โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จับตา "พายุลูกใหม่" จ่อเข้าไทย 1-2 ลูก เตือน "ฝนถล่ม" หลายพื้นที่ยาวถึง 28 ก.ค.

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กรมอุตุนิยมวิทยาคาดไทยมีฝนต่อเนื่องถึงวันที่ 28 กรกฎาคม ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกเสี่ยงฝนหนักถึงหนักมาก ขณะที่ สทนช.เตรียมรับพายุ 1-2 ลูกช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม พร้อมเร่งกักเก็บน้ำในอ่าง

กรมอุตุนิยมวิทยารายงานแนวโน้มสภาพอากาศประเทศไทยระหว่างวันที่ 23-28 กรกฎาคม 2569 โดยหลายพื้นที่ยังมีฝนตกต่อเนื่องและมีฝนตกหนักบางแห่ง ขณะที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. เตรียมแผนบริหารจัดการน้ำรองรับฝนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงติดตามพายุหมุนเขตร้อนที่อาจเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมประมาณ 1-2 ลูก

สถานการณ์ฝนในภาคเหนือส่งผลกระทบแล้วในพื้นที่อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ หลังวันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เกิดฝนตกสะสมอย่างหนักบริเวณบ้านห้วยศ ตำบลท่าตอน ทำให้น้ำจากลำน้ำสาขาเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนอย่างรวดเร็ว ระดับน้ำสูงประมาณ 10 เซนติเมตร ชาวบ้านต้องเร่งขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

จากการตรวจสอบพบว่า เศษกิ่งไม้และวัสดุธรรมชาติจำนวนมากไหลไปกีดขวางทางน้ำ ทำให้ระบายน้ำไม่ทัน เจ้าหน้าที่จึงนำเครื่องจักรเข้ากำจัดสิ่งกีดขวางและเปิดทางให้น้ำกลับมาไหลได้ตามปกติ

กระแสลมแรงยังทำให้ต้นไม้ขนาดใหญ่หักโค่นทับรถกระบะที่จอดอยู่ริมถนนได้รับความเสียหายอย่างหนัก พร้อมทำให้สายไฟฟ้าขาดและเกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง เบื้องต้นไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต

หลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย องค์การบริหารส่วนตำบลท่าตอน ระดมกำลังพร้อมเลื่อยยนต์และเครื่องจักรเข้าตัดและเคลื่อนย้ายซากต้นไม้ออกจากรถและเส้นทางจราจร พร้อมประสานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคอำเภอแม่อายเข้าซ่อมแซมระบบไฟฟ้า เพื่อเร่งจ่ายกระแสไฟกลับคืนให้ประชาชน

หน่วยงานในพื้นที่ยังติดตามระดับน้ำและสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีโอกาสเกิดฝนตกต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่มต่ำ

ด้านนายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการและโฆษกสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะทำงานวิเคราะห์สภาพอากาศและคาดการณ์สถานการณ์น้ำว่า ช่วงปลายเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม ประเทศไทยมีแนวโน้มฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมและร่องมรสุมที่พาดผ่าน

สทนช.ยังประเมินว่า ช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคม 2569 อาจมีพายุหมุนเขตร้อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยประมาณ 1-2 ลูก ซึ่งจะช่วยเพิ่มปริมาณน้ำไหลลงสู่อ่างเก็บน้ำ แต่ทุกหน่วยงานต้องเตรียมพร้อมรับฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่งควบคู่กันไป

ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 35 แห่งทั่วประเทศมีปริมาณน้ำสำรองรวมประมาณร้อยละ 56 ของความจุ น้อยกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อนประมาณ 2,600 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยมีอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 8 แห่งที่ปริมาณน้ำอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงวิกฤต ได้แก่

เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีน้ำประมาณร้อยละ 12 เขื่อนคลองสียัด ร้อยละ 14 เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน ร้อยละ 24 เขื่อนนฤบดินทรจินดา ร้อยละ 24 เขื่อนน้ำพุง ร้อยละ 26 เขื่อนปราณบุรี ร้อยละ 26 เขื่อนมูลบน ร้อยละ 29 และเขื่อนขุนด่านปราการชล ร้อยละ 29

สทนช.จึงเร่งวางแผนกักเก็บน้ำในช่วงที่มีฝนตกเพิ่มขึ้น พร้อมประสานกรมชลประทานปรับลดการระบายน้ำจากอ่างเก็บน้ำบางแห่ง และควบคุมปริมาณน้ำไม่ให้ต่ำกว่าเกณฑ์สำรอง เพื่อรองรับความเสี่ยงจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่อาจส่งผลชัดเจนขึ้นในช่วงปลายปี โดยเดือนธันวาคมอาจมีปริมาณฝนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยปกติร้อยละ 47

สำหรับช่วงถึงวันที่ 25 กรกฎาคม ประเทศไทยมีฝนตกหนักบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จากหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

ทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 1-2 เมตร ส่วนบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ขณะที่ทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร และสูงมากกว่า 2 เมตรในบริเวณฝนฟ้าคะนอง

ระหว่างวันที่ 26-28 กรกฎาคม ภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีโอกาสเกิดฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านเมียนมา สปป.ลาว และเวียดนาม เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่มีกำลังแรงขึ้น

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน และพื้นที่ลุ่ม รวมทั้งติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาและหน่วยงานท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง

กรมอุตุนิยมวิทยายังติดตามหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ซึ่งมีแนวโน้มพัฒนาเป็นพายุดีเปรสชัน และคาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนบนของประเทศฟิลิปปินส์ในช่วงวันที่ 24-25 กรกฎาคม โดยต้องประเมินทิศทางและผลกระทบอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง

พยากรณ์อากาศวันที่ 23 กรกฎาคม ภาคเหนือมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนร้อยละ 60 ภาคใต้ฝั่งตะวันออกมีฝนร้อยละ 30 ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนร้อยละ 40 ส่วนกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 60 ของพื้นที่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...