โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แนะ มนุษย์เงินเดือนมือใหม่ จัดพอร์ตเซฟภาษีกับ ประกันชีวิต

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 ก.ย 2567 เวลา 13.58 น. • เผยแพร่ 16 ก.ย 2567 เวลา 06.58 น.

คอลัมน์ Insurance : วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนกันยายน (ฉบับที่ 509)

ประกันชีวิต แนะมนุษย์เงินเดือนรายได้ระหว่าง 30,000-50,000 บาท จัดพอร์ตวางแผนประหยัดภาษีกับ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ประกันบำนาญ สุขภาพ โรคร้ายแรง สร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว

การวางแผนภาษีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท เพราะการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายและทำให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับคู่สมรส หากคู่สมรสไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) รวมถึงอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยวางแผนภาษีที่น่าสนใจคือการทำประกันชีวิต ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดหย่อนภาษี แต่ยังเป็นการออมเงินในระยะยาวอีกด้วย

จัดสัดส่วนพอร์ตให้ถูกรับภาษีคืนเต็มแมกซ์

[caption id="attachment_129845" align="aligncenter" width="1024"]

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยาประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]

นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยาประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) แนะนำว่า สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการวางแผนประหยัดภาษีให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวางแผนกับประกันชีวิต ควรจะพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้ หากไม่มีภาระทางการเงินต่อครอบครัว การเลือกประกันที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวหรือคุ้มครองอุบัติเหตุแทนประกันชีวิตที่มีการคุ้มครองสูงอาจจะเหมาะสมกว่า โดยต้องสำรวจความต้องการทางการเงินในอนาคต เช่น การเกษียณ การรักษาพยาบาล หรือการมีทุนสำรองในกรณีฉุกเฉิน เพื่อเลือกแผนประกันที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

รวมถึงความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้และค่าใช้จ่ายประจำเดือน อย่าลงทุนในประกันมากเกินไปจนทำให้มีภาระการเงินที่หนักหน่วง แม้ว่าจะได้รับการลดหย่อนภาษี แต่หากต้องเผชิญกับการจ่ายเบี้ยประกันที่สูงจนทำให้ขาดสภาพคล่องในการใช้ชีวิตประจำวัน จะส่งผลเสียต่อสุขภาพการเงินระยะยาว โดยแนะนำให้ค่าเบี้ยประกันไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้รวมต่อปี เพื่อให้ยังคงมีความยืดหยุ่นทางการเงินในกรณีฉุกเฉิน

นางสาวพัชรา แนะนำต่อว่า ปัจจุบันการวางแผนภาษีกับประกันชีวิตมีแบบประกันให้เลือกมากมาย อาทิ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันออมทรัพย์ และประกันบำนาญ โดยมนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกตามไลฟ์สไตล์ และเงินในกระเป๋า โดยยอดรวมสูงสุดในการลดหย่อนมากถึง 300,000 บาทต่อปี (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร) ซึ่งบริษัทขอนำเสนอแบบประกันออมทรัพย์ แบบประกันบำนาญ แบบประกันสุขภาพ เพื่อช่วยจัดพอร์ตวางแผนประหยัดภาษีประจำปี

เริ่มต้นด้วย แบบประกันสะสมทรัพย์ มาย ดับเบิล พลัส ที่มีให้เลือกถึง 4 แผนตามเป้าหมายและตามความเหมาะสมในช่วงอายุ คือจ่ายเบี้ย 20 ปี คุ้มครอง 25 ปี,จ่ายเบี้ย 15 ปี คุ้มครอง 22 ปี , จ่ายเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง 18 ปี และจ่ายเบี้ย 6 ปี คุ้มครอง 15 ปี เมื่อครบกำหนดสัญญา ก็จะได้รับเงินก้อน 140% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และมีโอกาสรับผลประโยชน์เพิ่มเติมเป็นเงินปันผลตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

สำหรับกลุ่มที่ต้องการวางแผนเกษียณ บริษัทขอแนะนำแบบประกันบำนาญ มาย บำนาญ ไฟว์ A90/5 ประกันบำนาญแบบลดหย่อนได้และมีเงินปันผล โดยจะมีเงินใช้ทุกปี ปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเพิ่มพิเศษสะสม (ถ้ามี) รับประกันตั้งแต่อายุ 60-90 ปี ไม่ต้องตรวจและตอบคำถามสุขภาพ จ่ายเบี้ย 5 ปี

