โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ นมัสการพระพุทธบาท สระบุรี

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 04 ก.ย 2567 เวลา 02.34 น. • เผยแพร่ 04 ก.ย 2567 เวลา 02.34 น.

Agora | กฤตภาศ ศักดิษฐานนท์

วิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

www.facebook.com/bintokrit

ตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์

นมัสการพระพุทธบาท สระบุรี

เมื่อวันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2567 ผมได้มีโอกาสร่วมคณะเดินทางของศูนย์ข้อมูลมติชนในทัวร์ “ตามรอยมูโอต์ ไปไหว้พระพุทธบาท พระพุทธฉาย จ.พระนครศรีอยุธยา-สระบุรี” ซึ่งเป็นแพ็กเกจทัวร์แบบ one day trip

โดยเริ่มออกเดินทางเป็นรูปสามเหลี่ยมจากมติชนอคาเดมีไปสู่ จ.พระนครศรีอยุธยา ทางถนนสายเอเชีย ก่อนจะเดินทางต่อไปที่ จ.สระบุรี แล้ววกกลับเข้ากรุงเทพฯ ผ่านถนนพหลโยธิน

ผู้สนใจสามารถเข้าไปดูภาพบรรยากาศได้ตามลิงก์นี้ https://www.facebook.com/share/p/VYYRkdfKqGJb78uw/

ผมเองถึงแม้ว่าคุ้นเคยกับสถานที่และเส้นทางนี้อยู่มาก เนื่องจากเป็นคน อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี และทำเพจท้องถิ่นชื่อว่า “ฅน หระ รี – Saraburi People” อยู่ด้วยก็ตาม ทางลิงก์ https://www.facebook.com/saraburipeople2022/ แต่เห็นว่านี่เป็นเส้นทางสายประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจในหลายแง่มุมจึงได้สมัครเข้าร่วมเดินทางและพบว่ามีอะไรดีๆ อยู่พอสมควร

เลยขอพักการเขียนเรื่องหนักๆ อย่างการเมืองหรือปรัชญาเป็นการชั่วคราว มาเล่าสาระเบาๆ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์บ้าง

มัคคุเทศก์หรือวิทยากรประจำคณะเดินทางคือ อ.ศิริพจน์ เหล่ามานะเจริญ อดีตอาจารย์ประจำคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ปัจจุบันเป็นนักวิชาการอิสระและเป็นคอลัมนิสต์ประจำให้กับนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เขียนบทความเผยแพร่ลงในมติชนสุดสัปดาห์เรื่อง “รอยพระพุทธบาทที่สระบุรี เชื่อมโยงกรุงศรีอยุธยา เข้าสู่จักรวาลในพุทธศาสนาเถรวาทอันศักดิ์สิทธิ์” ทางลิงก์ https://www.matichonweekly.com/column/article_790288

บทความดังกล่าวเป็นงานเขียนหลักที่ใช้ประกอบการเดินทาง นอกเหนือไปจากหนังสือตั้งต้นที่ทำให้พวกเราเดินทางตามรอยมา นั่นคือผลงานอันโด่งดังของ “อ็องรี มูโอต์” นักสำรวจชาวฝรั่งเศสเรื่อง “บันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ ในราชอาณาจักรสยาม กัมพูชา ลาว และอินโดจีนตอนกลางส่วนอื่นๆ” ที่เผยแพร่ตั้งแต่ พ.ศ.2411 ในสมัยรัชกาลที่ 4 หรือเมื่อเกือบสองร้อยปีที่แล้ว

เส้นทางสายนี้เริ่มต้นจาก “วัดพุทไธสวรรย์” อันเป็นวัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัย “สมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1” หรือ “พระเจ้าอู่ทอง” ไฮไลต์อยู่ที่รอยพระพุทธบาทในปรางค์ประธานองค์ใหญ่ และงานจิตรกรรมฝาผนังที่พระตำหนักสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ซึ่งเป็นภาพเขียนถึงรอยพระพุทธบาทตามตำนานทั้ง 5 รอยที่พระพุทธองค์ได้ทรงประทับไว้ ณ บริเวณ (1) เขาสุมนกูฏ (2) เขาสุวรรณมาลิก (3) เมืองโยนกนคร (4) หาดริมแม่น้ำนัมมทา (หรือนรรมทา) และ (5) เขาสุวรรณบรรพต

