โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คิดให้ไกล...ใส่ใจลูก(ศิษย์)

สยามรัฐ

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

รศ. ดร. สุขุม เฉลยทรัพย์

ประธานที่ปรึกษาอธิการบดี มหาวิทยาลัยสวนดุสิต

โลกทุกวันนี้เจริญขึ้นมากจนบางครั้งคนเป็นพ่อแม่และครูตามไม่ทัน เด็กมีโทรศัพท์ที่ฉลาดกว่าคอมพิวเตอร์เมื่อยี่สิบปีก่อน มีความรู้ทั่วโลกบนปลายนิ้ว และรู้ข่าวจากอีกซีกโลกหนึ่งก่อนจะรับประทานอาหารเช้าเสร็จ แต่ความเจริญนี้กลับทำให้ชีวิตของเด็กไม่ง่ายขึ้น ตรงกันข้ามเด็กจำนวนไม่น้อยเติบโตอยู่ท่ามกลางการแข่งขัน ความคาดหวัง ความโดดเดี่ยว และแรงกดดันที่ผู้ใหญ่มองไม่เห็น

ข่าวความรุนแรงในโรงเรียน มหาวิทยาลัย และสถานที่สาธารณะในต่างประเทศชวนให้คิดและตกใจมาก เพราะผู้ก่อเหตุบางรายอยู่ในวัยเรียน เป็นวัยที่ควรนั่งทำการบ้าน เล่นกีฬา ทะเลาะกับเพื่อนบ้างแล้วคืนดีกัน แต่เด็กบางคนกลับเดินไปถึงจุดที่ความโกรธ ความคับข้องใจ และความสิ้นหวังกลายเป็นความรุนแรงต่อผู้อื่น

ความรุนแรงไม่ได้เกิดในใจเด็กชั่วข้ามคืน แต่ค่อย ๆ สะสมจากหลายสิ่ง ตั้งแต่แรงกดดันทางการเรียน การถูกกลั่นแกล้ง การถูกปฏิเสธ ความสัมพันธ์ในครอบครัว ความโดดเดี่ยว ปัญหาทางอารมณ์ ไปจนถึงสภาพแวดล้อมที่เปิดโอกาสให้เข้าถึงอาวุธได้ง่าย

เมื่อมองไปยังต่างประเทศ ภาพของชีวิตวัยเรียนยิ่งน่าคิด ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิตและองค์กรระหว่างประเทศชี้ว่า เยาวชนทั่วโลกกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตเพิ่มสูงขึ้น ในประเทศไทยเอง ข้อมูลช่วงปี 2565-2567 พบว่าเด็กและวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 18 ปี มีความเสี่ยงต่อภาวะซึมเศร้าร้อยละ 8.4 และเสี่ยงต่อการฆ่าตัวตายร้อยละ 14.0 ขณะที่เยาวชนอายุ 18-24 ปี มีความเสี่ยงต่อภาวะเครียดสูงถึงร้อยละ 24.5 ตัวเลขเหล่านี้บอกผู้ใหญ่ว่าโลกภายในของเด็กจำนวนไม่น้อยกำลังต้องการการดูแลอย่างจริงจัง

เด็กยุคนี้แบก “ของหนัก” หลายสิ่งอย่างไว้บนบ่าพร้อมกัน ตั้งแต่กระเป๋านักเรียน คะแนนสอบ ความหวังของพ่อแม่ การแข่งขันกับเพื่อน ความกังวลเรื่องอนาคต และสายตาของคนในโลกออนไลน์ เมื่อก่อนพอเด็กสอบตกก็เสียใจอยู่กับเพื่อนสองสามคน วันนี้ความผิดหวังถูกขยายผ่านสังคมออนไลน์ เด็กถูกเปรียบเทียบทั้งหน้าตา ฐานะ ความสามารถ ผลการเรียน และจำนวนผู้ติดตาม การแข่งขันเช่นนี้เป็นการแข่งขันที่ชนะได้ยากเหลือเกิน