โดยสามารถหักค่าลดหย่อนในอัตรา 15% ของเงินได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท

นางสาวพัชรา อธิบายต่อว่า นอกจากจะวางแผนประหยัดภาษีกับประกันสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญแล้ว อีกหนึ่งแบบประกันที่สามารถนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้ คือสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ หรือแบบประกันสุขภาพ ที่นอกจากจะช่วยประหยัดภาษีได้แล้วยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนบริหารค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพื่อรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทุกปีได้ด้วย

ในเรื่องนี้ บริษัทขอแนะนำ แบบประกันสุขภาพ ปลดล็อค ดับเบิลแคร์ เหมาจ่ายตามจริง เช่น ค่า Lab X-Ray ผ่าตัด ล้างไต เคมีบำบัด รักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า อุบัติเหตุฉุกเฉินใน 24 ชม. ค่ารักษาใน ICU รับผลประโยชน์สูงสุดต่อรอบปีกรมธรรม์ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อได้รับการวินิจฉัยและยืนยันว่าเป็น 1 ใน 10 โรคร้ายแรงเป็นครั้งแรก รับความคุ้มครองจนถึงอายุ 90 ปี มีให้เลือก 3 แผน วงเงิน 8 ล้านบาท 15 ล้านบาท และ30 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะทำให้ตัวเองหรือพ่อแม่ก็ลดหย่อนได้เช่นกัน สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับค่าเบี้ยประกันชีวิต จะสามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท

“จะเห็นได้ว่า หากต้องการนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้แบบเต็มแมกซ์ เราสามารถซื้อประกันลดหย่อนภาษี ได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ ประกันสุขภาพ รวมทั้งประกันบำนาญหรือประกันเกษียณ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงไว้เสมอ ต้องคำนวณแล้วว่าประกันที่ซื้อไว้นั้น ตรงกับความต้องการและสามารถจ่ายเบี้ยได้สบายๆ ไม่เดือดร้อนด้วย”

เลือกประกันชีวิตตลอดชีพ สร้างเกราะคุ้มกันครอบครัว

[caption id="attachment_129846" align="aligncenter" width="683"]

นางสาวณัฐเนตร พงศ์พิพัฒไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แผนกผลิตภัณฑ์และพัฒนาธุรกิจประกันสุขภาพ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]

นางสาวณัฐเนตร พงศ์พิพัฒไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แผนกผลิตภัณฑ์และพัฒนาธุรกิจประกันสุขภาพ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) แนะนำว่า การทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เหมาะสำหรับผู้ทำประกันที่เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อวางแผนทางการเงินหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทุนประกันจะสามารถช่วยดูแลครอบครัวที่อยู่ข้างหลังให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้โดยไม่สะดุด หรือหากอยู่จนครบสัญญาก็สามารถเก็บไว้เป็นมรดกให้กับลูกหลานได้

ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการวางแผนทางการเงินแบบระยะยาวพร้อมประหยัดภาษี บริษัทได้นำเสนอ แบบประกันตลอดชีพ ไลฟ์เรดดี้ (LifeReady) ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ปี สำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่เพื่อใช้ในการวางแผนการเงินและประหยัดภาษีก่อนสิ้นปี

ทั้งนี้ เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและภาระหนี้สินที่ยังคงต้องรับผิดชอบ การบริหารจัดการและการวางแผนการออมจึงมีความสำคัญแต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาและวินัยที่มากพอเพื่อเก็บสะสม ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวจะมีรายได้เพียงพอในการดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างสบาย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับหัวหน้าครอบครัว หรือหากอยู่จนครบสัญญากรมธรรม์ ก็สามารถสร้างมรดกให้กับลูกหลานในอนาคตได้ เนื่องจากการทำประกันชีวิต จะให้ความคุ้มครองชีวิตทันทีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นทำประกันโดยไม่ต้องรอเวลาที่จะออมเงินเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้เป็นเหมือนทางลัด เพียงแค่ชำระเบี้ยประกันที่ไม่สูงมากนัก แต่สามารถรับความคุ้มครองชีวิตเป็นเงินก้อนจำนวนมากได้

