“แสนสิริ” ปักธง 9 โครงการใหม่ ยึดหัวเมืองใหญ่-ลักชัวรี สวนกระแสอสังหาฯ ชะลอตัว
แสนสิริ กางแผนครึ่งปีหลังลุยเปิด 9 โครงการใหม่ มูลค่า 1.17 หมื่นล้าน ปักธงภูเก็ตชิงกำลังซื้อต่างชาติและท่องเที่ยว พร้อมส่งมอบโครงการสร้างเสร็จโอน 7 โครงการ 1.86 หมื่นล้าน มั่นใจดันยอดโอนทั้งปีเข้าเป้า 1.75 หมื่นล้านบาท
24 สิงหาคม 2569 -นายองอาจ สุวรรณกุล รองกรรมการผู้จัดการสายงานพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) หรือ SIRI เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจคอนโดมิเนียมในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2569 (สิ้นสุด ณ วันที่ 31 กุมภาพันธ์ 2569) ว่า บริษัทสามารถสร้างยอดขายรวมได้แล้วถึง 16,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 70% ของเป้าหมายยอดขายรวมทั้งปีที่ตั้งไว้ 23,000 ล้านบาท ท่ามกลางภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ยังเผชิญความท้าทาย
ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากความเชี่ยวชาญในการวิเคราะห์กำลังซื้อจริง และการเลือกเจาะทำเลศักยภาพที่ตรงจุด ส่งผลให้โครงการในกลุ่มระดับกลางและระดับราคาเข้าถึงง่าย ได้รับการตอบรับสูงเกินคาด สะท้อนจากโครงการ LOVE Charoen Nakhon ที่กวาดยอดขายช่วงพรีเซล 2 วันแรกไปกว่า 1,500 ล้านบาท โครงการ XT 10 Ekkamai ทำยอดขายพรีเซล 2 วันแรกได้ 2,000 ล้านบาท และโครงการ dcondo vite ที่ทำสถิติยอดจองคิวเต็ม 600 คิวภายในเวลาเพียง 1 นาที
"ความสำเร็จนี้สะท้อนชัดเจนถึงความเชื่อมั่นที่ผู้บริโภคมอบให้ จนทำให้แสนสิริครองตำแหน่ง No. 1 Engagement Award หรือแบรนด์ที่ผู้บริโภคค้นหาข้อมูลสูงสุดอย่างต่อเนื่อง"
บุกครึ่งปีหลัง 9 โครงการใหม่ ปักธงภูเก็ต 36%
สำหรับแผนการดำเนินงานตลอดปี 2569 แสนสิริวางแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมใหม่รวม 17 โครงการ มูลค่ารวม 29,400 ล้านบาท โดยช่วงครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 8 โครงการ มูลค่า 17,700 ล้านบาท และในช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิดตัวเพิ่มอีก 9 โครงการ มูลค่ารวม 11,700 ล้านบาท
การขับเคลื่อนในครึ่งปีหลังจะมุ่งเน้นการขยายโครงการไปยังหัวเมืองท่องเที่ยวศักยภาพทั่วประเทศ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีสัดส่วนมูลค่าโครงการเปิดใหม่สูงถึง 36% เนื่องจากได้รับแรงหนุนอย่างแข็งแกร่งจากกำลังซื้อของนักลงทุนต่างชาติและฟื้นตัวของการท่องเที่ยว ควบคู่ไปกับการผนึกกำลังพันธมิตรระดับโลก อาทิ มิตซุย ฟุโดซัง, โตคิว ดีเวลลอปเม้นท์ และโนมุระ เรียล เอสเตท เพื่อพัฒนาโครงการร่วมกัน
ส่งมอบพอร์ตพรีเมียม 1.2 หมื่นล้าน ดันเป้าโอน 1.75 หมื่นล้าน
นอกจากแผนเปิดโครงการใหม่ บริษัทยังมีโครงการสร้างเสร็จพร้อมโอน (Ready to Move: RTM) ในช่วงครึ่งปีหลังอีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 18,600 ล้านบาท โดยไฮไลต์สำคัญคือกลุ่มโครงการระดับพรีเมียมที่มีมูลค่ารวมสูงถึง 12,300 ล้านบาท นำโดยโครงการ Via ARI, SHUSH Ratchathewi และ The Standard Residences Hua Hin เพื่อรองรับดีมานด์ลูกค้าระดับบนที่มีกำลังซื้อสูง
ทั้งนี้ บริษัทยังคงให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ด้านคุณภาพและบริการหลังการขาย รวมถึงความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น เหตุการณ์แผ่นดินไหวในปีก่อน ซึ่งแสนสิริได้ส่งทีมงานลงพื้นที่ตรวจสอบความปลอดภัยเชิงโครงสร้างกว่า 250 โครงการทั่วประเทศ จนสร้างมาตรฐานความไว้วางใจให้แก่ผู้บริโภค
"แม้ภาพรวมอุตสาหกรรมจะอยู่ในจังหวะชะลอตัว แต่แสนสิริมั่นใจว่าจะสามารถผลักดันยอดขายคอนโดให้บรรลุเป้าหมาย 23,000 ล้านบาท พร้อมยอดโอนที่ 17,500 ล้านบาทได้ตามแผนที่วางไว้" นายองอาจ กล่าวสรุป