“ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป” กู้เงิน ITC บริษัทในเครือ 11,000 ล้านบาท ไม่เกิน 6 ปี
"ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป" กู้เงิน ITC บริษัทในเครือ 11,000 ล้านบาท ไม่เกิน 6 ปี ดอกเบี้ย 0.10-3.10% ต่อปี เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มผลตอบแทนจากการบริหารเงินสดส่วนเกิน
วันที่ 6 สิงหาคม 2567 บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 6/2567 ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันอังคารที่ 6 สิงหาคม 2567 ได้มีมติเห็นสมควรให้นำเสนอให้ที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2567 (“ที่ประชุมผู้ถือหุ้น”) พิจารณาอนุมัติการเข้าทำรายการที่เกี่ยวโยงกันประเภทการให้ความช่วยเหลือทางการเงิน โดยการเข้าทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างบริษัท ในฐานะผู้ให้กู้ และ บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้กู้ ซึ่งเป็นบุคคลที่เกี่ยวโยงกันกับบริษัท ในวงเงินไม่เกิน 11,000 ล้านบาท โดยมีสัญญาเงนิกู้ยืมระยะเวลาไม่เกิน 6 ปี ซึ่งแบ่งออกเป็นวงเงนิกู้ยืมสองวงเงิน ดังนี้
1. วงเงินกู้ยืมที่ 1 เป็นเงินกู้ระยะยาวไม่เกิน 6,000 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ยืมไม่เกิน 3 ปี โดยมีดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3.10 ต่อปี และสามารถต่ออายุได้ในแต่ละครั้งไม่เกิน 3 ปี รวมอายุทั้งสิ้นไม่เกิน 6 ปี โดยกำหนดให้ทบทวนเครดิตวงเงิน อัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยง และเงื่อนไขอื่น ๆ ก่อนมีการต่ออายุในแต่ละครั้ง
2.วงเงินกู้ยืมที่ 2 เป็นเงินกู้หมุนเวียน ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ระยะเวลาการกู้ยืมไม่เกิน 1 ปี โดยมีดอกเบี้ยเท่ากับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ประกาศโดยคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) บวกร้อยละ 0.10 ต่อปี และสามารถต่ออายุได้ในแต่ละครั้งไม่เกิน 1 ปี รวมอายุทั้งสิ้นไม่เกิน 6 ปี โดยกำหนดให้ทบทวนเครดิต วงเงิน อัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยง และเงื่อนไขอื่น ๆ ก่อนมีการต่ออายุในแต่ละครั้ง
ซึ่งบริษัทมีวัตถุประสงค์ในการให้กู้ยืมเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารเงิน และเพิ่มผลตอบแทนจากการบริหารเงินสดส่วนเกิน ภายใต้กรอบนโยบายการลงทุน และบริษัทจะให้ความช่วยเหลือทางการเงินดังกล่าวให้แก้ไทยยูเนี่ยนภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท
ทั้งนี้บริษัทขออนุมัติวงเงินให้กู้ยืมระหว่างกันเพื่อเป็นกรอบการทำธุรกรรมการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ไทยยูเนี่ยน โดยบริษัทจะเข้าทำธุรกรรมการให้ความช่วยเหลือทางการเงนิกับไทยยูเนี่ยน ภายหลังจากที่ได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2567
ขณะที่แหล่งเงินทุนที่ใช้จะมาจากเงินสดหมุนเวียน เงินลงทุนระยะสั้น และเงินลงทุนระยะยาวของบริษัท โดยภายหลังการให้กู้ยืมเงินดังกล่าวแลว บริษัทจะยังคงมีกระแสเงินสดเพียงพอต่อการดำเนินงาน และไม่กระทบต่อแผนการใช้เงินของบริษัท
ด้านคณะกรรมการบริษัท (โดยไม่รวมกรรมการที่มีส่วนได้เสีย) ได้พิจารณาธุรกรรมนี้อย่างรอบคอบและมีความเห็นว่า การเข้าทำรายการดังกล่าวมีความเหมาะสมและเป็นประโยชน์ต่อบริษัท และผู้ถือหุ้นของบริษัท เนื่องจากบริษัทสามารถนำเงินที่มีอยู่หาผลประโยชน์ได้ในอัตราที่สูงกว่าการลงทุนในเงินฝากสถาบันการเงิน พันธบัตรรัฐบาล และตราสารหนี้ภาคเอกชน ทำให้การบริหารเงินของบริษัทมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีเงื่อนไขการกู้ยืมอื่น ๆ ที่เหมาะสม
ดังนั้นที่ประชุมคณะกรรมการจึงได้เห็นสมควรให้นำเสนอต่อที่ประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 30 กันยายน 2567 เพื่อพิจารณาอนุมัติการให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ไทยยูเนี่ยนต่อไป