โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดีอี”ชี้หลอกออนไลน์ลดลงกว่า 50% หลังภาครัฐ-เอกชน สร้างภูมิคุ้มกันให้คนไทย

เดลินิวส์

อัพเดต 24 สิงหาคม 2569 เวลา 19.31 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
สถานการณ์อาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบันมีทิศทางที่ดีขึ้น ปริมาณการหลอกลวงลดลงกว่า 50% ปัจจัยหลักมาจากการมุ่งเป้า ตัดวงจรการฟอกเงิน ของหน่วยงานรัฐร่วมมือกับภาคเอกชน ที่เกี่ยวข้อง เผยต้องเร่ง ติดต่อ การหลอกส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เปิดเผยว่า จากความร่วมมืออย่างเข้มข้นของหลายหน่วยงาน ทั้ง ดีอี ตำรวจ กสทช. ผู้ให้บริการมือถือ และ ธนาคาร ส่งผลให้สถานการณ์อาชญากรรมไซเบอร์ในปัจจุบันมีทิศทางที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปริมาณการหลอกลวงลดลงไปแล้วมากกว่า 50% ปัจจัยหลักมาจากการมุ่งเป้า ตัดวงจรการฟอกเงิน และเส้นทางการเงินอย่างเด็ดขาด ผนวกกับการใช้มาตรการยึดทรัพย์สินเครือข่ายรายใหญ่อย่างเข้มข้น ทำให้ปริมาณความเสียหายโดยเฉพาะในกลุ่มคดีหลอกลวงรายย่อยลดลงอย่างมหาศาล

“แม้ตัวเลขคดีจะลดลง แต่มิจฉาชีพยังคงปรับตัวและพัฒนารูปแบบการหลอกลวงอย่างต่อเนื่อง โดยประเด็นที่น่ากังวลและภาครัฐกำลังจับตาอย่างใกล้ชิด คือปัญหา การหลอกส่งพัสดุเก็บเงินปลายทาง ที่สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนถึงหน้าบ้าน ซึ่งหากสามารถหยุดยั้งกระบวนการตรงนี้ได้ จะช่วยลดความเสียหายได้อีกมาก นอกจากนี้ยังเร่งปราบปรามปัญหา บัญชีม้าที่มิจฉาชีพใช้เทคนิคโอนเงินเป็นทอดๆ จากบัญชีเอ ไป บี และ ซี เพื่อหลบหนีการติดตามตรวจสอบ”

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า ในส่วนของการจัดการบนโลกออนไลน์ ช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ภาครัฐได้ตรวจสอบพบความผิดปกติกว่า 1 ล้านเคส ซึ่งได้รับความร่วมมืออย่างดีจากแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่ ทั้งเฟซบุ๊กและติ๊กต็อก ที่มีการตอบสนอง ต่อปัญหาอย่างรวดเร็ว ทั้งการไล่ลบเพจปลอมและจัดการโฆษณาที่หลอกลวงเกินจริง

ทั้งนี้ การปราบปรามด้วยกฎหมายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จ การร่วมมือกับภาคเอกชน สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชนจึงเป็นหัวใจสำคัญ โดยภาครัฐยอมรับว่า การให้ความรู้โดยรัฐเพียงฝ่ายเดียวอาจไม่ตอบโจทย์ทั้งหมด การดึงภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญในการนำเสนอข้อมูลและได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมาร่วมมือกัน จึงถือเป็นการตอบโจทย์ที่ดี โดยหลังจากนี้จะมีการยกระดับมาตรการกวาดล้างให้เข้มข้นขึ้น พร้อมนำประสบการณ์และกลโกงรูปแบบใหม่ๆ มาแชร์เตือนภัยผ่านทั้งช่องทางของรัฐและเอกชน เพื่อตัดวงจรโจรไซเบอร์ให้ลดน้อยหรือหมดไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...