแล้วผ่านไป
“ผมขอขอบคุณท่านประธาน ท่านรองประธาน และสมาชิกผู้ทรงเกียรติทุกท่าน ที่ให้เวลา ให้คำแนะนำ และให้โอกาสผมได้มาทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีรับใช้ประเทศชาติและพี่น้องประชาชน” นายอนุทินกล่าว
ภายหลังการอภิปราย ที่ประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มีมติอนุมัติ พ.ร.ก.เงินกู้ฉบับดังกล่าว ด้วยคะแนนเสียงผู้ลงมติ 478 คน เห็นด้วย 285 เสียง ไม่เห็นด้วย 141 เสียง งดออกเสียง 52 เสียง ไม่มีผู้ไม่ลงคะแนน ถือเป็นการเปิดทางให้รัฐบาลเดินหน้ามาตรการรับมือวิกฤตพลังงานและวางระบบเปลี่ยนผ่านพลังงานของประเทศ