โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

S-OASIS ออฟฟิศเพื่อชีวิตแบบ WORK-LIFE INTEGRATION

TERRABKK

อัพเดต 15 ต.ค. 2567 เวลา 17.00 น. • เผยแพร่ 04 ต.ค. 2567 เวลา 08.32 น. • TERRABKK
S-OASIS ออฟฟิศเพื่อชีวิตแบบ WORK-LIFE INTEGRATION

ปัจจุบัน มนุษย์ออฟฟิศทั่วโลกให้ความสำคัญกับมิติต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะมิติที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตและการทำงาน ที่คนให้ความสำคัญกับ Work-Life Balance มากขึ้น และเกิดวิถีการทำงานใหม่ๆ อย่างWork-Life Integrationซึ่งหมายถึงการผสานกันระหว่างการทำงานและชีวิตส่วนตัวเป็นหนึ่งเดียวกัน ชีวิตสมดุลได้โดยไม่ต้องแยกจากงานแต่จะทำอย่างไรให้ทั้งทำงานและใช้ชีวิตไปพร้อมๆ กันอย่างมีความสุข แน่นอนว่าสถานที่ทำงานมีส่วนมากทีเดียว

เทรนด์ออฟฟิศ 2024 : พื้นที่ทำงานต้องตอบสนอง Work-Life Balance

แม้ปัจจุบันวัฒนธรรมในการทำงานแบบ Hybrid work, Work from home หรือ Remote work จะกลายเป็นเรื่องสามัญธรรมดา และพื้นที่ออฟฟิศอาจถูกมองว่าไม่จำเป็น ซึ่งเป็นพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนไป และเป็นเช่นเดียวกันทั่วโลก

สอดคล้องกับรายงานจาก KnightFrank ที่ระบุว่า สำนักงานเกรด A มีเสถียรภาพมากที่สุด โดยมีอัตราการเช่าสูงสุดที่ประมาณ 80%สะท้อนให้เห็นว่า คุณภาพชีวิต ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกอาคารสำนักงานในมุมมองของผู้เช่า เพราะสำนักงานเกรด A ตอบสนองแนวคิดเรื่องความยั่งยืนและ ESG ได้มากกว่า โดยบางบริษัทจะพิจารณาเฉพาะอาคารที่ได้รับการรองรับอาคารสีเขียวเท่านั้น เนื่องจากผู้เช่าจำนวนมาก ให้ความสำคัญกับความยืดหยุ่น เทคโนโลยี และความเป็นอยู่ที่ดีของพนักงานมากขึ้น

แต่ในอีกด้านของการทำงานแบบ Work From Home ที่เมื่อสถานที่ทำงานและสถานที่ใช้ชีวิตนั้นอยู่ร่วมกัน คนทำงานส่วนใหญ่ต้องเจอกับปัญหาที่ไม่สามารถแยกเวลางานออกจากการใช้ชีวิตได้ ส่งผลต่อความเครียดและขาด Work-Life Balance ทำให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงตามไปด้วย การมีอยู่ของออฟฟิศจึงมีส่วนที่ช่วยปรับสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน โดยเฉพาะในยุคที่พฤติกรรมการทำงานเป็นแบบ Hybrid Work แต่แน่นอนว่า ออฟฟิศเองก็ต้องมีปัจจัยที่ตอบสนอง Work-Life Balance ด้วย

Office Market Trend for 2024จาก CALIBROเผยผลสำรวจมุมมองของพนักงานที่มีต่อสถานที่ทำงาน ที่เหมาะสมในยุคที่พฤติกรรมการทำงานเปลี่ยนไป พบว่าออฟฟิศที่จะสามารถตอบการทำงานของพนักงานได้ มีด้วยกันทั้งหมด 5 ด้าน ได้แก่

Hybrid Work : การทำงานแบบ Remote work หรือ Work from home ทำให้ขาดการปฏิสัมพันธ์กัน ซึ่งส่งผลต่อวัฒนธรรมองค์กรในภาพรวม บริษัทหลายแห่งจะใช้นโยบาย Hybrid work เพื่อให้เกิดการพบปะกันของพนักงานในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งสร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีมากขึ้น

