ครม.เห็นชอบร่างความตกลง PCA ดันไทยเป็นศูนย์กลางระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศในภูมิภาค
วันที่18 ส.ค.69 นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรีเห็นชอบร่างความตกลงประเทศเจ้าบ้านระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับศาลประจำอนุญาโตตุลาการ หรือ Permanent Court of Arbitration (PCA) พร้อมอนุมัติหลักการร่างพระราชกฤษฎีกากำหนดเอกสิทธิ์และความคุ้มกันสำหรับ PCA และบุคคลที่เกี่ยวข้อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้ PCA สามารถจัดประชุม การพิจารณาคดี และดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า PCA เป็นองค์การระหว่างประเทศที่ให้บริการด้านอนุญาโตตุลาการและมีบทบาทสำคัญในการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศโดยสันติ ไทยเป็นหนึ่งในประเทศผู้ร่วมก่อตั้งและเป็นภาคีอนุสัญญาเพื่อการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศอย่างสันติ ค.ศ. 1907 โดย PCA ได้เสนอจัดทำความตกลงประเทศเจ้าบ้านกับรัฐบาลไทยตั้งแต่ปี 2562 เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมของ PCA ในประเทศไทย เช่น การพิจารณาคดี การประชุม และการสัมมนา
สาระสำคัญของร่างความตกลงกำหนดให้ไทยอำนวยความสะดวกแก่ PCA ในการดำเนินภารกิจที่เกี่ยวข้องกับการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศ รวมถึงการจัดหาสำนักงาน พื้นที่ประชุม สาธารณูปโภค และบริการที่จำเป็น พร้อมกำหนดเอกสิทธิ์และความคุ้มกันที่จำเป็นแก่ PCA เจ้าหน้าที่ ผู้ตัดสิน และผู้เข้าร่วมกระบวนพิจารณา เพื่อให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเป็นอิสระและมีประสิทธิภาพ
เอกสิทธิ์และความคุ้มกันดังกล่าวครอบคลุม เช่น ความคุ้มกันต่อทรัพย์สินและเอกสารของ PCA การยกเว้นภาษีและอากรบางประเภทตามกฎหมาย การอำนวยความสะดวกด้านการเข้าเมืองแก่เจ้าหน้าที่และผู้ตัดสิน ตลอดจนความคุ้มกันที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ เป็นการให้สิทธิเท่าที่จำเป็นต่อภารกิจของ PCA และอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายไทย
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรียังมอบหมายให้กระทรวงยุติธรรมทำหน้าที่เป็นจุดประสานงานหลักของรัฐบาล กระทรวงมหาดไทยดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการยกเว้นค่าธรรมเนียมการตรวจลงตรา และหน่วยงานด้านภาษีดำเนินการตามกฎหมายเพื่อรองรับเอกสิทธิ์ด้านภาษีและอากรตามความตกลง
สำหรับการสนับสนุนสถานที่และบริการ สถาบันอนุญาโตตุลาการจะให้การสนับสนุนสำนักงาน ห้องประชุม ห้องพิจารณาคดี และสาธารณูปโภคที่จำเป็นแก่ PCA โดยไม่เก็บค่าธรรมเนียมในระยะเวลารวมไม่เกิน 30 วันสะสมต่อปีงบประมาณ มีประมาณการค่าใช้จ่ายรวมประมาณ 1.5 ล้านบาท ทั้งนี้ ค่าใช้บริการเพิ่มเติม เช่น บริการแปลภาษา หรือบริการบันทึกเสียง จะเป็นความรับผิดชอบของคู่พิพาทหรือ PCA ตามกรณี
“การมีความตกลงประเทศเจ้าบ้านกับ PCA จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ประเทศไทยเป็นสถานที่จัดกระบวนการอนุญาโตตุลาการและการประชุมระหว่างประเทศมากขึ้น ไม่เพียงส่งเสริมบทบาทของไทยในการระงับข้อพิพาทอย่างสันติ แต่ยังเป็นโอกาสในการพัฒนาบุคลากรด้านกฎหมาย ยกระดับมาตรฐานการระงับข้อพิพาทของไทย และสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและนานาประเทศ” นางสาวลลิดากล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวเพิ่มเติมว่า รัฐบาลมองว่าการดำเนินการครั้งนี้จะช่วยเสริมบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางด้านกฎหมายและการระงับข้อพิพาทระหว่างประเทศของภูมิภาคเอเชีย ตลอดจนเปิดโอกาสให้ไทยมีส่วนร่วมใกล้ชิดมากขึ้นในการพัฒนากฎหมายระหว่างประเทศและกลไกระงับข้อพิพาทในระดับสากล
ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศเห็นว่า ร่างความตกลงดังกล่าวเป็นสนธิสัญญาตามกฎหมายระหว่างประเทศและเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญ จึงต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีก่อนลงนามและดำเนินการให้มีผลผูกพัน แต่ไม่เข้าข่ายหนังสือสัญญาที่ต้องได้รับความเห็นชอบจากรัฐสภา.