โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก 5 อาหารที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง เสี่ยงโรคกระเพาะและกรดไหลย้อน

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 16 ส.ค. 2567 เวลา 10.04 น.

การเลือกอาหารให้เหมาะสมกับช่วงเวลาที่ทานเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยดูแลสุขภาพได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะช่วงเวลาที่ท้องว่าง การเลือกอาหารผิดประเภทอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพ เช่น โรคกระเพาะอาหารและกรดไหลย้อนได้ บทความนี้จะพาคุณผู้อ่านมาทำความรู้จัก 5 อาหารที่ไม่ควรกินตอนท้องว่าง เสี่ยงโรคกระเพาะและกรดไหลย้อน

1. ผลไม้รสเปรี้ยว

ผลไม้รสเปรี้ยว เช่น ส้ม มะนาว และสับปะรด มีกรดสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดการระคายเคืองต่อเยื่อบุผิวของกระเพาะอาหารเมื่อทานตอนท้องว่าง ทำให้เสี่ยงต่อการเกิดโรคกระเพาะและกรดไหลย้อน แนะนำให้ทานผลไม้เหล่านี้หลังมื้ออาหารหลักเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาดังกล่าว

2. โยเกิร์ต

แม้ว่าโยเกิร์ตจะเป็นอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย แต่อาจไม่เหมาะสมกับการทานตอนท้องว่าง เนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารจะทำให้โปรตีนในโยเกิร์ตเกิดการตกตะกอน และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ ควรเลือกทานโยเกิร์ตหลังอาหารหรือเป็นของว่างระหว่างวันแทน

3. เครื่องดื่มชา กาแฟ น้ำอัดลม

ขณะท้องว่างร่างกายจะหลั่งกรดไฮโดรคลอริกที่ทำให้สภาวะของกระเพาะอาหารเป็นกรด คาเฟอีนในชา กาแฟ และน้ำอัดลมจะกระตุ้นให้เกิดการหลั่งกรดมากขึ้น ซึ่งหากไม่มีอาหารเข้าไปในท้อง กรดนี้จะไปทำลายผนังของกระเพาะอาหาร ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร และนำไปสู่การเป็นกรดไหลย้อนได้ เพื่อป้องกันกรดในกระเพาะอาหาร ควรหามื้อเช้าเล็กๆ กินรองท้องแล้วค่อยตามด้วยกาแฟดีกว่า

4. เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์

การดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ตอนท้องว่างสามารถทำให้เยื่อบุผิวของกระเพาะอาหารถูกทำลาย เนื่องจากแอลกอฮอล์สามารถเพิ่มการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร และทำให้เกิดการระคายเคือง ซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดโรคกระเพาะและกรดไหลย้อนได้

5. อาหารที่มีรสเผ็ด

อาหารรสเผ็ดมีส่วนประกอบที่สามารถกระตุ้นการหลั่งกรดในกระเพาะอาหาร หากทานตอนท้องว่าง อาจทำให้เกิดการระคายเคืองและทำให้เกิดอาการแสบร้อนกลางอก ซึ่งเป็นอาการของกรดไหลย้อน ควรเลือกทานอาหารรสเผ็ดในมื้อที่มีอาหารอื่นๆ ร่วมด้วยเพื่อลดผลกระทบต่อกระเพาะอาหาร

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...