ญาติโยมหลั่งไหลให้กำลังใจ “พระครูอดุลสารนิเทศ” โรงทานคึกคัก ชาวบ้านลั่นวัดอยู่คู่ชุมชน
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 26 ส.ค. 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดป่าอดุลยาราม ถนนกัลปพฤกษ์ เขตเทศบาลนครขอนแก่น ยังคงมีญาติธรรมและผู้มีจิตศรัทธาเดินทางมาทำโรงทาน แจกจ่ายอาหารและเครื่องดื่มให้แก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายกำลังใจแก่พระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม และคณะสงฆ์ของวัดอย่างต่อเนื่อง
บรรยากาศเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ท่ามกลางมาตรการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกของคณะกรรมการวัด เจ้าหน้าที่ตำรวจ และตำรวจอาสา ซึ่งร่วมกันจัดระเบียบการจราจร จัดคิวผู้ที่เดินทางเข้ามาถวายกำลังใจเจ้าอาวาส รวมถึงดูแลความเรียบร้อยบริเวณโรงทานที่มีผู้ใจบุญนำอาหารมาแจกจ่ายตลอดทั้งวัน
นางปิยะพร มหาศิริพันธุ์ อายุ 61 ปี ชาว ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ตนอยู่ที่วัดและช่วยงานหลวงพ่อ รวมถึงช่วยงานวัดมาเป็นเวลานาน เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น ญาติโยม เพื่อน ๆ และญาติธรรมจากหลายจังหวัดที่ทราบข่าวและต้องการทำบุญ จึงประสานงานมายังตนเพื่อช่วยจัดโรงทานหรือทำบุญตามความต้องการของผู้มาร่วมงาน
โดยในวันนี้ได้จัดโรงทานก๋วยเตี๋ยวจากร้าน “ครัวใต้หอ” มามอบให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจ ตำรวจอาสา คณะกรรมการวัด รวมถึงสื่อมวลชน เนื่องจากเจ้าหน้าที่บางส่วนไม่สะดวกไปรับอาหารจากโรงทาน เพราะต้องปฏิบัติหน้าที่ทั้งดูแลความเรียบร้อยภายในวัดและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมา
นางปิยะพร กล่าวว่า ตนมาที่วัดแทบทุกวันและช่วยอุปถัมภ์วัดร่วมกับญาติโยมอีกหลายคน ทั้งป้านาง น้องแอ๋ว และพ่อ ๆ แม่ ๆ อีกหลายคน โดยอาหารที่นำมาทำโรงทาน ก็ขึ้นอยู่กับเจ้าภาพหรือร้านอาหารที่ต้องการร่วมทำบุญ ซึ่งหากร้านใดมีอาหารอร่อยก็จะประสานงานให้นำมาทำโรงทานแจกจ่ายแก่ผู้ที่มาวัด
นอกจากนี้ วัดป่าอดุลยารามยังอยู่คู่ชุมชนมานานหลายสิบปี จากประสบการณ์ที่ตนช่วยงานวัด พบว่ามีศพไร้ญาติและผู้มีรายได้น้อยเดินทางมาประกอบพิธีฌาปนกิจที่วัดเป็นจำนวนมาก บางรายมีเพียงครอบครัวไม่กี่คนเดินทางมาส่งร่างผู้เสียชีวิต
“หลวงพ่อท่านเมตตา มอบหมายให้กรรมการวัดช่วยกันคนละไม้คนละมือ ทั้งเรื่องพิธี การสวด และการฌาปนกิจ บางรายมาทำบุญ มาสวด มาทำพิธีเผา มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องมาเพียง 3-4 คน เราก็อดที่จะช่วยไม่ได้” นางปิยะพร กล่าว
นางปิยะพร กล่าวต่อว่า ตนเองเปิดร้านอาหารครัวใต้หออยู่บริเวณหลังวัด และรับจัดงานทั้งงานมงคลและงานศพ โดยเฉพาะเมื่อวัดมีงาน หลวงพ่อจะเรียกให้เข้าไปช่วยจัดดอกไม้ จัดหน้าหีบศพ รวมถึงจัดเมรุและงานพิธีต่าง ๆ ตามกำลังของเจ้าภาพ
สำหรับการจัดดอกไม้และหน้าหีบคิดค่าใช้จ่ายประมาณ 3,500 บาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นต้นทุนค่าดอกไม้ ขณะที่บางงานอาจจัดทั้งเมรุหรือจัดผ้าประกอบพิธี โดยคิดค่าใช้จ่ายตามกำลังของเจ้าภาพหรือเหมาจ่ายประมาณ 8,000-8,500 บาท ทั้งนี้ บางครั้งตนยังถวายค่าน้ำมันสำหรับการฌาปนกิจให้กับทางวัด เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
ด้วยเหตุนี้ วัดป่าอดุลยารามจึงเป็นสถานที่ที่ผู้มีรายได้น้อยและครอบครัวของผู้เสียชีวิตไร้ญาติเข้ามาพึ่งพาและใช้ประกอบพิธีฌาปนกิจอยู่เป็นประจำ
นางปิยะพร กล่าวถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เชื่อว่าท้ายที่สุดแล้วทุกอย่างจะต้องจบลงด้วยดี พร้อมระบุว่า ที่ผ่านมาหลวงพ่อได้ต่อสู้ในมุมของท่านมาโดยตลอด และหลายครั้งต้องต่อสู้อย่างโดดเดี่ยว แต่ขณะนี้มีผู้คนจากทั่วประเทศและต่างประเทศรับรู้และติดตามเรื่องราวที่เกิดขึ้น จึงเชื่อว่าทุกอย่างจะคลี่คลายไปในทิศทางที่ดี
“ทุกคนรู้ว่าตรงนี้เป็นวัด เกิดมาก็รู้แล้วว่าตรงนี้เป็นวัด จะเป็นตรงอื่นไม่ได้ จะเอาที่วัดไปทำคอนโดฯ หรือ ดูโดยรอบวัดสิ มีกี่ศพ และมีกี่คนที่อยู่รอบวัดและในวัดมีกี่ชีวิต มีกี่ร่างที่พร้อมจะไปอยู่คอนโดฯ ด้วย อาจจะขอจองกันคนละห้อง แล้วคนที่จะมาอยู่จริงจะอยู่ได้ไหม” นางปิยะพร กล่าว
นางปิยะพร กล่าวเพิ่มเติมว่า หากเหตุการณ์ทุกอย่างยุติลงได้ ตนมองว่าอยากให้ทุกฝ่ายสามารถมาพูดคุยและขอขมากันได้ หากสุดท้ายสามารถกลับมาปรองดองและจับมือกันได้ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี
พร้อมกล่าวอนุโมทนากับ “ตาเฮียง” ที่ตั้งจิตตั้งใจจะมอบที่ดินให้กับวัดและสร้างวัดให้อยู่คู่กับชุมชน โดยหวังว่าวัดแห่งนี้จะยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจและเป็นสถานที่พึ่งพาของคนในชุมชนต่อไป