Flexible Space : พนักงานมีความต้องการในการใช้พื้นที่ที่เปลี่ยนไป ออฟฟิศจึงควรมีการปรับฟังก์ชันที่ยืดหยุ่นมากขึ้น โดยเริ่มมีการปรับบางส่วนในออฟฟิศให้เป็น Focus pods, Meeting docks, Co-working space เพื่อรองรับรูปแบบการทำงานที่แตกต่างกันของพนักงาน

Grade A Office : ในภาพรวมของตลาดออฟฟิศ พบว่าอาคารสำนักงานเกรดเอ ดึงดูดความต้องการมากขึ้น โดยเฉพาะอาคารที่มีมาตรฐาน ESG และมีการรับรองผ่าน LEED

Sustainable Design : อาคารที่มีการออกแบบรองรับความยั่งยืนทั้งในด้านพลังงานหมุนเวียน การลดคาร์บอน หรือการใช้วัสดุรีไซเคิล กลายเป็นเรื่องที่สำคัญมากขึ้นในการเลือกออฟฟิศ

Inclusive Design : การสร้างสภาพแวดล้อมที่ดี นับเป็นการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีของ

พนักงาน การจัดสถานที่แบบ DEI (Diversity, Equality and Inclusion) ที่รองรับด้านความหลากหลาย ความเท่าเทียม และการมีส่วนร่วม ทั้งภายในออฟฟิศและชุมชน นับเป็นเรื่องที่ถูกให้ความสำคัญมากขึ้น

มุมมองของพนักงานจากผลสำรวจ พบว่าการจัดสภาพแวดล้อมการทำงานทั้ง 5 ด้าน นอกจากจะช่วยตอบสนองพฤติกรรมการทำงานที่เปลี่ยนไปได้ ยังช่วยสร้างบรรยากาศที่ดีในการทำงาน ที่สามารถจัดสมดุล Work-Life Balance ได้ดีขึ้น เพื่อส่งเสริมให้เกิดWell-beingของคนทำงาน

อะไรคือ Work & Well-being Balance

แนวคิด Well-being หรือ ‘สุขภาวะ’เป็นแนวคิดที่ถูกหยิบยกขึ้นมามากขึ้นในปัจจุบัน เพราะไม่ใช่แค่การจัดสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานแบบ Work-Life Balance เท่านั้น แต่ยังหมายถึงความเป็นอยู่ที่ดีในทุกมิติของชีวิตด้วย ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อพนักงานเกิด Well-being ย่อมส่งผลต่อภาพรวมการทำงานที่ดีไปด้วยเช่นกัน

Well-being และ Wellness โจทย์แห่งชีวิตสมดุลของคนยุคใหม่ :แนวคิด Well-being หรือ Wellness คือการพูดถึงสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี เพื่อชีวิตที่มีความสมดุลและสมบูรณ์แบบ ซึ่งมีบันได 6 ขั้นในแต่ละด้าน ได้แก่งาน, สังคม, สุขภาพ, สติปัญญา, จิตวิญญาณและ อารมณ์ซึ่งมากกว่าแค่เรื่องสุขภาพ แต่เป็นการสร้างความสุขและความพอใจในชีวิตและสามารถต่อยอดไปในถึงสังคมและการทำงานได้ ดังนั้นการสร้าง Well-being ให้เกิดแม้กระทั่งที่ทำงาน จึงเป็นการช่วยสร้างสมดุลแห่งชีวิตของพนักงานได้เช่นกัน

Work & Well-being Balance ในที่ทำงาน :สภาพแวดล้อมในที่ทำงานที่เหมาะสม มีส่วนอย่างมากในการสร้าง Well-being ให้กับพนักงาน สอดคล้องกับรายงานOffice Market Trend for 2024ที่ส่วนใหญ่ให้มุมมองด้านการปรับสภาพแวดล้อมในที่ทำงาน ที่ไม่ใช่แค่ต้องปรับให้ยืดหยุ่นกับวิถีการทำงานที่เปลี่ยนไป แต่ยังต้องสอดคล้องกับวิถีชีวิต ทั้งในด้านสังคมและสุขภาพกายใจด้วย

