‘ไอ้ทิด’..เอ็งอย่าหวัง!
พรุ่งนี้แล้วหนา..
ก็..ระหว่างวันที่ 2-6 กันยา.นี้แหละที่เหล่าทหารอเมริกันจากเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln จะเข้าเทียบท่า..
และกำลังพลกว่า 5,000 นายจะทยอยแวะพักผ่อนบนฝั่งที่จังหวัดชลบุรี (พัทยา/แหลมฉบัง) เพื่อฟื้นฟูกำลังพล หลังจากปฏิบัติภารกิจยาวนานในตะวันออกกลาง
ยืนยัน..ไม่ใช่การยกพลขึ้นบกเพื่อการสู้รบหรือฝึกทางทหาร แต่จะด้วยการอื่นใดเห็นคงไม่ต้องบอกก็น่าจะพอเดาได้-มองออก!
ดูสิ..3-4 วันที่ผ่านมา ตำรวจพัทยายังต้องเร่งสนธิกำลังกับ พม.ชลบุรี ตำรวจท่องเที่ยว และ ตม. ลงพื้นที่กวาดล้างการลักลอบค้าประเวณีตามแนวชายหาด และจุดเสี่ยงในพื้นที่สาธารณะเลย
อย่างงี้ก็หมายความว่า ทางการได้เตรียมคัด-แยกปลาซิว-ปลาสร้อยออกไปก่อน ระดับ “ทหารอเมริกัน” มันต้องกิน (ตับ) ปลาใหญ่-โภชนาการสูง (โว้ย)!
และด้วยจำนวนพลตั้ง 5,000 นาย เพื่อไม่ให้เมืองพัทยาต้องเบียดเสียด-ยัดทะนานเกินกำลังต้อนรับขับสู้..2-3 วันนี้ คนกรุงเทพฯ หรือจังหวัดอื่นอย่าได้เดินทางเข้าไปสมทบเลยนะ!
เว้นแต่..หญิงแท้-ชายเทียม ที่คิดจะไปทำมาหากินในโอกาสนาทีทอง ก็เชิญตามสะดวก..ไม่ว่ากัน!
เอ้า..แล้วนั่น ใครจะมอง-จะว่าอย่างไรก็ช่าง สำหรับผมให้รู้สึกชื่นชมและเห็นด้วยกับทัศนะ-มุมมองของ นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว อดีตหัวหน้าพรรคเพื่อไทย..
กับคำพูดบนเวทีเสวนาตามโครงการผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎรพบประชาชน หัวข้อ “การเมืองไทยในวิกฤตความเชื่อมั่น: ความจริงที่สังคมต้องการคำตอบ” ตอนหนึ่งว่า..
“แม้บางส่วนถูกตั้งข้อสงสัยเรื่องการฮั้วหรือทุจริต ซึ่งต้องพิสูจน์ตามกระบวนการ แต่ส่วนตัวไม่โทษ สว.
เพราะหากจะหาต้นตอ ต้องมองไปที่รัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งเปิดช่องและวางกลไกให้เกิดระบบที่มาของ สว.ในลักษณะที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน..
การแก้ปัญหาบ้านเมืองต้องแก้ทั้งคน และระบบ โดยเฉพาะการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หากผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องยังอยู่ภายใต้ระบบเดิม ก็ยากที่จะคาดหวังรัฐธรรมนูญตามที่ประชาชนต้องการ
ดังนั้น ทั้งการยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ที่มาของ ส.ส.ร. และกระบวนการแก้ไข ต้องออกแบบให้รอบคอบ ปิดช่องว่างที่อาจนำไปสู่การบิดเบือนให้มากที่สุด”
พร้อมกับบอกว่า.. “เห็นด้วยกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราในเรื่องเร่งด่วน เพราะการหวังแก้ทั้งระบบแบบเบ็ดเสร็จทำได้ยาก
สิ่งใดทำได้ควรเร่งดำเนินการก่อน เพื่อนำไปสู่รัฐธรรมนูญที่เป็นของประชาชน”
นี่..เป็นความจริง เพราะหากรัฐธรรมนูญ 2560 ไม่เปิดช่องและวางกลไกให้เกิดระบบที่มาของ สว.อย่างที่ปรากฏ..คำว่า “ฮั้วเลือกตั้งสว.” ก็จะไม่เกิดขึ้น!
ก็ในเมื่อกติกา กำหนดให้ สว. มาจาก 20 กลุ่มอาชีพเลือกกันเอง ประชาชนไม่เกี่ยว..จะไม่ให้ผู้สมัครเขาคุยกัน วางแผนกัน ตกลงกัน หรือ “ฮั้วกัน” ผมว่า..ก็บ้าแล้ว!
และถ้าเห็นว่าการได้มาซึ่ง สว. มันพิกล-พิการ บ้าบอ ขี้ฉ้อ คดโกง ก็ง่ายๆ-ตรงๆ อย่างหมอชลน่านว่า..
แค่แก้รัฐธรรมนูญเป็นรายมาตราซะ เลือกตั้งรอบใหม่ ก็จะได้ไม่ต้องฮั้วกัน..จบ!
แต่ไม่แน่ มันอาจไม่จบอีกแหละ ตราบที่ฝ่ายตัวเองไม่ได้อำนาจ ไม่ได้เป็นผู้บริหาร หรือพูดให้ตรง “ไม่ได้เป็นรัฐบาล” ก็จะมีประเด็นอื่นให้หยิบมาจุด..
เพื่อหวังปลุกกระแสให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ ด่าทอกันให้สังคมวุ่นวายไม่สิ้นสุด!
แล้วคอยดูเหอะ..ที่ไล่ต้อน กกต.กันอยู่ในขณะนี้ก็จะไม่สมหวัง เพราะถึงที่สุด (14 กันยา.) กกต.ก็จะมีช่องทางดำเนินการของเขา..
ที่จะเห็นส่งฟ้องยกแผงทั้งหมด 229 คนอย่าหวัง เป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว..ไอ้ทิดเอ๋ย!
อย่างฉลาด..ก็เลือกส่งฟ้องเฉพาะรายที่มีหลักฐานมัดแน่น ส่วนที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นกลไกของศาลฎีกาไป..
หมดหน้าที่กูแล้ว (โว้ย)!.
สันต์ สะตอแมน