โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

นาซาเปิดตัวภารกิจ "ไขความลับจักรวาล" ที่มนุษย์ไม่เคยรู้มาก่อน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
เปิดภารกิจใหม่ของนาซา ส่ง “กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman” สู่อวกาศ ไขปริศนาความลับของจักรวาลที่มนุษย์ไม่เคยมองเห็นมาก่อน

องค์การนาซา (NASA) กำลังจะสร้างประวัติศาสตร์อีกครั้ง ด้วยการส่งดาวเทียมสังเกตการณ์อวกาศที่ถูกนำมาปรับใช้ใหม่สำหรับภารกิจการสำรวจอวกาศในห้วงลึก เริ่มต้นภารกิจที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญต่อความเข้าใจของมนุษย์เกี่ยวกับจักรวาลอันกว้างใหญ่นี้

อดีตดาวเทียมสังเกตการณ์ที่ถูกปรับแต่งใหม่ให้กลายเป็น “กล้องโทรทรรศน์อวกาศ” มีชื่อว่า “แนนซี เกรซ โรมัน” (Nancy Grace Roman) ถูกออกแบบมาเพื่อค้นหาวัตถุในอวกาศที่มีแสงริบหรี่หรือแทบจะมองไม่เห็น โดยกล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศด้วยจรวด Falcon Heavy ของ SpaceX เมื่อเวลา 07.26 น. เมื่อวานนี้ (30 สิงหาคม) ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ โดยปล่อยตัวออกจากศูนย์อวกาศเคนเนดี ในรัฐฟลอริดาและในเวลาอันรวดเร็วก็สามารถเข้าสู่วงโคจรได้ในอีกประมาณ 10 นาทีต่อมา

กล้องโทรทรรศน์อวกาศ Nancy Grace Roman ทำอะไรได้ ?

นาซา กำหนดให้ภารกิจสำรวจนี้เป็นภารกิจระยะยาวที่จะดำเนินการต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี โดยนาซาหวังให้กล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman ที่มีขนาดประมาณรถบัสนี้ สามารถช่วยตอบคำถามเกี่ยวกับปริศนาที่ยังค้างคาอยู่ของจักรวาล ทั้งเรื่อง “พลังงานมืด” ซึ่งในความเข้าใจของมนุษย์มันคือแรงผลักให้จักรวาลขยายตัวเร็วขึ้นอย่างไม่สามารถอธิบายได้ รวมถึงเรื่องของ “สสารมืด” ซึ่งมีบทบาทในการสร้างโครงสร้างของจักรวาลแต่ยังไม่สามารถมองเห็นได้โดยตรง

นอกจากนี้ Nancy Grace Roman ยังอาจช่วยให้นักดาราศาสตร์ค้นพบกาแล็กซี “ที่ไม่เคยพบมาก่อน” หรือแม้แต่ดาวเคราะห์นอกระบบสุริยะ รวมถึง ดาวเคราะห์พเนจรที่ไม่ได้โคจรรอบดาวฤกษ์ดวงใดเลยก็ได้เช่นกัน

จาเร็ด ไอแซกแมน ผู้บริหาร NASA กล่าวว่าเมื่อวันที่ 21 เมษายน ที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันที่นาซาเปิดตัวกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman ที่เพิ่งสร้างเสร็จสมบูรณ์ว่า…

“Nancy Grace Roman จะมอบแผนที่จักรวาลฉบับใหม่ให้กับโลกของเรา”

อีกหนึ่งสิ่งที่น่าสนใจคือ กล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman มีความสามารถในการสำรวจที่รวดเร็วกว่ากล้องโทรทรรศน์อวกาศ Hubble มากกว่า 1,000 เท่า และ Nancy Grace Roman จะสามารถสร้างข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ในรูปแบบที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง อย่างที่กล้อง Hubble และกล้อง James Webb ไม่สามารถทำได้มาก่อน และเมื่อกล้องทั้ง 3 ตัวนี้ของนาซาทำงานประสานกัน ก็จะช่วยเสริมให้ภารกิจการวาดภาพจักรวาลของนาซามีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น และช่วยเพิ่มความเข้าใจเกี่ยวกับจักรวาลนี้ได้ดีขึ้นด้วย

