โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่อายุ 60 ปีขึ้นไป ใส่ใจเช็ก 7 เรื่องสุขภาพ สัญญาณเตือนที่ลูกไม่ควรมองข้าม

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 11 ส.ค. เวลา 17.44 น. • เผยแพร่ 11 ส.ค. เวลา 17.43 น.
ภาพไฮไลต์

วันแม่ 2569 นอกจากพาแม่ไปกินข้าว ซื้อของขวัญ หรือกลับบ้านไปใช้เวลาร่วมกันแล้ว อีกหนึ่งของขวัญที่มีคุณค่าไม่แพ้กันคือการชวนแม่ดูแลสุขภาพ โดยเฉพาะคุณแม่ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งเป็นช่วงวัยที่ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน และมีโอกาสพบโรคเรื้อรังหรือความเสื่อมของอวัยวะบางอย่างเพิ่มขึ้น

การดูแลผู้สูงอายุจึงไม่ควรดูเฉพาะว่า “มีโรคอะไรหรือไม่” แต่ควรประเมินทั้งสุขภาพร่างกาย ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน ความจำ สุขภาพจิต การมองเห็น การได้ยิน ตลอดจนความเสี่ยงต่อการหกล้ม เพื่อช่วยให้ผู้สูงวัยใช้ชีวิตได้อย่างปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดี

ชวนแม่อายุ 60 ปีขึ้นไป มาเช็ก 7 เรื่องสุขภาพสำคัญ ที่ลูกๆ ไม่ควรมองข้าม

1. โรคเรื้อรังและสุขภาพหัวใจ ต้องรู้ตัวเลขพื้นฐานของแม่

เมื่อเข้าสู่วัยสูงอายุ สิ่งสำคัญอันดับต้นๆ คือการติดตามสุขภาพโดยรวมและโรคเรื้อรัง โดยเฉพาะความดันโลหิต ระดับน้ำตาลและไขมันในเลือด รวมถึงประเมินปัจจัยเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือดตามความเหมาะสม

สำหรับคุณแม่ที่มีโรคประจำตัวอยู่แล้ว เช่น เบาหวาน ความดันโลหิตสูง หรือไขมันในเลือดผิดปกติ ลูกควรรู้ว่าแม่ได้รับการตรวจติดตามตามนัดหรือไม่ รับประทานยาอะไรอยู่ และมีปัญหาจากการใช้ยาหรือไม่ เพราะการประเมินสุขภาพผู้สูงอายุควรมองทั้งโรค การใช้ยา ความสามารถในการทำกิจวัตรต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

2. ตรวจสายตา อย่าคิดว่ามองไม่ชัดเป็นเรื่องปกติของคนสูงวัย

อาการตามัวหรือมองเห็นไม่ชัดไม่ควรถูกมองข้ามเพียงเพราะอายุมากขึ้น เพราะผู้สูงวัยมีโอกาสพบโรคทางตาหลายชนิด เช่น ต้อกระจก ต้อหิน จอประสาทตาเสื่อม และเบาหวานขึ้นจอประสาทตา โดยมีบริการคัดกรองสำหรับผู้มีอายุ 60 ปีขึ้นไปที่ยังไม่เคยตรวจตาหรือไม่ได้ตรวจในรอบ 1 ปี

หากคุณแม่เริ่มอ่านหนังสือลำบาก มองภาพไม่ชัด เห็นแสงผิดปกติ หรือการมองเห็นเปลี่ยนไป ควรพาไปพบจักษุแพทย์ ไม่ควรสรุปเองว่าเป็นเพียงสายตาตามวัย

3. การได้ยินและการทรงตัว เรื่องเล็กที่กระทบชีวิตประจำวันได้มาก

หากเรียกแม่หลายครั้งแล้วไม่ได้ยิน หรือแม่ต้องเปิดโทรทัศน์เสียงดังขึ้นเรื่อยๆ อย่าเพิ่งคิดว่าแม่ “ไม่ฟัง” เพราะอาจเกิดจากการได้ยินที่ลดลงตามวัย ควรพาแม่ไปตรวจคัดกรองการได้ยินสำหรับผู้สูงวัย รวมถึงประเมินการกลืน ขณะที่การประเมินผู้สูงอายุแบบองค์รวมยังให้ความสำคัญกับการตรวจการได้ยินด้วย

นอกจากการได้ยินแล้ว ควรสังเกตเรื่องการทรงตัว เช่น เดินเซ เวียนศีรษะ หรือล้มบ่อย เพราะอาจเพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและกระทบต่อการใช้ชีวิตอย่างอิสระของผู้สูงวัย

