บุรีรัมย์จับล็อตใหญ่ ไอซ์-เคเกือบ 300 กก. รวบ 3 หนุ่ม ขนจากชายแดนซุกข้างทาง เตรียมส่งต่ออยุธยา
เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร และฝ่ายปกครองจังหวัดบุรีรัมย์ แถลงผลจับกุมเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดรายใหญ่ ตามแผน “Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด” สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 3 ราย พร้อมของกลางยาไอซ์และเคตามีนรวมเกือบ 300 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 47 ล้านบาท หลังลักลอบขนจากพื้นที่ชายแดนแม่น้ำโขง เตรียมนำส่งต่อเครือข่ายในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา แต่หวั่นเจอด่านตรวจจึงนำยาเสพติดไปซุกซ่อนไว้ข้างทาง ก่อนพากันเข้าพักในรีสอร์ทและถูกเจ้าหน้าที่ติดตามจับกุม
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 25 ส.ค.69 ที่หอประชุมชัยจินดา ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ นายปิยะ ปิจนำ ผวจ.บุรีรัมย์ พร้อมด้วย พล.ต.ชัยภัทร เงินดีเจริญ ผบ.มทบ.26, พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์, พ.อ.นิติกร ศิริคำ ผบ.ฉก.ทพ.26, พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ สมกิจศิริ รอง ผบก.ภ.จวบุรีรัมย์(รับผิดชอบงานยาเสพติด), พ.ต.อ.ยุทธนา ไตรทิพย์ รอง ผบก.ภ.จว.บุรีรัมย์ (ผช.ปส), พ.ต.ท.สุวัฒน์ นามมงคล รอง ผกก.สส.ฯ หัวหน้า ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์
แถลงข่าวผลการจับกุมผู้ต้องหาค้ายาเสพติดตามแผน ‘Operation 90 Days ผ่าแผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติด’ โดยจับกุมผู้ต้องหาได้จำนวน 3 ราย ประกอบด้วย นายวิชาญ อายุ 32 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี, นายวันชนะ อายุ 21 ปี ชาว จ.ปราจีนบุรี และนายอมรฤทธิ์ ชาว จ.อุดรธานี พร้อมของกลางยาเสพติดจำนวน 8 กระสอบ เป็นยาไอซ์จำนวน 6 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 205 กิโลกรัม และเคตามีนหรือยาเค อีกจำนวน 2 กระสอบ น้ำหนักรวมประมาณ 83 กิโลกรัม รถยนต์ที่ใช้ในการขนยาเสพติด 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง รวมมูลค่ายาเสพติดประมาณ 47,350,000 บาท
โดยการจับกุมดังกล่าว เป็นการบูรณาการกำลังความร่วมมือระหว่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.ภ.จว.บุรีรัมย์ ชุดสืบสวน สภ.หนองหงส์, ฝ่ายปกครอง อ.หนองหงส์ , เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.ภ.3, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชป.ปส.กก.สส.ภ.จว.อุบลราชธานี, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชุดข่าวยาเสพติด ภ.จว.อุบลราชธานี, เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดขยายผลคดียาเสพติด ภ.จว.นครราชสีมา, เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.2 บก.ปส. 3, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.กก.ตชด.21, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ร้อย ตชด.215, เจ้าหน้าที่ตำรวจ ชปส.ร้อย ตชด.216, เจ้าหน้าที่ทหาร สขว.กอ.รมน., เจ้าหน้าที่ ฉก.ทพ.26, เจ้าหน้าที่ทหาร หน่วยปราบปรามยาเสพติด ขกท.ศปก.ทบ.(นฝด.22,ขกท.กกล.สุรนารี) และเจ้าหน้าที่ทหารชุดปราบปรามยาเสพติด และสืบสวนขยายผล ศูนย์ปฏิบัติการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดกองทัพภาคที่ 2
สำหรับผู้ต้องหา ทั้ง 3 ราย พร้อมของกลางทั้งหมด ถูกเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จับกุมตัวได้ที่บริเวณห้องพักรีสอร์ทแห่งหนึ่งใน ต.ไทยสามัคคี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ และก่อนจะขยายผลมาตรวจยึดของกลางยาเสพติดดังกล่าวที่ทั้ง 3 ราย นำซุกซ่อนไว้ในพงหญ้าข้างทาง บริเวณริมถนนหมายเลข 2166 สายอำเภอลำปลายมาศ-อำเภอหนองกี่ ใกล้กับทางเข้าวัดศรีสง่าวนาราม ต.ไทยสามัคคี อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 21 ส.ค.69
