ผ่าคดีโหด-ฆ่าสาวโบลต์ ลวงรัดคอ-ชิงเก๋ง 'เอ็มจี 3' ตามเจอขายต่อ ส.ต.ท.หญิง สอบโยงแก๊งรถหลุดจำนำ
อาชญากรรม | อาชญา ข่าวสด
ผ่าคดีโหด-ฆ่าสาวโบลต์
ลวงรัดคอ-ชิงเก๋ง ‘เอ็มจี 3’
ตามเจอขายต่อ ส.ต.ท.หญิง
สอบโยงแก๊งรถหลุดจำนำ
การติดตามหาตัวสาวหล่อ ที่หายตัวไปเกือบ 10 วัน ก่อนจะพบเป็นศพถูกหมกคูน้ำในพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม แม้เจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมคนร้ายได้อย่างรวดเร็ว แต่ที่คนในสังคมจับตาดูคือ คดีนี้ตำรวจจะขยายผลไปถึงขบวนการค้ารถผิดกฎหมาย-รถหลุดจำนำ ที่เป็นต้นตอให้เกิดเหตุการณ์สยองได้หรือไม่
ย้อนไปเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 19 กันยายน พ.ต.ต.รัชนาท ราษฎรปราณี สว.สอบสวน สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม รับแจ้งพบศพ ในป่าหญ้าริมถนนสายนครชัยศรี-ห้วยพลู หมู่ 5 ต.สัมปทวน อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม จึงไปตรวจสอบพร้อม พ.ต.อ.พายัพ โสธรางกูล ผกก.สภ.นครชัยศรี ชุดสืบสวน เจ้าหน้าที่ พฐ.7 แพทย์เวร รพ.ห้วยพลู มูลนิธิสุขศาลานุเคราะห์นครปฐม
ที่เกิดเหตุเป็นป่าหญ้าริมถนนเข้าไปประมาณ 3 เมตรพบ ศพผู้เสียชีวิตนอนคว่ำหน้าแช่ในร่องน้ำ จึงนำศพขึ้นมาตรวจสอบ
เบื้องต้นพบว่าสภาพศพเน่าเปื่อย จนส่วนบนตั้งแต่หน้าอกไปที่หัวเหลือแต่กะโหลก ส่วนด้านล่างลงไปเน่าบวม เป็นหญิงสวมเสื้อยืดสีดำ สวมเสื้อยีนส์แขนยาวทับ นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สวมถุงเท้าสีขาว ที่ข้อมือขวาสวมสร้อยประคำสีดำ ข้อมือซ้ายสวมนาฬิกา ที่คอมีสายชาร์จโทรศัพท์รัดอยู่
ที่กระเป๋ากางเกงพบกระเป๋าเงิน ภายในมีเงินสดจำนวนหนึ่ง มีแบงก์เงินสกุลเวียดนาม 2 ใบ บัตรเอทีเอ็ม บัตรบริจาคดวงตาสภากาชาดไทย ใบขับขี่
บัตรประจำตัวประชาชน ระบุชื่อ น.ส.ฐิติรัตน์ ชาติพุทธ์ หรือกะทิ อายุ 47 ปี บ้านอยู่ซอยสุคนธสวัสดิ์ 3 แยก 2 แขวงและเขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ
จึงมอบศพให้มูลนิธิส่งชันสูตรอย่างละเอียดที่ รพ.นครปฐม
ต่อมาญาติคนตายเดินทางมา สภ.นครชัยศรี ก่อนให้ข้อมูลว่าผู้ตายเป็นสาวหล่อ มีอาชีพขับรถรับจ้างผ่านแอพพลิเคชั่นโบลต์ โดยขับรถเก๋ง ยี่ห้อ MG3 สีดำ ทะเบียน 6 กฉ 7998 กรุงเทพมหานคร ออกจากบ้านในพื้นที่ สน.ดินแดง เมื่อเวลา 15.00 น. ของวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา บอกว่าจะไปรับลูกค้าไปส่งที่ จ.นครปฐม ก่อนจะติดต่อไม่ได้อีกเลย ที่ผ่านมาญาติลงประกาศหาตัวในเพจต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครพบ
เบื้องต้นตำรวจสันนิษฐานว่าผู้ตายถูกคนร้ายในคราบผู้โดยสารลวงมาทำร้ายแล้วชิงรถก่อนนำศพมาทิ้ง
หลังได้เบาะแส พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 สั่งให้ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.7, กก.สส.ภ.จว.นครปฐม ไล่เช็กเส้นทางของรถของผู้ตายทั้งจากกล้องวงจรปิดตามถนนและจากระบบจีพีเอสติดตามที่ติดตั้งอยู่ในรถคันดังกล่าว รวมทั้งประสานข้อมูลจากแอพพ์เรียกรถต้นสังกัด ถึงชื่อลูกค้าที่เรียกรถและจุดที่ให้ไปรับ
ไม่ทันข้ามวันชุดสืบสวนก็ได้ข้อมูลว่า คนที่เรียกใช้บริการรถของผู้ตายเป็นชายชื่อนายณรงค์ศักดิ์ แซ่ผู่ หรือแม็ก โดยให้ไปรับที่ปากซอยสุขุมวิท 77
เมื่อเช็กวงจรปิดจุดดังกล่าวก็เห็นภาพรถผู้ตายขับมาจอดรับชายสวมเสื้อสีดำขึ้นไปบนรถ ก่อนขับมุ่งหน้าข้ามไปฝั่งธนบุรีเพื่อไปที่ จ.นครปฐม
ขณะที่การติดตามจีพีเอสของรถ MG3 พบสัญญาณว่าล่าสุดอยู่ในพื้นที่ จ.ภูเก็ต พล.ต.ท.นัยวัฒน์จึงรีบประสานไปยัง พล.ต.ท.สุรพงษ์ ถนอมจิตร ผบช.ภ.8 และ พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 ให้ช่วยติดตาม ต่อมากล้องวงจรปิดจับภาพรถยนต์ดังกล่าวได้ระหว่างหน้าที่ว่าการอำเภอถลางกับ สภ.ถลาง ถนนเทพกระษัตรี (ขาเข้าเมือง) หมู่ 1 ต.เทพกษัตรี อ.ถลาง จ.ภูเก็ต ช่วงเวลา 13.12 น. ของวันที่ 19 กันยายน กระทั่งเวลาประมาณ 19.00 น. ชุดสืบสวนพบรถคันดังกล่าวขับอยู่บริเวณใกล้สนามบินภูเก็ต พื้นที่ สภ.สาคู จึงได้เข้าควบคุมตัวคนขับรถคันดังกล่าวมาสอบสวน
เบื้องต้นพบว่าคนขับเป็นตำรวจหญิงชื่อ ส.ต.ท.หญิง หยาดฟ้า คำสิทธิ์ ผบ.หมู่ ตม.สนามบินภูเก็ต โดย พล.ต.ต.นภันต์วุฒิ เลี่ยมสงวน ผบก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.พิษณุ พ่วงพร้อม รอง ผบก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.ประวิทย์ สุทธิเรืองอรุณ รอง ผบก.สส.ภ.8 พ.ต.อ.สลาน ตันติศาสนกุล ผกก.สภ.สาคู ร่วมสอบปากคำ
ส.ต.ท.หญิง หยาดฟ้าให้ข้อมูลว่า พี่เขยเป็นตำรวจยศร้อยตำรวจโท อยู่ใน จ.นครสวรรค์ เป็นคนกลางประสานติดต่อซื้อรถจากพ่อค้ารถมือสองมาให้ในราคา 35,000 บาท ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ โดยพี่เขยนำรถมาให้ที่บ้านใน จ.นครสวรรค์ ก่อนที่บิดาจะเป็นคนขับพามุ่งหน้าลงใต้มาที่ภูเก็ต พร้อมมารดาและตน จากนั้นบิดา-มารดานั่งรถทัวร์กลับบ้านนครสวรรค์
ส่วนการติดตามตัวคนร้าย จากข้อมูลที่รวบรวมมา ชุดสืบสวนมั่นใจว่านายณรงค์ หรือแม็กต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย
ยิ่งเมื่อตรวจสอบประวัติก็พบว่านายณรงค์ศักดิ์ หรือแม็ก อายุ 35 ปี เคยถูกจับกุมคดีล่ามโซ่ล่วงละเมิดเด็กอายุ 13 ปี นาน 1 สัปดาห์ ในท้องที่ สน.โคกคาม เมื่อเดือนสิงหาคม 2553 หลังพ้นโทษยังก่อคดีหลายคดี
ล่าสุด มีหมายจับศาลอาญามีนบุรี ในความผิดฐานลักทรัพย์ วันที่ 22 สิงหาคม 2567 คดีลักทรัพย์ ท้องที่ สน.มีนบุรี
นอกจากนี้ ยังเพิ่งก่อเหตุตระเวนเช่ารถจักรยานยนต์ในพื้นที่พัทยา รวม 6 คันในวันเดียว ก่อนจะเชิดไปขายจนถูกแจ้งความไว้ที่ สภ.พัทยา จ.ชลบุรี แต่คดีนี้ยังไม่ถูกออกหมายจับ
โดยนายณรงค์ศักดิ์มีแฟนอยู่ที่ จ.นครปฐม ตำรวจจึงใช้หมายจับของ สน.มีนบุรี ในการออกติดตามไปจับกุมตัวได้ในค่ำคืนวันที่ 19 กันยายนนั่นเอง
ต่อมาเวลา 15.00 น. ของวันที่ 20 กันยายน ที่ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม พล.ต.ท.นัยวัฒน์ ผะเดิมชิต ผบช.ภ.7 ชุดสืบสวน บก.สส.ภ.7, กก.สส.ภ.จว.นครปฐม ร่วมกันแถลงข่าวจับกุมตัวนายณรงค์ศักดิ์ โดย พล.ต.ท.นัยวัฒน์เผยว่า สอบสวนนายณรงค์ศักดิ์ปฏิเสธไม่เกี่ยวข้องกับการฆ่า น.ส.ฐิติรัตน์ แต่ตำรวจไม่เชื่อและเค้นสอบ จนผู้ต้องหาจำนนต่อหลักฐาน ยอมสารภาพอ้างว่าเรียกใช้บริการผ่านแอพพ์โบลต์ และบอกให้ผู้ขับมาส่งที่ จ.นครปฐม แต่พอทราบว่าผู้ขับเป็นผู้หญิงเลยวางแผนชิงรถไปขาย
ระหว่างทางออกอุบายแกล้งเมารถ เมื่อคนขับจอดรถให้ลงไปอาเจียนข้างทาง คนขับได้ลงมาดูแล สบโอกาสใช้แขนล็อกคอคนขับจนแน่นิ่ง
จากนั้นใช้สายชาร์จโทรศัพท์รัดคอซ้ำจนมั่นใจว่าเสียชีวิต ลากร่างไปทิ้งลงคูน้ำในพงหญ้าข้างทางเพื่ออำพราง แล้วขับรถไปบ้านแฟนสาว จากนั้นนำรถไปขายให้พรรคพวกชื่อ เอ็ม
ก่อนที่เอ็มจะขายรถต่อให้ร้อยตำรวจโทในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ โดยอ้างว่าเป็นรถหลุดจำนำในบ่อน
จากไทม์ไลน์ที่เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามได้ทราบว่า นายแม็กหรือนายณรงค์ศักดิ์ หลังจากที่ชิงรถของผู้ตายจากนครปฐมแล้ว มีไทม์ไลน์ปรากฏขึ้นเมื่อวันที่ 13 กันยายน เวลา 17.41 น. ขับรถยนต์ MG3 ผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา มุ่งหน้าไป จ.สิงห์บุรี จากนั้นในเวลา 20.30 น. วนรถกลับเข้าพื้นที่ใกล้ สภ.หนองปลิง จ.นครสวรรค์ โดยรถจอดค้างคืน คาดว่าเป็นจุดที่นำรถมาส่ง
จนกระทั่งช่วงเช้าของวันที่ 14 กันยายน เวลา 06.21 น. พบรถคันดังกล่าวขับกลับเข้ามาใน จ.ชัยนาท ผ่าน จ.สุพรรณบุรี จ.นครปฐม จากนั้นในเวลา 09.30 น. พบมุ่งหน้าไปยัง จ.ราชบุรี จ.เพชรบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ แล้วมุ่งสู่ จ.ชุมพร จนกระทั่งเวลา 18.19 น. ไปพบรถอีกทีบริเวณมุ่งหน้าแยกบ่อแสน จ.พังงา และเข้าพื้นที่ท่าฉัตรชัย จ.ภูเก็ต ในเวลา 19.17 น. ซึ่งคาดว่าเป็นช่วงเวลาที่ ส.ต.ท.หญิง หยาดฟ้า นำรถขับมาใช้งานที่ จ.ภูเก็ต