อย่างไรก็ตาม รอยพระพุทธบาทที่เห็นในงานจิตรกรรมฝาผนังนั้นมองเห็นพระพุทธบาทเพียงบางรอยเท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมด

จากนั้นก็เดินทางต่อมาที่ อ.นครหลวง โดยเข้าไปชมวัดสำคัญที่เกี่ยวเนื่องกับเส้นทางนมัสการรอยพระพุทธบาท สระบุรี ซึ่งเชื่อว่าคือรอยที่อยู่ ณ เขาสุวรรณบรรพต นั่นเอง

วัดแรกที่เข้าไปสำรวจคือ “ปราสาทนครหลวง” เพราะมีรอยพระพุทธบาทสี่รอยอยู่ที่ชั้นบน แต่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาเยือนปราสาทนครหลวงมักให้ความสนใจไปที่องค์พระพิฆเนศเสียมากกว่า เนื่องจากมีผู้คนจำนวนมากเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์

ใกล้ๆ กับปราสาทนครหลวงคือ “วัดใหม่ประชุมพล” หรือ “วัดใหม่ชุมพล” วัดเก่าแก่ตั้งแต่สมัยสมเด็จพระเจ้าทรงธรรมซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่องชื่อ “หลวงพ่อทรงธรรม” ภายในวิหารยังปรากฏ “ภาพเทพชุมนุมวิทยาธร” อันวิจิตรงดงาม ซึ่งเป็นงานจิตรกรรมฝาผนังดั้งเดิม บริเวณวัดมีเจดีย์ทรงย่อมุมไม้สิบสองอายุเก่าแก่ตั้งแต่สมัยอยุธยาอยู่ด้วย

นอกจากนี้มีความสำคัญในฐานะที่เป็นจุดแวะพักของขบวนเสด็จนมัสการรอยพระพุทธบาทที่สระบุรีตั้งแต่สมัยพระเจ้าทรงธรรม

อีกทั้งยังมีทิวทัศน์ที่แปลกตาเพราะอยู่ ณ บริเวณที่มีน้ำสองสี เนื่องจากมีแม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน สายหนึ่งคือป่าสัก กับอีกสายหนึ่งคือลพบุรี

ถ้าเดินทางตามรอยพระเจ้าทรงธรรมจริงๆ คณะเดินทางจะต้องขยับต่อไปที่ท่าเจ้าสนุก อ.ท่าเรือ จ.พระนครศรีอยุธยา แต่เนื่องจากเป็นทัวร์ตามรอยมูโอต์จึงกระโดดข้ามจุดนี้ไปที่ “ถนนฝรั่งส่องกล้อง” ซึ่งเริ่มต้นจาก อ.ท่าเรือ เข้าสู่ อ.บ้านหมอ จ.สระบุรี ก่อนมุ่งตรงเข้าสู่ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี อันเป็นจุดหมายปลายทาง ถนนฝรั่งส่องกล้องทุกวันนี้มีชื่อว่า “ถนนสมเด็จพระเจ้าทรงธรรม”

ในครั้งโบราณกาลเป็นถนนขนาดมโหฬารกว้างถึง 10 วา หรือประมาณ 20 เมตรเลยทีเดียว ทว่า ปัจจุบันได้เปลี่ยนสภาพไปจนแทบไม่เหลือเค้าเดิมแล้ว ยกเว้นบางช่วงที่ยังคงอยู่แต่แคบลงมาก และเป็นพื้นผิวเรียบด้วยยางแอสฟัลต์

ไม่ใช่ถนนดินเหมือนดังเมื่อสี่ร้อยปีก่อน

เมื่อเดินทางมาจนสุดถนนสายนี้ก็จะถึงวัดพระพุทธบาท อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ซึ่งเต็มไปด้วยโบราณสถานและโบราณวัตถุสำคัญมากมาย

ไม่ว่าใครก็ตามที่ได้มาเยือนไม่ว่าในฐานะของผู้จาริกแสวงบุญหรือนักท่องเที่ยวก็ตามต้องไปไม่พลาดการสักการบูชารอยพระพุทธบาทซึ่งอยู่ภายใต้มณฑปทรงสูงอันงดงาม พร้อมทั้งถ่ายภาพที่หน้าบันไดนาคอันเป็นสัญลักษณ์ของสระบุรี