นางสาวณัฐเนตรกล่าวว่า สำหรับแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิตตลอดชีพ (Whole Life) จะเป็นหลักประกันและเป็นเกราะป้องด่านแรกให้กับครอบครัว ในการช่วยบริหารจัดการความมั่นคง พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ด้วยหลักประกันที่สามารถส่งต่อให้คนที่คุณรัก อีกทั้งการซื้อประกันชีวิตยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในเรื่องของการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกด้วย ซึ่งแบบประกันของบริษัทที่จะช่วยในการวางแผนภาษีสำหรับมือใหม่นั้น คือ แบบประกันตลอดชีพ ไลฟ์เรดดี้ รับประกันตั้งแต่อายุ 1 เดือน - 70 ปี

โดยสามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 6 ปี, 12 ปี, 18 ปี และครบอายุ 99 ปี ระยะเวลาคุ้มครองครบอายุ 99 ปี สามารถชำระเบี้ยประกันได้ทั้งแบบรายปี ราย 6 เดือน และ รายเดือน จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 150,000 บาท ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร

ตัวอย่าง การวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ แต่งงานแล้วมีลูก 1 คน โดยมีรายได้ 30,000-50,000 บาท กับ แบบประกัน ไลฟ์เรดดี้ (LifeReady) เพศชายอายุ 35 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ย 18 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท ชำระค่าเบี้ยประกันภัยรายปี 27,900 บาท/ปี หรือเลือกชำระแบบรายเดือน 2,511บาท/เดือน

หากฐานภาษีอยู่ที่ 5% หมายความว่า สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมได้เท่ากับ 27,900x5% = 1,395บาทต่อปี หากฐานภาษีอยู่ที่ 10% สามารถลดหย่อนภาษีได้ 27,900 x10%= 2,790 บาทต่อปี เป็นต้น

ชูประกันสะสมทรัพย์ วางแผนประหยัดภาษี

[caption id="attachment_129847" align="aligncenter" width="683"]

นายฐชยกร มากสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ดูแลส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]

นายฐชยกร มากสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ดูแลส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การทำประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่นอกจากจะได้รับความคุ้มครองชีวิตแล้ว ยังสามารถได้รับเงินคืนจากกรมธรรม์ประกันชีวิต รวมถึงเป็นเครื่องมือช่วยในการวางแผนการออมระยะยาว ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โรคร้ายแรงต่างๆ และช่วยประหยัดภาษีได้ด้วย

ทั้งนี้ บริษัทขอแนะนำ มนุษย์เงินเดือนมือใหม่ที่ต้องการประหยัดภาษีด้วยการทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ นำเบี้ยประกันชีวิตไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด กับแบบประกันสะสมทรัพย์ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ และสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารและวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ

นายฐชยกรอธิบายว่า ปัจจุบัน ประกันแบบสะสมทรัพย์ (Endowment) เป็นแบบประกันที่เป็นที่นิยมที่สุดในการนำมาเป็นตัวช่วยลดหย่อนภาษี เพราะเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระทุกปีกรณีของแบบประกันออมทรัพย์ สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และมีเงินคืนต่อรอบปีกรมธรรม์ไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมที่ชำระมา สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด

อีกทั้งการทำประกันแบบสะสมทรัพย์ ก็จะช่วยสร้างวินัยในการเก็บเงินได้เป็นอย่างดี ประกันแบบสะสมทรัพย์ที่นิยมส่วนใหญ่จะมีเงินคืนระหว่างสัญญา เพื่อให้ได้นำเงินที่ได้คืนไปใช้จ่าย หรือต่อยอดลงทุนในรูปแบบอื่น สามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยได้ตามต้องการ โดยบริษัทขอนำเสนอแบบประกัน โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/5 และโอเชี่ยนไลฟ์ เมคชัวร์ 10/1 เพื่อช่วยในการวางแผนภาษีสำหรับกลุ่มมนุษย์เงินเดือนมือใหม่

สำหรับ แบบประกันสะสมทรัพย์ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/5 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับเงินคืนสูงตั้งแต่ปีกรมธรรม์แรกไปจนถึงปีกรมธรรม์สุดท้าย โดยชำระเบี้ยประกันเริ่มต้น 30,000 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รับประกันตั้งแต่อายุ 20-70 ปี ระยะเวลาการชำระเบี้ยประกัน 5 ปี ระยะเวลาความคุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนปีละ 20% ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 1-6 ปีกรมธรรม์ที่ 7-9 รับเงินคืน 100% ปีที่ 10 รับอีก 140% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 560% เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