ทั้งนี้ สืบเนื่องจาก เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้มีการบูรณาการข่าวสารเกี่ยวกับยาเสพติดร่วมกัน จนทราบว่าจะมีเครือข่ายยาเสพติด ลักลอบขนยาเสพติดจากแนวชายแดนด้านแม่น้ำโขง เข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ ในช่วงกลางดึกของวันที่ 20 ส.ค.69 กระทั่งสืบสวนทราบว่ารถยนต์ที่ลำเลียงยาเสพติด ได้ผ่านเข้ามาในพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ เพื่อจะผ่านเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ จึงได้ประสานการปฏิบัติเพื่อตรวจสอบรถต้องสงสัย พร้อมตั้งจุดตรวจจุดสกัดในพื้นที่ แต่ก็ไม่พบรถยนต์เป้าหมายผ่านด่านตรวจ และขับผ่านออกจากพื้นที่ จ.บุรีรัมย์ ซึ่งคาดว่ารถลำเลียงอาจจะเห็นด่านตรวจ จึงได้พากันหลบซ่อนอยู่ในพื้นที่
จากนั้น เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จึงได้ออกสืบสวนติดตามอย่างต่อเนื่อง กระทั่งในช่วงเช้าวันที่ 21 ส.ค.69 พบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน จอดพักอยู่ที่รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.หนองหงส์ จ.บุรีรัมย์ จึงเข้าตรวจสอบและพบชายต้องสงสัยทั้ง 3 คน จากการสอบถามให้การยอมรับสารภาพว่า พวกตนได้นำยาเสพติดจำนวน 8 กระสอบ ที่ขนลำเลียงมาใส่ในรถยนต์กระบะ 1 คัน โดยมีรถยนต์เก๋งอีก 1 คัน ขับนำหน้าทำหน้าที่ตรวจดูเส้นทางด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ แล้วนำไปเก็บซุกซ่อนไว้บริเวณพงหญ้าข้างทางก่อนเข้าตัว อ.หนองหงส์ ก่อนจะพากันเข้ามาพักอาศัยที่รีสอร์ท เพื่อหลบซ่อนตัว เนื่องจากพบว่าในพื้นที่ได้มีการตั้งด่านตรวจของเจ้าหน้าที่ กระทั่งมาถูกจับกุมตัวได้ดังกล่าว
สำหรับ เครือข่ายรายนี้ จากการสืบสวนสอบของเจ้าหน้าที่ ทราบว่ามีพฤติกรรมลักลอบลำเลียงยาเสพติด จากพื้นที่ชายแดนทางด้านแม่น้ำโขง เข้ามาสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ โดยจะอาศัยช่วงเวลากลางคืนในการขนย้าย และจากการสอบสวนยังทราบว่า ยาเสพติดล็อตดังกล่าวนี้ จะมีการขนลำเลียงนำไปส่งมอบให้กับเครือข่าย ที่จะเดินทางมารับขนไปอีกต่อหนึ่งในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งได้นัดหมายกันไว้แล้ว แต่พบว่ามีการตั้งด่านจุดตรวจจุดสกัดของเจ้าหน้าที่ จึงทำให้ไม่กล้าขนลำเลียงผ่าน อีกทั้งกลุ่มเครือข่ายที่จะมาขนยาเสพติด รู้ว่าได้มีการจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ซึ่งเป็นทีมขนลำเลียง จึงไม่เดินทางมาตามที่นัดหมายกันไว้
สำหรับยาไอซ์และยาเค ที่ถูกจับกุมได้ดังกล่าว หากมีการขนลำเลียงผ่านไปตอนในของประเทศ จะมีราคาซื้อขายรวมนับสิบล้านบาท จากการประเมินราคายาไอซ์ กิโลกรัมละ 150,000 บาท จำนวน 205 กิโลกรัม ราคารวมประมาณ 30,750,000บาท ส่วนยาเคตามีนราคากิโลกรัมละ 200,000 บาท จำนวน 83 กิโลกรัม ราคารวม 16,600,000 บาท รวมจำนวนทั้งสิ้นประมาณ 47,350,000 บาท และหากไปถึงปลายทางประเทศที่สามราคาจะเพิ่มขึ้นเป็นหลายเท่าตัวนับร้อยล้านบาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม จะเร่งสืบสวนสอบสวนขยายผล เพื่อจับกุมผู้ร่วมขบวนการที่เหลือต่อไป
นอกจากนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ยังได้แถลงผลการปฎิบัติภายใต้แผนยุทธการ 90 วัน พิฆาตยาเสพติดของรัฐบาล ในห้วงระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 30 กันยายน 2569 ซึ่งได้มีการเปิดปฏิบัติการเชิงรุก ปิดล้อมตรวจค้น และสืบสวนขยายผลเครือข่ายค้ายาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยผลการปฏิบัติภาพรวมในห้วงวันที่ 1 กรกฎาคม ถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2569 สามารถจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้รวมทั้งสิ้น 652 คดี ผู้ต้องหา 648 ราย, ดำเนินคดีข้อหาสมคบ 2 คดี, จับตามหมายจับคดียาเสพติดรวม 8 หมาย, การยึดของกลาง ยึดยาบ้ารวมกว่า 917,985 เม็ด, ไอซ์ 205.03 กิโลกรัม และเคตามีน 83.08 กิโลกรัม, ยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด มูลค่ารวมกว่า 24,114,876 บาท
ส่วนผลการปฏิบัติในภาพรวมตั้งแต่ต้นปีงบประมาณ 1 ตุลาคม 2568 ถึงวันที่ 22 สิงหาคม 2569 จับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติดได้รวมทั้งสิ้น 2,989 คดี ผู้ต้องหา 3,031 ราย, ดำเนินคดีข้อหาสมคบ 83 คดี, จับตามหมายจับคดียาเสพติดรวม 83 หมาย และฟอกเงิน 2 คดี ยึดของกลางยาบ้า รวมกว่า 2,815,093 เม็ด, ไอซ์ 205.20 กิโลกรัม และเคตามีน 83.27 กิโลกรัม, ยึดและอายัดทรัพย์สินเครือข่ายยาเสพติด มูลค่ารวมกว่า 87,539,430 บาท