เดิมทีภารกิจของ กล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman ถูกวางไว้เป็นเวลา 5 ปี แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่จะได้รับการขยายเวลาออกไปสูงสุดถึง 10 ปี และจากความสำเร็จนี้ หลังจากที่เมื่อวานนาซาได้ส่งกล้อง Nancy Grace Roman ขึ้นสู่อวกาศ ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โทรศัพท์เข้ามาระหว่างการแถลงข่าวเพื่อแสดงความยินดีกับทีมงานของ Nancy Grace Roman โดยที่ทรัมป์เรียกภารกิจนี้ว่าเป็น “ความสำเร็จครั้งยิ่งใหญ่” และกล่าวว่าสหรัฐฯ เป็นประเทศที่ร้อนแรงที่สุดในอวกาศไปแล้ว

นาซากับการ “ไขปริศนาลึกลับของจักรวาล”

แม้นาซาจะพยายามไขความลึกลับของจักรวาลมาโดยตลอด แต่ต้องยอมรับว่าการถือกำเนิดของ กล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman ถือเป็นใบเบิกทางสู่ความสำเร็จในการไขความลึกลับของจักรวาลที่สำคัญ

ตลอดภารกิจ 5 ปี กล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman จะช่วยค้นพบกาแล็กซีจำนวนหลายพันล้านแห่ง รวมถึงซูเปอร์โนวาหรือดาวฤกษ์ระเบิดหลายพันดวงและดาวฤกษ์อีกหลายหมื่นล้านดวงที่ยังไม่ถูกค้นพบ เพราะการระเบิดของดาวฤกษ์ที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว จนกล้องโทรทรรศน์ในรุ่นก่อนๆ มักพลาดเหตุการณ์เหล่านี้ไป แต่ Nancy Grace Roman มีมุมมองแบบ “พาโนรามา” ที่จะช่วยให้สามารถมองเห็นซูเปอร์โนวาหลายดวงได้พร้อมกันอย่างน่าทึ่ง

นาซา กล่าวว่าซูเปอร์โนวาทำหน้าที่เสมือน “เทียนของจักรวาล” (Cosmic candles) ที่ช่วยให้นักดาราศาสตร์ติดตามแรงลึกลับที่เรียกว่า “พลังงานมืด” และทำความเข้าใจว่ามันมีส่วนอย่างไรต่อการเร่งตัวของการขยายตัวของจักรวาล

ย้อนไปในช่วงปี 1920 นักดาราศาสตร์ที่ชื่อว่า จอร์จ เลอแม็ทร์ และ เอ็ดวิน ฮับเบิล ค้นพบว่าจักรวาลกำลังขยายตัวนับตั้งแต่กำเนิดเมื่อประมาณ 13,800 ล้านปีก่อน แต่การวิจัยในช่วงหลังจากนั้นประมาณปี 1990 พบว่า เมื่อประมาณ 6,000 ล้านปีก่อน มีบางสิ่งทำให้การขยายตัวของจักรวาลเร่งความเร็วขึ้น และจนถึงทุกวันนี้นักวิทยาศาสตร์ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสาเหตุคืออะไร เช่นเดียวกับ “สสารมืด” ที่ยังไม่เคยถูกค้นพบโดยตรง แต่เชื่อกันว่ามันคิดเป็นประมาณ 85% ของสสารทั้งหมดในจักรวาลและมีบทบาทช่วยยึดดาวฤกษ์และกาแล็กซีให้อยู่ในวงโคจรที่เสถียร

ดังนั้นเพื่อศึกษาพลังงานมืด Nancy Grace Roman จะวัดว่าแรงโน้มถ่วงทำให้แสงโค้งงอได้อย่างไรเมื่อเดินทางผ่านระยะทางมหาศาลในจักรวาล และจากข้อมูลที่กล้อง Nancy Grace Roman จะเก็บมาได้นี้จะช่วยให้สามารถสร้างแผนที่สสารมืด 3 มิติ ไปพร้อมกันได้ด้วย

คำถามคือทำไมเราต้องไขปริศนาเกี่ยวกับพลังงานมืด ?