4. กระดูก กล้ามเนื้อ และความเสี่ยงหกล้ม

การหกล้มในผู้สูงอายุไม่ใช่เรื่องเล็ก โดยเฉพาะเมื่ออายุมากขึ้นและอาจมีภาวะกระดูกพรุนหรือมวลกล้ามเนื้อลดลงร่วมด้วย การตรวจสุขภาพในวัย 60 ปีขึ้นไปควรให้ความสำคัญกับความเสี่ยงของภาวะกระดูกพรุนและความเสื่อมตามวัย

ปัญหาการทรงตัวหรือหกล้ม ภาวะเปราะบาง และมวลกล้ามเนื้อน้อย เป็นกลุ่มปัญหาสำคัญที่ควรได้รับการประเมินในผู้สูงอายุ ลูกจึงควรสังเกตว่าแม่เริ่มเดินช้าลงหรือไม่ ลุกจากเก้าอี้ยากขึ้นหรือเปล่า เคยหกล้มในช่วงที่ผ่านมาไหม รวมถึงจัดบ้านให้เดินสะดวก ลดสิ่งกีดขวางและจุดเสี่ยงต่อการสะดุดล้ม

5. ความจำและสุขภาพใจ อย่ามองข้ามเพราะคิดว่าเป็นธรรมดาของวัย

แก่แล้วก็ขี้ลืมเป็นธรรมดา” เป็นประโยคที่ไม่ควรใช้ตัดสินทุกอาการ หากแม่เริ่มลืมเรื่องสำคัญซ้ำๆ สับสนกับสถานที่หรือเวลา ทำกิจวัตรที่เคยทำได้ลำบากขึ้น หรือมีพฤติกรรมเปลี่ยนไป ควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินเพิ่มเติม

การตรวจสุขภาพผู้สูงวัยสามารถครอบคลุมถึงการประเมินความทรงจำ และความสามารถในการทำกิจวัตรประจำวัน เช่น ภาวะหลงลืม ซึมเศร้า สับสน นอนไม่หลับ และพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลง

ดังนั้น นอกจากถามว่า “แม่กินข้าวหรือยัง” อาจลองถามเพิ่มเติมว่า “ช่วงนี้แม่นอนหลับดีไหม” “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจหรือเปล่า” เพราะสุขภาพใจมีความสำคัญไม่แพ้สุขภาพกาย

6. การคัดกรองมะเร็ง อย่ารอให้มีอาการก่อน

แม้แม่จะดูแข็งแรงและไม่มีอาการผิดปกติ การคัดกรองมะเร็งบางชนิดยังมีความสำคัญ โดยต้องพิจารณาตามอายุ ประวัติสุขภาพ ประวัติครอบครัว และคำแนะนำของแพทย์

หนึ่งในโรคที่ควรให้ความสำคัญคือ มะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยผู้ที่มีอายุประมาณ 45-50 ปีขึ้นไป แม้ไม่มีอาการผิดปกติ ก็ควรได้รับการคัดกรอง โดยมีวิธีตรวจ เช่น การตรวจหาเลือดแฝงในอุจจาระ หรือการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ตามช่วงเวลาที่เหมาะสม

7. โภชนาการ น้ำหนัก และความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวัน

ผู้สูงวัยไม่ได้มีเพียงปัญหา “น้ำหนักเกิน” เท่านั้น แต่บางคนอาจกินอาหารได้น้อย น้ำหนักลด สูญเสียมวลกล้ามเนื้อ หรือเข้าสู่ภาวะเปราะบางโดยที่คนในครอบครัวไม่ทันสังเกต โดยปัญหาการขาดสารอาหาร ภาวะเปราะบาง และมวลกล้ามเนื้อน้อยว่าเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาที่พบในผู้สูงอายุ

ลองสังเกตง่ายๆ ว่าแม่รับประทานอาหารได้น้อยลงหรือไม่ น้ำหนักลดโดยไม่ได้ตั้งใจ เคี้ยวหรือกลืนอาหารลำบากหรือเปล่า รวมถึงยังสามารถอาบน้ำ แต่งตัว เดิน ทำอาหาร หรือทำกิจวัตรประจำวันที่เคยทำได้ตามปกติหรือไม่ หากความสามารถเหล่านี้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาสาเหตุ

วันแม่แห่งชาติ 2569 หากยังคิดไม่ออกว่าจะให้อะไรแม่ดี การชวนแม่ไปเช็กสุขภาพ พร้อมนั่งฟังผลตรวจและดูแลกันต่อเนื่อง อาจเป็นของขวัญธรรมดาที่มีความหมายต่อสุขภาพของแม่ในระยะยาวมากกว่าที่คิด

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่อายุ 60 ปีขึ้นไป ใส่ใจเช็ก 7 เรื่องสุขภาพ สัญญาณเตือนที่ลูกไม่ควรมองข้าม

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...