พ.ต.อ.พายัพ โสธรางกูล ผกก.สภ.นครชัยศรี กล่าวว่า พนักงานสอบสวน สภ.นครชัยศรี รวบรวมพยานหลักฐานยื่นต่อศาลจังหวัดนครปฐม พิจารณาออกหมายจับนายณรงค์ศักดิ์ ในข้อหาชิงทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และไปอายัดตัวผู้ต้องหาที่ สน.มีนบุรี แต่ยังไม่ได้นำตัวมาดำเนินคดีที่ สภ.นครชัยศรี เพราะทาง สน.มีนบุรีจะครบกำหนดฝากขังช่วงเช้าวันที่ 21 กันยายน ต้องทำเรื่องขออายัดตัวที่เรือนจำมาสอบสวนเพิ่มเติมที่ สภ.นครชัยศรีต่อไป
มีรายงานว่า หลังจากตำรวจควบคุมตัวนายณรงค์ศักดิ์มาที่ สน.มีนบุรี เจ้าตัวบอกตำรวจว่าปวดท้อง พะอืดพะอม จะอาเจียน ไม่มีใครเรียกหมอให้เลย ก่อนจะเอาหัวโขกห้องขังจนหน้าผากโน ซ้ำยังกลับคำให้การว่ามีผู้ร่วมก่อเหตุคดีฆ่าชิงรถอีก 2 คน คือ น.ส.ทราย แฟนสาว และนายเอ็ม โดยเจ้าตัวอ้างว่านายเอ็มเป็นคนก่อเหตุรัดคอฆ่า น.ส.ฐิติรัตน์ เพื่อชิงรถไปขาย ส่วนตัวเองกับแฟนสาวแค่มารับรถไปส่งให้เท่านั้น
ซึ่งประเด็นนี้ ผกก.สภ.นครชัยศรีเผยว่า ที่กล่าวอ้างว่าเพื่อนชื่อนายเอ็ม รูปร่างอ้วนดำ เป็นคนลงมือฆ่านั้น ถือว่าเป็นสิทธิ์ของผู้ต้องหาที่จะให้การอย่างไรก็ได้ หน้าที่ของตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานทั้งทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อให้ศาลเชื่อว่าเป็นการพูดจริงหรือเท็จ
แต่ละวันผู้ต้องหาจะให้การไม่ตรงกัน ตำรวจต้องนำข้อเท็จจริงออกมาให้ได้ว่าคำพูดใดเป็นคำพูดจริงหรือเท็จ มีหลักฐานจากกล้องวงจรปิดและหลักฐานอื่นๆ อยู่แล้ว
ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนนำตัว น.ส.ทราย แฟนสาวของผู้ต้องหามาสอบปากคำเพิ่มเติม หลังถูกผู้ต้องหาซัดทอดว่าอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย วันนี้ก็ยังให้การยืนยันตามเดิมว่าช่วงเวลาที่เกิดเหตุไม่ได้อยู่กับผู้ต้องหาแน่นอน
ในส่วนของคดีฆ่าชิงรถ ถือว่าตำรวจสามารถปิดคดีลงได้แล้ว แต่การขยายผลไปถึงขบวนการค้ารถผิดกฎหมาย จัดการทั้งผู้ขายและผู้ซื้อจึงจะทำให้สังคมได้ประโยชน์สูงสุด
https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผ่าคดีโหด-ฆ่าสาวโบลต์ ลวงรัดคอ-ชิงเก๋ง ‘เอ็มจี 3’ ตามเจอขายต่อ ส.ต.ท.หญิง สอบโยงแก๊งรถหลุดจำนำ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com