นั่นก็เพราะว่า การไขความจริงเกี่ยวกับพลังงานมืดและสสารมืดอาจช่วยให้นักดาราศาสตร์เข้าใจว่า จักรวาลประกอบด้วยอะไร การขยายตัวของมันเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา และท้ายที่สุดแล้ว แรงโน้มถ่วงอาจมีกฎบางอย่างที่แตกต่างจากที่มนุษย์เข้าใจอยู่ในปัจจุบันหรือไม่ รวมไปถึงสุดท้ายแล้ว อาจทำให้นักดาราศาสตร์ทราบว่า จักรวาลที่เรากำลังอยู่นี้ทำงานแตกต่างจากสิ่งที่มนุษย์คิดมาตลอดหรือไม่ด้วย

และแน่นอนว่าประชาชนทั่วไปอย่างเราก็จะสามารถเข้าถึงข้อมูลและดูความคืบหน้าการทำงานของกล้อง Nancy Grace Roman ได้ทันทีที่ผ่านการประมวลผลบนโลก ซึ่งจะกลายเป็นคลังข้อมูลมหาศาลที่นักดาราศาสตร์ หรือ ผู้ที่สนใจ สามารถนำไปใช้ค้นหาคำตอบของคำถามเกี่ยวกับจักรวาลได้อีกนับไม่ถ้วน

ก้าวแรกของการหา “สิ่งมีชีวิตนอกโลก”

ในกล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman นอกจากจะมีเครื่องมีอที่เรียกว่า Wide Field Instrument หรือ เครื่องมือสำหรับวัดภาพมุมกว้าง ที่มีขอบเขตการมองเห็นมากกว่ากล้องรุ่นเก่าอย่าง Hubble ถึง 100 เท่าแล้ว กล้อง Nancy Grace Roman ยังติดตั้งอุปกรณ์ที่เรียกว่า “โคโรนากราฟ” (Coronagraph) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่นักดาราศาสตร์ใช้เพื่อบดบังแสงเจิดจ้าที่มาจากดาวฤกษ์ และทำให้สามารถมองเห็นรายละเอียดที่จางกว่ามาก เช่น ดาวเคราะห์ที่โคจรรอบดาวฤกษ์อื่นได้

ตัวอย่างเช่น หากมองโลกและดวงอาทิตย์จากระยะไกลมากในอวกาศ โลกกับดวงอาทิตย์จะดูเหมือนอยู่ใกล้กันมากแต่ในความเป็นจริงกลับอยู่ห่างกันเป็นระยะทางนับล้านปีแสง และเพราะแสงอันเจิดจ้าของดวงอาทิตย์จะกลบแสงจากโลกจนแทบมองไม่เห็น และทำให้การทำงานของนักดาราศาสตร์ยากมากขึ้น

ดังนั้นแล้วเมื่อใช้อุปกรณ์โคโรนากราฟ บนกล้อง Nancy Grace Roman ก็จะทำหน้าที่เป็นเหมือนเกราะกำบังแสงดาวฤกษ์ และช่วยนักดาราศาสตร์ตรวจจับดาวเคราะห์ที่ปกติยากจะมองเห็นรอบดาวฤกษ์ดวงอื่น โดยที่อาจทำให้มองเห็นแสงจากดาวเคราะห์ขนาดใกล้เคียงดาวพฤหัสบดี หรืออาจถึงขนาดดาวเสาร์ที่อยู่ใกล้ดาวฤกษ์ดวงอื่นและอาจตรวจจับแสงที่สะท้อนจากยอดเมฆบนดาวเคราะห์เหล่านั้นได้ด้วย

นาซาระบุว่า หากโคโรนากราฟ ของกล้อง Nancy Grace Roman ทำงานได้ตามที่คาดหวัง เทคโนโลยีนี้อาจกลายเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนากล้องสังเกตการณ์อวกาศรุ่นต่อไปที่เรียกว่า Habitable Worlds Observatory ได้

เพราะสำหรับ Habitable Worlds Observatory ขณะนี้ ยังเป็นเพียงแนวคิดของ NASA แต่หากพัฒนาได้สำเร็จ มันจะเป็นกล้องสังเกตการณ์อวกาศอันแรกที่ออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อถ่ายภาพดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายโลก และค้นหาสัญญาณทางเคมีที่อาจบ่งชี้ถึงสิ่งมีชีวิตในชั้นบรรยากาศของดาวเคราะห์เหล่านั้น ซึ่งนาซา เคยกล่าวไว้ว่า “แม้เราจะยังไปไม่ถึงจุดนั้นด้วย แต่เราจะไปถึงจุดนั้นได้ เพราะกล้อง Nancy Grace Roman”

ทั้งนี้ คาดว่ากล้องโทรทรรศน์ Nancy Grace Roman จะส่ง “ภาพแรก” กลับมาในเดือนมกราคมที่จะถึงนี้ ก่อนเริ่มการสำรวจจักรวาลครั้งใหญ่

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...