โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Decarbonize เกมใหม่ของธุรกิจ ‘CP Axtra’ เปลี่ยนขยะเป็นมูลค่า เดินหน้าสู่ Green Business

TODAY Bizview

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ภาคค้าปลีกไทยปล่อยก๊าซเรือนกระจกแค่ 6% ของทั้งประเทศ เทียบกับภาคพลังงานหรืออุตสาหกรรมแล้วถือว่าเป็น ‘จำเลยตัวเล็ก’ แต่สำหรับ CP Axtra เจ้าของแมคโครและโลตัส ตัวเลขเล็กๆ นี้ไม่ได้แปลว่าไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะธุรกิจค้าปลีกเป็นคนที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างผู้ผลิตกับผู้บริโภคพอดี

‘ศิริพร เดชสิงห์’ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานความยั่งยืนและสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) พูดในหัวข้อ Decarbonize Unlock ธุรกิจลดคาร์บอน ปลดล็อกการเปลี่ยนผ่านสีเขียว ว่าด้วยสาขากว่า 2,600 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วไทย และอีก 11 ประเทศ มีฐานลูกค้ากว่า 30-40 ล้านคน ทำให้ CP Axtra อยู่ในตำแหน่งที่มีอิทธิพลต่อทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ซัพพลายเออร์ต้นทางไปจนถึงพฤติกรรมผู้บริโภคปลายทาง

[ ทำไม ‘จำเลยตัวเล็ก’ ถึงขาดไม่ได้ ]

ในการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียวไม่ใช่แค่กิจกรรมเพื่อสังคมหรือ CSR แต่คือ กติกาใหม่ของการทำธุรกิจ ที่ทุกคนต้องปรับตัวไม่ช้าก็เร็ว เพราะกฎหมายอย่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด กำลังจะมาบังคับใช้ในไม่ช้า และเมื่อถึงวันนั้น ไม่ว่าธุรกิจใหญ่หรือเล็กก็ต้องอยู่ภายใต้กติกาเดียวกัน

แม้สัดส่วนการปล่อยก๊าซของภาคค้าปลีกจะอยู่ที่ 6% แต่ความสำคัญที่แท้จริงอยู่ที่ตำแหน่งของธุรกิจค้าปลีก เพราะอยู่ตรงกลางระหว่างฝั่งผู้ผลิตกับฝั่งผู้บริโภคพอดี การจะทำ Green Transition ให้ได้ผลจริง จึงไม่ใช่แค่เปลี่ยนแปลงตัวเอง แต่ต้องชวนทั้งซัพพลายเออร์และลูกค้าขยับไปด้วยกันทั้งห่วงโซ่

ความท้าทายหลักคือการบาลานซ์ระหว่างค่าใช้จ่ายในการลงทุนกับสิ่งที่กำลังทำ เพราะการชวนพาร์ตเนอร์เปลี่ยนไปใช้พลังงานสะอาดหรือลดขยะ พอราคาเริ่มมีผลกระทบ ความร่วมมือก็เริ่มลำบากขึ้น แต่ถ้ามองในระยะยาวว่าเรื่องนี้ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนได้จริง ก็จะกลายเป็นโอกาสมากกว่าภาระ

[ ไฟฟ้า สารทำความเย็น และรถขนส่ง 3 ตัวการหลักในสาขา ]

เมื่อมองเข้าไปในปฏิบัติการของแต่ละสาขา แหล่งปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดคือการใช้ไฟฟ้า เพราะสาขาเปิดให้บริการยาวนานตั้งแต่ 06.00 – 22.00 น. มีตู้เย็นและตู้แช่แข็งจำนวนมาก ทำให้ไฟฟ้าเป็นสัดส่วนหลักของการปล่อยก๊าซทั้งหมด