วันนี้ความรุนแรงในวัยเรียนก็เปลี่ยนรูปไปด้วย เพราะการกลั่นแกล้งสามารถตามเด็กถึงห้องนอนผ่านโทรศัพท์ คำพูดหนึ่งประโยค ภาพหนึ่งภาพ หรือคลิปหนึ่งคลิปถูกส่งต่อซ้ำแล้วซ้ำเล่า เด็กไม่มีแม้แต่บ้านเป็นที่พักจากสนามรบทางสังคม ความโดดเดี่ยวที่เคยอยู่ในห้องเรียนสามารถติดตามเด็กไปทุกแห่ง

อย่างไรก็ตาม ผู้ใหญ่ต้องไม่รีบสรุปว่าเด็กที่มีปัญหาทางอารมณ์หรือสุขภาพจิตคือเด็กอันตราย งานศึกษาด้านความปลอดภัยในโรงเรียนของสหรัฐอเมริกาชี้ว่า ไม่มีบุคลิกลักษณะแบบเดียวที่ใช้ทำนายผู้ก่อเหตุได้ การสังเกตความเปลี่ยนแปลงและเข้าไปช่วยเหลือให้ทันเวลาเป็นสิ่งจำเป็น

ก่อนเหตุร้ายหลายกรณี เด็กเคยส่งสัญญาณบางอย่างออกมาแล้ว อาจผ่านคำพูด งานเขียน ภาพวาด ข้อความในสื่อสังคมออนไลน์ การข่มขู่ ความหมกมุ่นกับเหตุรุนแรงในอดีต หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด งานศึกษาที่รวบรวมโดย National Institute of Justice ของสหรัฐฯ พบว่าผู้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนจำนวนมากอยู่ในภาวะวิกฤตก่อนลงมือ และหลายคนเคยเปิดเผยความตั้งใจต่อบุคคลอื่นมาก่อน

ความรุนแรงเช่นนี้เขยิบเข้าใกล้ตัวเด็กไทยมากขึ้น เดือนตุลาคม 2566 เด็กชายวัย 14 ปี ซึ่งยังเป็นนักเรียน ก่อเหตุยิงกลางห้างดังแถวสยาม ทำให้มีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายราย ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2569 ประเทศไทยต้องเผชิญเหตุรุนแรงในโรงเรียนที่จังหวัดนนทบุรี โดยผู้ก่อเหตุเป็นนักเรียนชายวัย 14 ปีเช่นกัน เหตุการณ์ทั้งสองห่างกันไม่ถึง 3 ปี แต่มีจุดที่สะเทือนใจเหมือนกัน คือผู้ก่อเหตุยังอยู่ในวัยที่ควรถือหนังสือไปโรงเรียน เหตุการณ์เหล่านี้เตือนว่า ความรุนแรงของเยาวชนไทยเดินเข้ามาใกล้บ้านและรั้วโรงเรียนแล้วจริง

ตรงนี้เองที่บ้านและโรงเรียนต้องกลับมาจับมือกัน พ่อแม่อาจต้องลดความถี่ของคำถามว่า “วันนี้ได้กี่คะแนน” แล้วเพิ่มพื้นที่ให้
ลูก(ศิษย์) เล่าเรื่องของตน การรับฟังและการยอมรับความรู้สึกของเด็กเป็นการทำให้เด็กแน่ใจว่า เมื่อชีวิตหนักเกินกำลัง ยังมีบ้านให้กลับมาโดยไม่ต้องแสดงตนว่าเข้มแข็งตลอดเวลา

ส่วนครูนั้นมีบทบาทพิเศษ เพราะเป็นผู้ใหญ่ไม่กี่คนที่ได้เห็นเด็ก/ลูกศิษย์ในโลกอีกใบหนึ่งซึ่งพ่อแม่อาจไม่เคยเห็น เด็กบางคนเรียบร้อยเมื่ออยู่บ้านแต่ถูกกลั่นแกล้งเมื่อมาโรงเรียน บางคนหัวเราะกับเพื่อนในห้องแต่กลับนั่งกินข้าวคนเดียว บางคนสอบได้คะแนนดีแต่กำลังพ่ายแพ้อยู่ข้างใน ห้องเรียนที่ดีควรเป็นห้องที่ไม่มีเด็กคนใดต้องเงียบเพราะรู้สึกว่าตนไม่มีความหมาย ครูอาจเป็นคนแรกที่เห็นเด็กซึ่งเคยพูดมากกลับเงียบ เด็กที่เริ่มขาดเรียน แยกตัว ถูกเพื่อนกีดกัน หรือถ่ายทอดความโกรธและความสิ้นหวังผ่านงานเขียน ภาพวาด และพฤติกรรม

