โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

20 ปี Mysterious Skin เอเลี่ยน ความรัก และความทรงจำที่บิดเบือน ร่องรอยความเจ็บปวดของเด็กชาย ที่ถูกผู้ใหญ่ล่วงละเมิดตั้งแต่ก่อนรู้เดียงสา

Mirror Thailand

อัพเดต 04 ต.ค. 2567 เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 07.29 น.
ภาพไฮไลต์

ครั้งแรกที่หนังเรื่อง ‘Mysterious Skin’ ของผู้กำกับ เกร็กก์ อารากิ (Gregg Araki) ออกฉายเมื่อปี 2004 ในเวลานั้นหนังเรื่องนี้ยังเป็นเพียงหนังอาร์ตนอกกระแสเล็กๆ ที่ใช้ทุนสร้างเพียงแค่ 5,000 เหรียญ แต่กลับสร้างข้อถกเถียงและวิพากษ์ใหญ่โต ถึงขนาดเคยถูกแบนจากองค์กรเกี่ยวกับเด็กและครอบครัว แถมยังถูกพิจารณาห้ามฉายในหลายประเทศ จากการที่มันพูดถึงความรุนแรงทางเพศต่อเด็กและรสนิยมใคร่เด็ก (Pedophilia) ชำแหละความดำมืดในสังคมได้ทั้งสวยงามและสะเทือนอารมณ์

Mysterious Skin สร้างจากนิยายของ สก็อตต์ ไฮม์ (Scott Heim) เล่าถึงชีวิตของเด็กชาย 2 คนในเมืองเเคนซัส ราวๆ ปี 1980s ที่ในตอนแรกชีวิตของทั้งคู่ไม่ได้ข้องเกี่ยวกัน จนกระทั่งวันหนึ่ง Brian พบตัวเองเป็นลมและตื่นขึ้นมาแบบงงๆ ระหว่างนั่งดูการแข่งเบสบอลพร้อมกับเลือดกำเดาที่ไหลออกจมูก โดยไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันแน่ หลังจากนั้นเหตุการณ์ประหลาดลักษณะนี้ก็เกิดกับเขาอีกหลายครั้ง จนเขาค่อยๆ เริ่มเชื่อแล้วว่าตัวเองถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป เพราะสิ่งที่เขาจำได้มีเพียงภาพเบลอๆ ของมนุษย์ร่างใหญ่ๆ ที่เรียกชื่อเขาในความทรงจำครึ่งหลับครึ่งตื่น และนั่นคือเหตุผลที่ทำให้ Brian หมกมุ่นอยู่กับการตามหาความจริงเรื่องมนุษย์ต่างดาวกับพลังลี้ลับเหนือธรรมชาติอยู่จนเติบโตเป็นหนุ่มในอีกหลายปีต่อมา

ตัดภาพมายัง Neil เด็กชายอีกคนที่โตมาโดยลำพังกับแม่ 2 คน ในเมืองเดียวกัน ชีวิตของ Neil ไม่เหมือนเดิมตั้งแต่แม่ของเขาพาไปฝากเนื้อฝากตัวกับโค้ชเบสบอลหนุ่มรูปหล่อคนหนึ่งที่เเก่พอจะเป็นพ่อเขาได้ ความสนิทสนมหมือนจะอบอุ่นคล้ายตัวแทนของพ่อและพี่ชายที่ Neil ไม่เคยมี เริ่มก่อตัวเกินเลยกว่าความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับลูกศิษย์ เมื่ออยู่ๆ วันหนึ่งเด็กชายพบว่าโค้ชหนุ่มกลัดมันที่เขาไว้ใจ ได้ ‘ทำ’ อะไรบางอย่างกับเขา เริ่มจากจูบ ลูบไล้ แล้วตามด้วยอะไรอีกหลายอย่างที่เขาเองก็ไม่เข้าใจนัก หลังจากเหตุการณ์คืนนั้นและอีกหลายๆ คืนที่จบลงคล้ายๆ กัน เขาทำได้แค่กล่อมตัวเองมาตลอดหลายปีว่า ไม่ว่าสิ่งนั้นที่เกิดขึ้นกับเขามันจะเป็นอะไร ‘มันก็แค่เกิดขึ้น’ เท่านั้นเอง