ตัวการที่สองคือสารทำความเย็นในตู้แช่และตู้เย็นหลายพันตู้ ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 13% ของการปล่อยก๊าซในภาคค้าปลีก ถ้าเปลี่ยนไปใช้สารทำความเย็นที่ปล่อยมลพิษน้อยหรือไม่ปล่อยเลย จะช่วยลดตัวเลขนี้ได้มาก แต่ก็ต้องแลกกับการลงทุนที่ไม่น้อยเช่นกัน

ตัวการที่สามคือการขนส่ง ทั้งรถเดลิเวอรี่ที่ส่งสินค้าถึงบ้านลูกค้าตามการสั่งซื้อออนไลน์ และรถโฟล์คลิฟท์ที่ใช้งานภายในสาขา ศิริพรระบุว่าเมื่อรู้ว่าตัวการหลักอยู่ตรงไหน CP Axtra จึงเริ่มเปลี่ยนหลังคาสาขาเป็นโซลาร์เซลล์ ปัจจุบันใช้พลังงานหมุนเวียนแล้วราว 17% และตั้งเป้าเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

[ ขยะอาหาร ตัวการที่ใหญ่กว่าที่คิด ]

จุดสำคัญของธุรกิจค้าปลีกจริงๆ ไม่ใช่แค่เรื่องไฟฟ้าหรือตู้เย็น แต่คือเรื่องขยะ โดยเฉพาะขยะอินทรีย์หรือขยะเปียก ซึ่งเป็นขยะส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นในการดำเนินงาน หลักการที่ใช้จัดการมี 3 คำสำคัญ คือ Measure วัด, Prevent ป้องกัน และ Divert แปรสภาพไม่ให้ไปจบที่บ่อฝังกลบ

ขั้นแรกคือการวัดด้วยข้อมูลและ AI เพื่อดูว่าขยะเกิดจากสาขาไหน ปริมาณเท่าไหร่ เป็นขยะประเภทใด ผลที่พบคือผักและผลไม้เป็นกลุ่มที่เน่าเสียเร็วที่สุด เพราะอายุการเก็บสั้นแค่ 2-3 วัน และเสียหายง่ายจากการสัมผัสบ่อยครั้ง

จากข้อมูลนี้ CP Axtra จึงพัฒนานวัตกรรม ‘ถุงหายใจได้’ สำหรับใส่ผักใบและผักบอบบาง ช่วยระบายอากาศให้ผักคายน้ำได้ตามธรรมชาติ ยืดอายุความสดจากเดิม 3 วัน เป็น 5-7 วัน ผลที่ตามมาคือลดปริมาณขยะ และลดการตัดจ่ายจากสินค้าเน่าเสียลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

ผลลัพธ์ที่จับต้องได้คือ ปีที่ผ่านมา CP Axtra สามารถหลีกเลี่ยงขยะอาหารจากการไปฝังกลบได้ถึง 16,000 ตัน ซึ่งไม่ใช่แค่ตัวเลขด้านสิ่งแวดล้อม แต่ยังหมายถึงต้นทุนที่ลดลงจริงในทางธุรกิจด้วย

[ พลาสติกหลังร้าน กลายเป็นธุรกิจใหม่ ]

อีกหนึ่งเรื่องที่น่าสนใจคือการจัดการพลาสติกที่ใช้ห่อหุ้มพาเลทขนส่งสินค้าจากศูนย์กระจายสินค้ามาถึงสาขา ซึ่งมีปริมาณมหาศาลในทุกวัน แทนที่จะทิ้งเป็นขยะ CP Axtra รวบรวมส่งกลับไปยัง SCG เพื่อนำเข้ากระบวนการรีไซเคิลเป็นเม็ดพลาสติก

จากเม็ดพลาสติกรีไซเคิลนี้ กลายเป็นจุดเริ่มต้นของ ‘สินค้ารักโลก’ อย่างถุงขยะรีไซเคิลและถุงช้อปปิ้งหนาที่วางขายในร้าน เพื่อทดแทนถุงพลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวทิ้ง นอกจากนี้ยังมีการรวบรวมขวดน้ำพลาสติกใสร่วมกับพันธมิตร นำมาผลิตเป็นเสื้อผ้าแฟชั่นแบรนด์ของตัวเอง