งานวิจัยจากFortune 500ระบุว่า พนักงานที่เชื่อว่าตัวเองมีสมดุลของการทำงานและชีวิตที่ดี สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพได้มากกว่าคนที่ไม่ได้รู้สึกถึง 21%การสร้าง Work & Well-being Balance ในที่ทำงาน ช่วยเพิ่มศักยภาพพนักงานได้มากขึ้น สร้างผลลัพธ์ที่ดีทั้งกับคุณภาพชีวิตพนักงาน และศักยภาพองค์กร

S-OASIS ออฟฟิศที่ให้ความสำคัญกับทั้งชีวิตและจิตใจของคนทำงาน

S-OASIS คืออาคารสำนักงานที่มีความเชื่อว่า การสร้างสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ดี จะช่วยส่งเสริมคุณภาพชีวิตของคนทำงานได้ และมีชีวิตสมดุลได้โดยไม่ต้องแยกจากงาน (Work-Life Integration) โดยเป็น Smart & Sustainable Office แห่งเดียวบนถนนวิภาวดีรังสิต ที่ออกแบบโดยยึดตามมาตรฐาน LEED ออกแบบให้พื้นที่สอดรับไปกับชุมชนรอบด้าน และมีแหล่งไลฟ์สไตล์รองรับภายใน ในแบบที่ ‘เป็น อยู่ ดี และ ยั่งยืน’

S-OASIS ‘เป็น’ อย่างไร

S-OASIS ออกแบบและพัฒนาภายใต้อาคารอัจฉริยะและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Smart & Sustainable Office) ที่ได้มาตรฐาน LEED Gold V4ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อม โดยมีการใช้ระบบพลังงานทดแทนทั่วทั้งอาคาร เลือกใช้วัสดุจากวัสดุรีไซเคิลและใช้ผลิตภัณฑ์เคลือบพื้นผิวที่มีค่า Low VOCsลดมลพิษต่อชุมชนและเป็นมิตรต่อสุขภาพผู้ใช้อาคาร อีกทั้งยังนำ Green Loan Featuresและ Green Leaseมาใช้ เพื่อตั้งเป้าหมายด้านความยั่งยืนร่วมกัน โดยเป็นการลดการใช้พลังงาน 10% และลดการปล่อยคาร์บอนถึง 5% รวมถึงการเป็นอาคารออฟฟิศที่มี EV-Charger เยอะที่สุดบนถนนวิภาวดีรังสิต ทำให้ S-OASIS เป็นอาคาร Smart & Sustainable Office ชั้นนำของไทย

ด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี มีการใช้ AI Technologyเพื่อติดตามข้อมูลภายในอาคารแบบ Real-time ทำให้สามารถบริหารจัดการอาคารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมคุณภาพอากาศภายในอาคารด้วยเทคโนโลยี S-Hygieneเพื่อสร้างอากาศที่บริสุทธิ์ในอาคารอยู่เสมอ

S-OASIS ‘อยู่’ อย่างไร

ภายใน S-OASIS ออกแบบให้สามารถใช้ชีวิตได้แบบ Day & Night ด้วยการสร้าง S Communityที่เชื่อมโยงกับชุมชนโดยรอบ โดยเปิดพื้นที่ CSR เพื่อให้ชุมชนสามารถนำสินค้ามาขาย สร้างอาชีพและรายได้กับชุมชน ใกล้สวนจตุจักร สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) และสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และยังมีห้องอาบน้ำรองรับอยู่ภายในอาคาร ทำให้สามารถออกกำลังกายที่สวนได้สะดวกสบาย นอกจากนี้ยังร่วมกับพันธมิตรผู้เช่าภายในอาคาร รณรงค์เปลี่ยนพฤติกรรมการลดปริมาณขยะฝังกลบและการจัดการขยะให้ถูกวิธี เพื่อสร้างต้นแบบชุมชนสีเขียวที่ยั่งยืนไปด้วยกันอีกด้วย

