โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซื้อเครื่องซักผ้าต้องรู้! กิโลกรัมที่ระบุ วัดจากตอนผ้าแห้งหรือเปียก?

sanook.com

เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
ขนาดกิโลกรัมบนเครื่องซักผ้า คือน้ำหนักของผ้าแห้ง หรือผ้าเปียก? มาไขข้อสงสัยพร้อมวิธีเลือกขนาดที่ใช่!

ขนาดกิโลกรัมบนเครื่องซักผ้า คือน้ำหนักของผ้าแห้ง หรือผ้าเปียก? มาไขข้อสงสัยพร้อมวิธีเลือกขนาดที่ใช่!

เครื่องซักผ้าในปัจจุบันมีหลากหลายดีไซน์และขนาดความจุ ซึ่งมักจะระบุเป็นหน่วยกิโลกรัม (kg) แต่เชื่อว่าหลายคนยังคงสับสนและคาใจว่า ตัวเลขน้ำหนักกิโลกรัมที่ระบุไว้นั้น คือน้ำหนักของ "ผ้าแห้ง" ก่อนซัก หรือน้ำหนักของ "ผ้าเปียก" ตอนที่กำลังซักอยู่กันแน่? วันนี้เรามีคำตอบพร้อมเคล็ดลับดีๆ มาฝากกันครับ

กิโลกรัมบนเครื่องซักผ้า หมายถึงน้ำหนัก "ผ้าแห้ง" หรือ "ผ้าเปียก"?

คำตอบคือ: กิโลกรัมบนเครื่องซักผ้า หมายถึง "น้ำหนักของผ้าแห้ง" ก่อนนำเข้าเครื่องครับ! เมื่อผู้ผลิตระบุว่าเครื่องซักผ้ารุ่นนี้มีความจุ "7 กิโลกรัม" นั่นหมายความว่าเครื่องสามารถรองรับ ผ้าแห้งน้ำหนักรวมกันไม่เกิน 7 กิโลกรัม ต่อการซักหนึ่งครั้ง เพื่อให้มอเตอร์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ถังซักหมุนได้อย่างอิสระ และผ้าสะอาดทั่วถึง

เกร็ดความรู้: หากเรานำผ้าแห้ง 7 กิโลกรัมไปซัก เมื่อผ้าอมน้ำจนเปียก น้ำหนักรวมของผ้าเปียกจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ซึ่งเครื่องซักผ้าถูกออกแบบและคำนวณโครงสร้างมารองรับน้ำหนักในส่วนนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ให้ยึดน้ำหนักตอนผ้าแห้งเป็นหลัก ในการกะปริมาณผ้าในแต่ละครั้ง

เทียบให้เห็นภาพ: ซักผ้าแค่ไหนถึงเรียกว่า 1 กิโลกรัม?

เพื่อให้เลือกขนาดเครื่องซักผ้าได้ตอบโจทย์การใช้งานจริงและไม่เล็กหรือใหญ่จนเกินไป มาดูสูตรการกะปริมาณผ้าแห้งคร่าวๆ กันครับ:

  • 1 กิโลกรัม ประมาณเท่ากับ:

  • เสื้อเชิ้ต 1 ตัว + กางเกงยีนส์ 1 ตัว

    • เสื้อยืด ประมาณ 5 ตัว

    • ผ้าขนหนูขนาดกลาง 2 ผืน

ตัวอย่างปริมาณผ้าตามขนาดความจุของเครื่อง:

  • ความจุ 5 กิโลกรัม (เหมาะกับอยู่คนเดียว): ซักเสื้อเชิ้ต 5 ตัว + กางเกงยีนส์ 5 ตัว หรือ เสื้อยืด 25 ตัว หรือ ผ้าขนหนู 10 ผืน

  • ความจุ 7 - 8 กิโลกรัม (เหมาะกับ 1-2 คน): ซักเสื้อเชิ้ต 7-8 ตัว + กางเกงยีนส์ 7-8 ตัว หรือ เสื้อยืด 35-40 ตัว หรือ ผ้าขนหนู 14-16 ผืน

  • ความจุ 10 กิโลกรัมขึ้นไป (เหมาะกับครอบครัวขนาดกลาง): รองรับการซักผ้ากองใหญ่หรือเสื้อผ้าหลายวันได้อย่างสบายๆ

ข้อควรจำเพิ่มเติมในการเลือกและใช้งานเครื่องซักผ้า

  • เผื่อพื้นที่สำหรับผ้าชิ้นใหญ่: หากบ้านใครมีผ้าห่มนวม ผ้าม่าน หรือผ้าปูที่นอนขนาดใหญ่ ควรเลือกเครื่องซักผ้าที่มีขนาดใหญ่เผื่อไว้ เนื่องจากผ้าเหล่านี้อุ้มน้ำมากและต้องการพื้นที่ในการตีน้ำ หากเครื่องเล็กเกินไปจะซักไม่สะอาดและมอเตอร์ทำงานหนักเกินไป

  • อย่าอัดผ้าแน่นจนเกินไป: แม้จะยังไม่เกินพิกัดกิโลกรัม แต่หากยัดผ้าจนล้นถัง น้ำและผงซักฟอกจะกระจายตัวได้ไม่ทั่วถึง แนะนำให้เหลือพื้นที่ว่างในถังประมาณ 1 ใน 3 ส่วนเพื่อให้ผ้าพลิกตัวได้ดีที่สุด

แนะนำเพิ่มเติม: ช่องในลิ้นชักใส่ผลิตภัณฑ์ซักผ้า คืออะไร และใช้อย่างไร?

สำหรับใครที่สงสัยว่าช่องใส่ผงซักฟอกหรือน้ำยาปรับผ้านุ่มบนเครื่องซักผ้าที่มีแบ่งออกเป็น 3 ช่อง (มักจะมีสัญลักษณ์ I, II และรูปดอกไม้) ทำไมต้องแยกช่อง และแต่ละช่องใช้งานอย่างไร สรุปสั้นๆ ดังนี้ครับ:

  • ช่องที่มีสัญลักษณ์ I (หรือ A): เป็นช่องสำหรับใส่ ผงซักฟอกสูตร Pre-wash (ซักล่วงหน้า) สำหรับผ้าที่สกปรกมากเป็นพิเศษ (เครื่องจะดึงน้ำและผงซักฟอกช่องนี้ไปใช้ก่อนรอบซักจริง) ถ้าซักปกติทั่วไป ไม่ต้องใส่ช่องนี้ครับ

  • ช่องที่มีสัญลักษณ์ II (หรือ B): เป็นช่องหลักสำหรับใส่ ผงซักฟอก หรือ น้ำยาซักผ้าหลัก ที่ใช้ในการซักรอบปกติทั่วไป

  • ช่องที่มีสัญลักษณ์รูปดอกไม้ หรือ Softener: เป็นช่องสำหรับใส่ น้ำยาปรับผ้านุ่ม โดยเฉพาะ ระบบจะปล่อยน้ำยาลงมาในช่วงล้างน้ำรอบสุดท้ายโดยอัตโนมัติ ห้ามเทน้ำยาปรับผ้านุ่มลงไปปนกับผงซักฟอกเด็ดขาด เพราะจะทำให้คุณสมบัติของน้ำยาลดลงครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...