นี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนว่าความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นโอกาสทางธุรกิจได้จริง ปีที่ผ่านมา CP Axtra นำพลาสติกกลับมารีไซเคิลเป็นสินค้าหมุนเวียนได้กว่า 59,000 ตัน พร้อมรวบรวมขวดพลาสติกจากชุมชนโดยรอบได้อีกกว่า 2.5 ล้านขวด

[ ทำอย่างไรให้ 2,600 สาขาขยับไปด้วยกัน ]

‘ศิริพร’บอกว่า ความท้าทายที่แท้จริงของ CP Axtra ไม่ใช่แค่การคิดไอเดีย แต่คือการทำให้ทั้ง 2,600 สาขาทั่วประเทศขยับตามไปพร้อมกัน โดยจุดเริ่มต้นต้องมาจาก Tone from the Top คือผู้บริหารระดับสูงต้องเชื่อมั่นและกำหนดให้ความยั่งยืนเป็นพันธกิจหลักของบริษัทอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่นโยบายลอยๆ

ขั้นต่อมาคือทีมงานด้านความยั่งยืนต้องเข้าใจข้อมูลจริงของธุรกิจก่อนว่าอะไรปล่อยก๊าซมากที่สุด และอะไรที่ทำแล้วช่วยลดต้นทุนได้จริงไปพร้อมกัน เพราะถ้าโครงการไหนช่วยประหยัดค่าไฟหรือลดการตัดจ่ายจากขยะอาหารได้จริง ผู้บริหารก็อนุมัติงบลงทุนได้ง่ายขึ้น ไม่ต้องแลกด้วยการเสียเงินเปล่าเพื่อภาพลักษณ์อย่างเดียว

ขั้นสุดท้ายคือการสนับสนุนคนหน้างานผ่านโครงการนำร่องหรือ POC ในสาขาที่มีความพร้อมก่อน เมื่อประสบความสำเร็จก็เฉลิมฉลองและมอบรางวัลให้เห็นผลชัดเจน สร้างความภาคภูมิใจให้พนักงาน ก่อนขยายไปสาขาอื่นต่อเนื่อง จนภาษาความยั่งยืนกลายเป็นภาษาเดียวกันทั่วทั้งองค์กร

[ หลักการเดียวกัน ใช้ได้ตั้งแต่องค์กรใหญ่ถึงบ้านคนเดียว ]

‘ศิริพร’ ทิ้งท้ายว่า หลักการที่ใช้ในระดับองค์กรก็นำมาปรับใช้ในระดับบุคคลได้เช่นกัน คือมองหาจุดที่ได้ประโยชน์ทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและต่อตัวเองไปพร้อมกัน ไม่ต้องรอให้เป็นเรื่องใหญ่ระดับองค์กรเท่านั้น

ตัวอย่างที่ยกมาคือการจัดการขยะเศษอาหารในบ้านด้วยแมลงโปรตีน BSF หรือ Black Soldier Fly ซึ่งกินขยะอินทรีย์เป็นอาหาร ช่วยลดปริมาณขยะเปียกในบ้านโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม แถมยังนำตัวหนอนไปเลี้ยงไก่หรือปลาต่อได้ กลายเป็นไข่หรือเนื้อสัตว์ย้อนกลับมาเป็นอาหารของคนในบ้านอีกที

หลักคิดง่ายๆ คือ มองหาจุดที่ทำแล้วดีต่อโลกและดีต่อกระเป๋าเงินไปพร้อมกัน เพราะถ้าเรื่องความยั่งยืนต้องแลกด้วยการเสียเงินเปล่าเพียงอย่างเดียว ก็ยากที่จะขยายผลได้จริงในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาด 2,600 สาขา หรือครัวเรือนเดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...