นักเขียนดังแนะ ‘ลายจุด’ไขก๊อก พ้น‘กระจกเงา’
“พรนภา” เคลื่อนไหวต่อ เปิดเหตุผลออกมาพูดหลังผ่านมานาน 20 ปี ชี้ไม่ต้องการให้คนประเภทนี้มีโอกาสกระทำซ้ำ “บ.ก.ลายจุด” บอกเฉยแฟร์ได้เติบโตไปด้วยกัน 'ปราย พันแสง แนะหนูหริ่งไขก๊อกพ้นมูลนิธิฯ เชื่อปล่อยให้ดรามาเงียบหายเองไม่ใช่ทางที่ดี
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 สิงหาคม 2569 ยังคงมีความต่อเนื่องในการล่วงละเมิดทางเพศของนักกิจกรรมทางการเมือง โดย น.ส.พรนภา เอี่ยมสำอางค์ หรือ โบ อดีตนักกิจกรรมการเมืองและนักเขียน ที่ออกมาเปิดเผยเรื่องราวของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือหนูหริ่ง บ.ก.ลายจุด ได้โพสต์เหตุผลถึงการตัดสินใจนำเรื่องดังกล่าวออกมาพูดในเวลานี้ว่า เพราะเด็กผู้หญิงคนนั้น (กรณีนายสมยศ พฤกษาเกษมสุข) ที่ต้องตกอยู่ในสภาพที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทนเห็นเขาต้องตกอยู่กับความทรมานแบบนั้นไม่ได้ แม้ตนเองจะไม่ได้ทรมานกับเรื่องที่เจอ แต่ก็เข้าใจหัวอกของคนที่ต้องวนเวียนอยู่กับความคิดโทษตัวเองอย่างไม่รู้จบแบบนี้ ไม่ได้โกรธไม่ได้แค้นอะไรเขามาตั้งนานแล้ว แต่ที่ทนไม่ได้คือไม่อยากให้มีคนประเภทนี้มาชี้นำสังคมอะไรได้อีก เราอาจเปลี่ยนใครไม่ได้ แต่เราหยุดเขาไม่ให้กระทำซ้ำได้ นี่คือวัตถุประสงค์ที่ออกมาเล่าย้อนหลัง
“ใครที่คิดว่าอิฉันฉวยโอกาส อยากถามกลับว่าอยากลองมาฉวยโอกาสแบบอิฉันไหม ฉวยโอกาสขายขี้หน้า ฉวยโอกาสโดนประณามค่อนแคะ ฉวยโอกาสที่จะโดนตราหน้าไปตลอด มาลองฉวยดูก็ได้นะจะได้บันเทิงแบบอิฉันบ้าง ส่วนเรื่องการฟอกขาว อิฉันฟอกไม่ได้หรอกค่ะ เพราะก็ไม่ได้จะบริสุทธิ์ผุดจากบ่อทองคำที่ไหน เป็นแค่คนธรรมดาๆ ที่เอาเรื่องโง่ๆ มาเล่า เผื่อจะได้มีคนฉลาดจากเรื่องโง่ๆ ของฉันได้บ้างก็เท่านั้น”
ขณะที่ นายสมบัติ ซึ่งก่อนหน้านี้โพสต์เพียงภาพหมีโค้ง ไม่มีข้อความหรือคำอธิบายประกอบ พร้อมจำกัดการแสดงความคิดเห็นในโพสต์ดังกล่าว ล่าสุดมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่งเข้าไปแสดงความคิดเห็น ตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของนายสมบัติต่อเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน จากนั้นนายสมบัติได้ตอบความคิดเห็นดังกล่าวว่า ยอมรับและยินดีแสดงความรับผิดชอบต่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง เป็นสภาวะที่ได้เติบโตไปพร้อมๆ กัน คนหนึ่งถูกปลดปล่อยจากความรู้สึกที่ค้างคาใจ อีกคนได้ทบทวนสิ่งที่ผ่านมาอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง แฟร์อยู่ครับ
ด้าน น.ส.ปราณี โมรัษเฐียร หรือ 'ปราย พันแสง นักเขียนและนักแปลชื่อดัง โพสต์เฟซบุ๊กระบุว่า วันนี้กระแสเริ่มลามไปมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งการจัดการวิกฤตควรเน้นไปที่ความรับผิดชอบ ความโปร่งใส และการแยกเรื่องส่วนตัวออกจากงานองค์กรให้ชัดเจนที่สุด เพราะวิกฤตแบบนี้ไม่ใช่แค่เรื่องภาพลักษณ์ส่วนตัว แต่กระทบต่อความน่าเชื่อถือของมูลนิธิกระจกเงาโดยตรง สิ่งที่คุณหนูหริ่งพลาดไป คือจัดการทันทีใน 24-48 ชั่วโมงแรก ควรมีการออกแถลงการณ์ส่วนตัวอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่แค่ข้อความส่วนตัว โพสต์ตัวการ์ตูนหรือแชตกับผู้กล่าวหาแบบนั้น
น.ส.ปราณียังโพสต์ว่า ส่วนยากที่สุดคือการพิจารณาลาออกจากตำแหน่งสาธารณะที่เกี่ยวข้องกับมูลนิธิอย่างถาวร หากผลกระทบต่อองค์กรรุนแรง เพื่อปกป้องงานที่ทีมงานและอาสาสมัครทำมา นอกจากนี้ต้องไม่โทษเหยื่อหรือพยายามทำให้ดูเหมือนเธอมีเจตนาไม่บริสุทธิ์ ต้องไม่ใช้สถานะทำงานเพื่อสังคมมาทั้งชีวิตเป็นเกราะป้องกัน ไม่พยายามให้คนอื่นออกมาแก้ต่างแทน การโพสต์รูปการ์ตูนโดยไม่พูดอะไรเลย จะถูกตีความว่าหลบเลี่ยง การปิดคอมเมนต์ก็ยิ่งทำให้ทุกอย่างดูแย่
“ผู้นำและองค์กรที่สามารถผ่านวิกฤตเช่นนี้ไปได้ไม่ใช่ผู้นำและองค์กรที่ไม่มีปัญหา ทว่าจะเป็นผู้นำและองค์กรที่เลือกเผชิญปัญหาด้วยความรับผิดชอบ สามารถยอมสละตัวตนยอมเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง เพื่อปกป้องผู้ที่องค์กรตั้งใจจะช่วยเหลือเช่นที่เคยทำมาตลอดสามสิบปีได้หรือไม่ การจะปล่อยให้ดรามาเงียบหายเองไม่น่าจะเป็นทางเลือกที่ดี” น.ส.ปราณีโพสต์ย้ำ.