โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ศอ.บต.-กอ.รมน.ภาค 4 สรุปเหตุป่วน 4 จังหวัดใต้ 75 จุด เจ็บ 11 ราย เร่งเยียวยาฟื้นฟู 24 ชม.

เดลินิวส์

อัพเดต 25 สิงหาคม 2569 เวลา 2.29 น. • เผยแพร่ 58 นาทีที่แล้ว • เดลินิวส์
3 ฝ่ายแถลงสรุปสถานการณ์ความรุนแรงป่วน 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พบก่อเหตุรวม 75 จุด เสียหายหนักทั้งอาคารและยานพาหนะ มีผู้บาดเจ็บ 11 ราย ด้าน ศอ.บต. เร่งตั้งศูนย์ช่วยเหลือเยียวยา 24 ชั่วโมง ขณะที่ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ย้ำเร่งรวบรวมหลักฐานลากตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. ที่ห้องประชุมศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ตำบลเขาตูม อำเภอยะรัง จังหวัดปัตตานี มีการแถลงร่วม 3 ฝ่าย เพื่อสรุปภาพรวมสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ห้วงวันที่ 22-23 สิงหาคม 2569 หลังเกิดเหตุการณ์หลายรูปแบบในพื้นที่ 4 จังหวัด ได้แก่ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา

การแถลงครั้งนี้มี พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า, พันตำรวจเอก สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับการสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมชี้แจงรายละเอียดสถานการณ์

พันเอก เอกวริทธิ์ ชอบชูผล รองโฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยภาพรวมว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงคืนวันที่ 22-23 สิงหาคมที่ผ่านมา มีทั้งการวางเพลิง เผายางรถยนต์ เผากล้องวงจรปิด การทำลายทรัพย์สินของทางราชการและประชาชน รวมถึงความเสียหายต่อระบบสาธารณูปโภค

ภาครัฐให้ความสำคัญกับทั้งตัวเหตุการณ์และผลกระทบที่เกิดขึ้นกับประชาชนและการดำเนินชีวิตประจำวัน โดยหน่วยงานด้านความมั่นคงได้เร่งเข้าตรวจสอบและประเมินสถานการณ์ในพื้นที่ พร้อมบูรณาการกำลังจากทุกฝ่ายเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชน ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่เร่งรวบรวมข้อมูลและพยานหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อนำไปวิเคราะห์ ขยายผล และติดตามตัวผู้ก่อเหตุรวมถึงผู้ที่เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามกฎหมาย

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร ได้เน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่เร่งดูแลพื้นที่และทำให้สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติโดยเร็ว รวมถึงสร้างความปลอดภัยและความเชื่อมั่นให้เกิดขึ้นในชุมชน

ทางด้าน พันตำรวจเอก สรชัช ปร่ำเป็ง ผู้กำกับการสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวนจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยว่า จากการรวบรวมข้อมูลเหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดยะลา ปัตตานี นราธิวาส และสงขลา พบเหตุการณ์รวมทั้งสิ้น 75 เหตุการณ์

ขณะนี้พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานร่วมกับเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดและหน่วยงานความมั่นคง เพื่อวิเคราะห์รายละเอียดของเหตุการณ์และขยายผลไปยังกลุ่มผู้ก่อเหตุ รวมถึงผู้ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุ เพื่อวิเคราะห์เส้นทางทั้งเส้นทางหลักและเส้นทางรองที่กลุ่มผู้ก่อเหตุอาจใช้ในการเดินทาง ก่อนนำข้อมูลเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนและดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยยืนยันว่าเจ้าหน้าที่จะเร่งดำเนินการอย่างเต็มความสามารถ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และนำผู้กระทำผิดเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

สรุปความเสียหาย : เจ็บ 11 ราย อาคาร 17 แห่ง รถ 40 คัน

ขณะที่ พันโท เชิด อักษรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เปิดเผยข้อมูลความเสียหายจากเหตุการณ์ล่าสุดว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 11 ราย แบ่งเป็นชาย 6 ราย และหญิง 5 ราย

ส่วนทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย อาคารได้รับความเสียหาย 17 แห่ง, ยานพาหนะได้รับความเสียหาย 40 คัน, เสาไฟฟ้าได้รับความเสียหาย 32 ต้น, เสาสัญญาณโทรศัพท์และกล้องวงจรปิดได้รับความเสียหาย 4 ตัว

ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) ได้เร่งดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ทั้งด้านร่างกายและจิตใจ พร้อมจัดตั้ง “ศูนย์การสื่อสารและการช่วยเหลือเยียวยาจากเหตุการณ์ความรุนแรงจังหวัดชายแดนภาคใต้” เพื่อทำหน้าที่เป็นกลไกประสานงานระหว่างผู้ได้รับความเสียหายกับหน่วยงานภาครัฐ

ศูนย์ดังกล่าวจะช่วยเร่งรัดการประเมินและชดเชยความเสียหาย ติดตามการช่วยเหลือเป็นรายกรณี และมีทีมปฏิบัติงานในพื้นที่ 4 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงกระบวนการเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว รวมถึงติดตามความคืบหน้าการช่วยเหลือได้ตลอด 24 ชั่วโมง โดยยืนยันว่าภาครัฐจะดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ ทั้งด้านการดำรงชีวิต การฟื้นฟูความเสียหาย และการประสานความช่วยเหลือในด้านต่าง ๆ เพื่อให้ผู้ได้รับผลกระทบสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

ด้าน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ขอความร่วมมือประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารจากหน่วยงานภาครัฐ และหากพบเบาะแส บุคคล หรือพฤติกรรมที่อาจเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ สามารถแจ้งข้อมูลผ่านสายด่วน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยข้อมูลของผู้แจ้งจะได้รับการเก็บรักษาเป็นความลับ

ภาครัฐยืนยันว่าจะเดินหน้าบูรณาการการทำงานทุกภาคส่วน ทั้งการรักษาความปลอดภัย การรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามผู้ก่อเหตุ การช่วยเหลือเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน เพื่อให้พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กลับคืนสู่ความสงบ และประชาชนสามารถดำเนินชีวิตได้อย่างปลอดภัย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...