มุมด้านนี้ของวัดยังเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญที่สุดของเมือง และเป็นมุมมองเดียวกับภาพสเกตช์โดยคาเตนัชชีซึ่งปรากฏอยู่ในหนังสือบันทึกการเดินทางของอ็องรี มูโอต์ด้วย

นอกจากนั้นยังไม่ควรพลาดการเข้าไปชมปูชนียวัตถุที่อัดแน่นอยู่ใน “พิพิภัณฑสถานแห่งพระพุทธบาท สระบุรี” ซึ่งมีมรดกของเมืองชิ้นสำคัญอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น “รอยพระพุทธบาททองคำ” ทั้งสองรอยซึ่งทำมาจากทองทำแท้ๆ ประดับอัญมณี เพชรนิลจินดา ที่ประเมินค่ามิได้ สลักลวดลายมงคล 108 ประการตามคติความเชื่อ

สันนิษฐานว่ารอยหนึ่งสร้างในสมัยอยุธยา ส่วนอีกรอยหนึ่งสร้างในสมัยรัตนโกสินทร์

จากพระพุทธบาทก็เดินทางต่อไปยังสถานที่สุดท้ายคือ “วัดพระพุทธฉาย” อ.เมือง จ.สระบุรี ในบันทึกการเดินทางของมูโอต์นั้นมีการสเกตช์ภาพวิวทิวทัศน์จาก “เขาปถวี” เอาไว้ ซึ่งก็คือบริเวณนี้นี่เอง นอกจากนี้ พระพุทธฉายยังเป็นปูชนียสถานสำคัญของจังหวัดสระบุรีคู่กับพระพุทธบาท ตามคำกล่าวที่ว่า “พระบาทเบื้องซ้าย พระฉายเบื้องขวา” ซึ่งมาสระบุรีทั้งทีก็ต้องไปให้ครบ

เมื่อเสร็จสิ้นการชมจุดนี้แล้วจึงเดินทางกลับกรุงเทพฯ

โชคดีที่ปีนี้เป็นวาระแห่งการฉลองสมโภชครบรอบ 400 ปีวัดพระพุทธบาท สระบุรีพอดี การเดินทางตามรอยประวัติศาสตร์ที่ผูกพันวิถีชีวิตผู้คนในสยามมาอย่างยาวนานเลยมีความรู้สึกพิเศษที่น่าจดจำมากขึ้น แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะยังไม่รู้จักเส้นทางนี้มากนัก

นอกเหนือไปจากเหตุผลดังกล่าวแล้ว สิ่งที่ทำให้ผมสนใจการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ในเส้นทางที่ตัวเองคุ้นเคยอยู่พอสมควร ก็เป็นเพราะว่ากิจกรรมเช่นนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการต่อยอดทุนทางศิลปวัฒนธรรมในพื้นที่ซึ่งมีอยู่แต่เดิม ให้สามารถสร้างและเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจได้

ทริปนี้จึงเป็นโมเดลธุรกิจแบบ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์” ซึ่งถึงแม้ว่าไม่ได้รังสรรค์สิ่งใหม่หรือสร้างนวัตกรรมอะไรเป็นชิ้นขึ้นมาก็ตาม

ทว่าหากปราศจาก “องค์ความรู้” หรือ “เรื่องเล่า” ที่ใช้ในการร้อยเรียงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกันเสียแล้ว การทำทัวร์หนึ่งวันราคา 2,800 บาทก็เกิดขึ้นไม่ได้

และในเมื่อช่วงนี้ “นโยบายซอฟต์เพาเวอร์” กำลังเป็นที่พูดถึงบ่อยครั้ง เนื่องจากเป็นหนึ่งในนโยบายหลักของรัฐบาล กิจกรรมอะไรเช่นนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงความบันเทิงในวันหยุดของผมเท่านั้น

หากแต่ยังเป็นการลงพื้นที่ศึกษาดูงานโครงการที่เกี่ยวข้องกับซอฟต์เพาเวอร์ด้วย

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ตามรอยเส้นทางประวัติศาสตร์ นมัสการพระพุทธบาท สระบุรี

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...