โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

งานวิจัยใหม่ชี้ ดื่ม “กาแฟ” มากเกินไป เชื่อมโยงกระดูกอ่อนแอลง กี่แก้วควรระวัง?

Khaosod

อัพเดต 07 ก.ย เวลา 10.25 น. • เผยแพร่ 07 ก.ย เวลา 10.25 น.
งานวิจัยใหม่พบ ดื่ม “กาแฟ” มากเกินไปอาจเกี่ยวข้องกับกระดูกอ่อนแอลง แล้ววันละกี่แก้วถึงควรระวัง? -ภาพประกอบ

เช็กด่วน งานวิจัยใหม่ติดตามผู้หญิงสูงอายุกว่า 9,700 คน นาน 10 ปี พบว่า การดื่ม “กาแฟ” มากเกินไปอาจเกี่ยวข้องกับกระดูกอ่อนแอลง แล้ววันละกี่แก้วถึงควรระวัง?

คอกาแฟที่เติมกันหลายแก้วตั้งแต่เช้าจรดเย็นอาจต้องลองนับจำนวนกันสักหน่อย หลังงานวิจัยจากมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์ส ประเทศออสเตรเลีย พบว่า ผู้หญิงสูงอายุที่ดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวัน มีแนวโน้มสัมพันธ์กับความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ข่าวดีสำหรับคนที่ดื่มในระดับพอเหมาะ เพราะปริมาณประมาณวันละ 2 - 3 แก้ว ไม่พบความสัมพันธ์กับผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพกระดูก

ผลการศึกษาดังกล่าวตีพิมพ์ในวารสารวิชาการ Nutrientsโดยทีมนักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์พฤติกรรมการดื่มกาแฟและชาของผู้หญิงอายุ 65 ปีขึ้นไป จำนวน 9,704 คน เป็นระยะเวลานานถึง 10 ปี พร้อมตรวจวัดความหนาแน่นของมวลกระดูกบริเวณคอกระดูกต้นขาและสะโพก ซึ่งเป็นจุดที่มักเกิดกระดูกหักจากโรคกระดูกพรุน

ผลวิจัย

ผลวิจัยพบว่า การดื่มชาสัมพันธ์กับความหนาแน่นของมวลกระดูกบริเวณสะโพกที่สูงขึ้น ขณะที่การดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันสัมพันธ์กับมวลกระดูกที่ลดลง - ภาพประกอบ

ผลปรากฏว่า การดื่มกาแฟมากกว่า 5 แก้วต่อวันมีความสัมพันธ์กับความหนาแน่นของมวลกระดูกที่ลดลง ขณะที่การดื่มชากลับสัมพันธ์กับความหนาแน่นของมวลกระดูกบริเวณสะโพกโดยรวมที่สูงขึ้น นอกจากนี้ ในกลุ่มผู้หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์มาก พบความสัมพันธ์ระหว่างกาแฟกับมวลกระดูกบริเวณคอกระดูกต้นขาที่ลดลง ส่วนความสัมพันธ์เชิงบวกของชากับมวลกระดูกพบเด่นชัดขึ้นในกลุ่มผู้หญิงที่มีภาวะอ้วน

ไรอัน หลิวหนึ่งในผู้ร่วมวิจัย อธิบายว่า สาร “คาเทชิน” (Catechins)ซึ่งพบมากในชา อาจช่วยส่งเสริมการสร้างกระดูกและชะลอการสลายตัวของกระดูก ส่วนคาเฟอีนในกาแฟนั้น การศึกษาในห้องปฏิบัติการพบว่าอาจรบกวนการดูดซึมแคลเซียมและกระบวนการเผาผลาญของกระดูก แต่ผลกระทบดังกล่าวมีขนาดเล็ก และอาจชดเชยได้ด้วยการเติมนมลงในกาแฟ

อย่างไรก็ตาม หลิวย้ำว่า “ผลการศึกษาไม่ได้หมายความว่าทุกคนต้องเลิกกาแฟแล้วหันไปดื่มชาในปริมาณมาก”แต่ชี้ให้เห็นว่า การดื่มชาอย่างพอเหมาะอาจเป็นหนึ่งในวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยส่งเสริมสุขภาพกระดูก ขณะที่การดื่มกาแฟในปริมาณสูงมากอาจไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม โดยเฉพาะในผู้หญิงที่ดื่มแอลกอฮอล์

ความเสี่ยง

ผู้หญิงมีความเสี่ยงต่อการสูญเสียมวลกระดูกสูง เนื่องจากโดยทั่วไปมีมวลกระดูกน้อยกว่า และจะสูญเสียมวลกระดูกเร็วขึ้นหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน - ภาพประกอบ

ด้าน ลิซา ยังนักกำหนดอาหารวิชาชีพและอาจารย์พิเศษด้านโภชนาการแห่งมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก เตือนว่า ผลลัพธ์ดังกล่าวควรตีความอย่างระมัดระวัง เนื่องจากงานวิจัยเป็นการติดตามพฤติกรรมของผู้เข้าร่วม ไม่ได้กำหนดให้แต่ละคนดื่มกาแฟหรือชาในปริมาณที่กำหนด จึงแสดงให้เห็นได้เพียง“ความสัมพันธ์”เท่านั้น และยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากาแฟเป็นสาเหตุที่ทำให้กระดูกอ่อนแอลง หรือชาเป็นสาเหตุที่ทำให้กระดูกแข็งแรงขึ้น

สำหรับ“โรคกระดูกพรุน” ถือเป็นปัญหาสาธารณสุขสำคัญทั่วโลก โดยข้อมูลในงานวิจัยระบุว่า ผู้หญิงอายุ 50 ปีขึ้นไปราว 1 ใน 3 คน และผู้ชายวัยเดียวกันราว 1 ใน 5 คน เคยประสบภาวะกระดูกหักที่เกี่ยวข้องกับโรคดังกล่าว ขณะที่ผู้หญิงมีความเสี่ยงเป็นพิเศษ เนื่องจากโดยทั่วไปมีมวลกระดูกน้อยกว่า และการสูญเสียมวลกระดูกจะเกิดเร็วขึ้นหลังเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

ท้ายที่สุด ผู้เชี่ยวชาญย้ำว่า คนที่ชอบกาแฟไม่จำเป็นต้องรีบวางแก้ว เพราะการดื่มในปริมาณพอเหมาะยังไม่พบผลเสียต่อสุขภาพกระดูกจากการศึกษานี้ สิ่งสำคัญที่ได้รับการพิสูจน์มากกว่ายังคงเป็นการได้รับแคลเซียมและวิตามินดีอย่างเพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และการดื่มแอลกอฮอล์มากเกินไป เพราะไม่ว่าจะเป็นอาหารหรือเครื่องดื่มชนิดใด การบริโภคมากเกินความพอดีย่อมไม่ใช่ทางเลือกที่ดี

ที่มา: nypost

อ่านข่าวเพิ่มเติม: ผลวิจัยเผย ดื่มกาแฟตอนกลางคืน คาเฟอีนกระตุ้นประสาท ทำให้ใจร้อน-ตัดสินใจหุนหันพลันแล่นมากขึ้น พร้อมเตือนอาชีพที่ควรระวัง โดยเฉพาะในผู้หญิง

เรียบเรียงโดยทีมงานข่าวสดออนไลน์

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : งานวิจัยใหม่ชี้ ดื่ม “กาแฟ” มากเกินไป เชื่อมโยงกระดูกอ่อนแอลง กี่แก้วควรระวัง?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...