จากเหตุการณ์จุดเล็กๆ ในชีวิตแบบอธิบายไม่ได้แน่ชัดนี้เองที่พาเด็กหนุ่ม 2 คนเข้าสู่โลกแห่งความจริงอันไม่สวยงามยิ่งกว่า เมื่อ Neil กลายเป็น Sex Worker ตั้งแต่อายุได้เพียง 18 ขายความสุขให้บรรดาผู้ชายมากหน้าหลายตาด้วยหัวใจที่ว่างเปล่าและสับสน จนกระทั่งเขาถูกลูกค้าชายรายหนึ่งข่มขืน ทารุณกรรมเขาอย่างโหดร้ายและปล่อยเขาทิ้งให้เกือบตายข้างถนน วันนั้นเองที่ชีวิตของ Neil เริ่มใคร่ครวญว่าสิ่งที่เขาเป็น ตัวตนที่เขามี กับความรุนแรงที่เขาต้องมาเจอ มันมีจุดเริ่มต้นมาจากไหนกันแน่

Neil ตัดสินใจกลับเมืองแคนซัสบ้านเกิดมาเจอกับเด็กหนุ่มอย่าง Brian อีกครั้ง พร้อมกับค่อยๆ รื้อค้นต้นตอของความทรงจำเจ็บปวดวัยเด็กที่ทั้งคู่เจอ และโอบกอดความเจ็บปวดนั้นไปด้วยกันในคืนอันโหดร้าย

Mysterious Skin คือผลกระทบอันยิ่งใหญ่มหาศาลของเด็กหนุ่ม 2 คนที่ถูกผู้ใหญ่ฉกฉวยหาประโยชน์จากเนื้อตัวร่างกายของพวกเขาในวันที่ยังไม่ประสีประสา วันที่ยังไม่รู้เลยว่า ‘การยินยอม’ คืออะไร มันไม่เพียงส่งผลมาถึงความทรงจำที่ทั้งคู่ ‘เลือกจะจำ’ และบอกตัวเองเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อ ‘ตัวตน’ ของพวกเขาในวันที่เติบโตมาเป็นผู้ใหญ่ เมื่อเด็กชายคนหนึ่งเลือกจะบอกตัวเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาเป็นเรื่องเหนือธรรมชาติ เพื่อกลบความทรงจำแท้จริงที่ว่าเขาถูกผู้ใหญ่ทำร้ายร่างกายและจิตใจ ขณะท่ีคนเป็นพ่อแม่ ที่พึ่งเดียวซึ่งควรจะรับรู้ ถามไถ่ และตระหนักถึงความผิดปกติที่เกิดซ้ำแล้วซำ้เล่านั้นกลับเพิกเฉยอย่างไม่น่าอภัย

ผลกระทบยังส่งผลมาถึงเด็กชายอีกคนหนึ่งที่เลือกบอกตัวเองว่าการถูกผู้ใหญ่ล่วงละเมิดในวันนั้นคือ ‘ความรัก’ เป็นความรู้สึกดีจากการที่ร่างกายของเขาเป็นที่ต้องการ เป็นรักแท้เพียงอย่างเดียวในชีวิตพร่องๆ ขาดๆ ที่คนอย่างเขารู้จัก และสุดท้ายมันทำให้เขาพาตัวเองออกไปเผชิญโลกของการ ‘ขาย’ ตัวเอง เพื่อแลกกับการรู้สึกได้ ‘ถูกรัก’ แบบนั้นอีกสักครั้ง และสิ่งที่ได้รับกลับยิ่งเป็นความรู้สึกว่างเปล่าเหมือนหลุมมืดๆ

อย่างที่เพื่อนของ Neil พูดในตอนหนึ่งว่า “คนธรรมดาทั่วไปอาจมีหัวใจ แต่สำหรับ Neil เขามีแค่หลุมดำใหญ่มืดมิดข้างในนั่น”

เพราะเราจะคาดหวังได้อย่างไร ว่าเด็กชายที่ถูกพรากความไร้เดียงสาไม่ต่างจากถูกมนุษย์ต่างดาวลักพาตัวไป จะไร้รอยบาดแผลที่ประทับไว้ในเนื้อตัวเขาไปตลอดกาล

Mysterious Skin เคยถูกนำมาฉายในบ้านเรามาแล้วครั้งหนึ่งเมื่อปี 2005 ด้วยชื่อภาษาไทยว่า ‘บดหัวใจ กลบความทรงจำ’ และกำลังกลับมาฉายอีกครั้งเป็นรอบสุดท้ายในวันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม นี้ ที่โรงภาพยนตร์ House สามย่าน

ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : https://www.facebook.com/housesamyan

อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...