การใช้ชีวิตในวันทำงานภายใน S-OASIS ไม่ใช่แค่มาเพื่อทำงานเท่านั้น แต่ยังได้ไลฟ์สไตล์ที่ครบครันด้วย โดยภายในมีร้านค้าหลากหลายจาก S-OASIS Retailและ SUN Plazaที่เชื่อมต่อกัน รวมร้านค้าชั้นนำครบทั้งกินดื่ม และยังมี foodPLACE ที่สะอาด อร่อย และราคาประหยัดสำหรับคนทำงาน อีกทั้งยังมีแหล่งแฮ้งก์เอ้าท์สำหรับ Chill & Dine รองรับในช่วงค่ำอีกด้วย

S-OASIS ‘ดี’ และ ‘ยั่งยืน’ อย่างไร

S-OASIS มีระบบบริหารงานคุณภาพมาตรฐาน ISO 9001, 14001 และ 45001ภายในอาคารออฟฟิศ ออกแบบตามมาตรฐาน Well-designed เพื่อสร้าง Well-being Environment ที่นอกจากเรื่องคุณภาพอากาศภายในอาคาร ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับแสงธรรมชาติ (Daylight Sensor) เพื่อควบคุมแสงสว่างในอาคคารอย่างเหมาะสม พร้อมกระจกสูง (Full Height Window) ที่เปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเพียงพอ

ด้านความยืดหยุ่นในการใช้งาน ออกแบบเพดานแบบ Knock-out Panel ทำให้ผู้เช่าสามารถปรับเป็นออฟฟิศแบบ 2 ชั้นได้ และยังมีพื้นที่สีเขียวภายในและนอกอาคารกว่า 2,200 ตร.ม. เพื่อรองรับการพักผ่อนของคนทำงาน โดยผลสำรวจจากSatisfaction Survey (Tenant Office, Shop Retail and Visitor) พบว่า ผู้ใช้อาคาร S-OASIS จำนวน 90% ได้รับความพึงพอใจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2021-2023 และ S-OASIS ยังได้รับรางวัลMost Innovative New Office Building Development Project Award 2024 จาก Global Business Outlook Award ซึ่งนับเป็นรางวัลออฟฟิศระดับโลกอีกด้วย

S-OASIS ออฟฟิศที่ทำให้ชีวิต WORK & WELL-BEING BALANCE

S-OASIS บริการภายใต้วิสัยทัศน์ “Entrusted and Value Enricher” มุ่งมั่นสร้างคุณค่าและการเติบโตที่ยั่งยืน ด้วยการใส่ใจและเติมเต็มประสบการณ์การทำงาน และการใช้ชีวิตที่เน้นให้ผู้ใช้อาคารเป็นศูนย์กลาง ดังนั้นนอกจากการสร้างสภาพแวดล้อมโดยรอบให้ ‘น่าอยู่’ และ ‘อยู่ดี’ แล้ว ยังให้ความสำคัญในด้านการบริการด้วยเช่นกัน อาทิ MaxServe บริการทำความสะอาดสำนักงานแบบครบวงจร ที่ถูกสุขอนามัยและได้มาตรฐานสากล รวมถึงJUMP&SYNCที่มอบความยืดหยุ่นให้กับผู้เช่า ทั้งการปรับพื้นที่และระยะเวลาสัญญาเช่า, อำนวยความสะดวกด้านอุปกรณ์สำนักงาน และเครือข่ายความเร็วสูงที่รองรับการทำงานแบบ Hybrid Model

ทั้งหมดนี้ คือสิ่งที่อาคารออฟฟิศอย่าง S-OASIS สามารถตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างไร้รอยต่อแบบ Work-Life Integration ให้มีความ ‘เป็น อยู่ ดี ยั่งยืน’ เพื่อการสร้าง Work & Well-being Balance ที่มอบทั้งคุณภาพงาน คุณภาพกาย คุณภาพใจ และคุณภาพชีวิต ให้กับคนทำงานทุกคน

ดูรายละเอียดเพิ่มเติม - https://commercial.singhaestate.co.th/Soasis

รับสิทธิพิเศษสำหรับผู้สนใจพื้นที่สำนักงาน :https://bit.ly/4cyLPdo

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...