สิ่งที่ครูทำได้เริ่มจากเรื่องธรรมดาที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ “เห็นลูกศิษย์” ให้มากกว่าคะแนน ฟังน้ำเสียงที่เปลี่ยนไป อ่านสิ่งที่ซ่อนอยู่ระหว่างบรรทัด และไม่ปล่อยให้ความผิดสังเกตจบลงด้วยคำว่า “เด็กสมัยนี้” ครูไม่จำเป็นต้องเป็นนักจิตวิทยา และไม่ควรแบกปัญหาของเด็กไว้ลำพัง แต่ควรรู้ว่าเมื่อใดต้องถาม เมื่อใดต้องฟัง เมื่อใดต้องแจ้ง และเมื่อใดต้องส่งต่อ โรงเรียนจำเป็นต้องมีระบบรับแจ้งและประเมินความเสี่ยง มีครู ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาวะทางจิต และครอบครัวร่วมกันดูแลเด็ก ซึ่งบางครั้งหน้าที่สำคัญที่สุดของครูคือการพาให้เด็ก ๆ ผ่านวันที่มืดมนที่สุดของชีวิตไปให้ได้เสียก่อน

งานศึกษาของ National Institute of Justice ยังระบุอีกว่า ผู้ก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนระดับ K-12 ที่ศึกษาจำนวนมากได้อาวุธจากครอบครัว การเก็บอาวุธให้ปลอดภัยไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ เพราะวัยรุ่นยังอยู่ในช่วงพัฒนาการด้านการควบคุมอารมณ์และ
การประเมินผลระยะยาว อารมณ์ชั่ววูบไม่กี่นาทีเมื่อมาพบกับอาวุธที่หยิบถึง อาจทิ้งความสูญเสียที่ประเมินค่าไม่ได้ไว้หลายสิบปี

ขณะที่ครูและผู้ปกครองเคยสอนเด็กให้ระวังคนแปลกหน้า แต่วันนี้ผู้ใหญ่อาจต้องเรียนรู้ที่จะระวัง “ความแปลกไป” ของเด็กที่เราคุ้นเคยด้วย เพราะการป้องกันความรุนแรงต้องเริ่มตั้งแต่วันที่เด็กคนหนึ่งกลับบ้านด้วยสีหน้าไม่เหมือนเดิม วันที่นักเรียนคนหนึ่งนั่งรับประทานอาหารเพียงลำพัง วันที่ข้อความประหลาดปรากฏบนหน้าจอ หรือวันที่เด็กพูดว่า “ไม่ไหวแล้ว”

คิดให้ไกลจึงต้องใส่ใจให้ใกล้ ใกล้พอจะเห็นความเปลี่ยนแปลง ใกล้พอจะได้ยินสิ่งที่เด็กไม่ได้พูด และใกล้พอให้เด็กรู้ว่า ในโลกซึ่งกดดันอยู่ทุกวันนั้น ยังมีบ้านและโรงเรียนเป็นที่พึ่งได้ เพราะก่อนเด็กคนหนึ่งจะต้องการคนมาหยุดเขาจากการทำร้ายผู้อื่น เด็กอาจเคยต้องการใครสักคนหนึ่งมองเห็น รับฟัง และช่วยหยุดความทุกข์ในใจของเขาให้ทันเสียก่อน และในบางวัน คนคนนั้นอาจไม่ใช่ใครอื่นเลย นอกจาก “ครู” ที่ยืนอยู่หน้าห้องเรียนทุกวันครับ

#คิดให้ไกลใส่ใจลูกศิษย์ #เด็กและเยาวชน #ครู #ผู้ปกครอง #การศึกษา #ความรุนแรงในโรงเรียน #สุขภาพจิตเด็ก #สุขภาพจิตวัยรุ่น #Cyberbullying #การกลั่นแกล้ง #เด็กยุคดิจิทัล #ความปลอดภัยในโรงเรียน #การดูแลเด็ก #ครอบครัว #ครูผู้สร้างการเปลี่ยนแปลง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...