ส่วนแบบประกันสะสมทรัพย์ โอเชี่ยนไลฟ์ เมคชัวร์ 10/1 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชำระเบี้ยประกันภัยเพียงครั้งเดียว แต่รับความคุ้มครองถึง 10 ปี เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 50,000 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-10 รับเงินคืน 1.75% ทุกปี ครบกำหนดกำหนดสัญญา รับเงินคืน 100% รับความคุ้มครองชีวิต 105% ระหว่างปีกรมธรรม์ที่ 1-10 เบี้ยประกันชีวิตใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท

นายฐชยกรแนะนำต่อว่า นอกจากจะใช้แบบประกันสะสมทรัพย์เป็นตัวช่วยในการวางแผนประหยัดภาษีแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยประหยัดภาษีเพิ่มเติมคือ ประกันสุขภาพ โดยบริษัทขอนำเสนอ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ (Health Rider) ที่ให้ความคุ้มครองในเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) เป็นหลัก

สำหรับสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพโอเชี่ยนไลฟ์ เอ็นจอย เฮลท์ เอ็กซ์ตร้า (Enjoy Health Extra) เป็นประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายสูงสุด 5 ล้านบาทต่อครั้ง ครอบคลุมค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐานในโรงพยาบาลชั้นนำ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกต่อเนื่องหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD) การรักษาโรคไตวายเรื้อรังและโรคมะเร็ง การรักษาโดยการผ่าตัดเล็ก กรณีไม่เคลมผู้ป่วยใน รับค่าชดเชยรายวัน เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

นอกจากนี้ ในกรณีของมนุษย์เงินเดือนที่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลอยู่แล้ว ยังสามารถเลือกทำประกันแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) ตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท เพื่อเป็นทางเลือกในการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพที่ถูกลงได้

นายฐชยกร อธิบายต่อว่า นอกจากสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพแล้ว อีกหนึ่งแบบประกันที่สามารถช่วยประหยัดภาษีได้ คือ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง (Critical illness rider) ที่จะให้ความคุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ซึ่งหากเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงจะได้รับเงินก้อนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพราะการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงอาจไม่ได้มีแค่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่หากไม่สามารถทำงาน ขาดรายได้ ก็สามารถนำเงินก้อนที่ได้รับไปช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รวมถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้

โดยบริษัทขอนำเสนอสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง โอเชี่ยนไลฟ์ ซูเปอร์ ซีไอ 120 (CI120) ที่ให้ความคุ้มครอง 6 กลุ่มโรค รวมผลประโยชน์สูงสุด 600% พร้อมรับความคุ้มครองพิเศษกลุ่มโรคมะเร็ง โดยรับความคุ้มครองเพิ่มรวมสูงสุด 700% อีกทั้งรับความคุ้มครอง 7 กลุ่ม 7 กลุ่มโรคร้ายแรงโดยต่ออายุได้สูงสุดถึงอายุ 85 ปี หากเคลมครบ 100% ในกลุ่มโรคใดกลุ่มโรคหนึ่ง ก็ไม่ต้องจ่ายเบี้ยต่อ เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี

เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ ???

1. การหักลดหย่อนสำหรับแบบประกันชีวิตทั่วไป สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งทุกคนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ เมื่อซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีลักษณะ ดังนี้

1.1 เป็นแบบประกันภัยที่มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป

1.2 เฉพาะกรมธรรม์หลัก และสัญญาเพิ่มเติม สะสมทรัพย์

1.3 กรมธรรม์ที่มีเงินจ่ายคืนระหว่างสัญญา ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้

ก. เงินจ่ายคืนในแต่ละปี ไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี

ข. เงินจ่ายคืนตามช่วงที่กำหนด เช่น 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในช่วงเวลานั้น

ค. กรณีเงินจ่ายคืนไม่เป็นไปตาม ข้อ ก. หรือ ข. ให้คำนวณเงินจ่ายคืนตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายคืนสะสมต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในช่วงเวลานั้น

ง. เงินจ่ายคืนข้างต้นต้องไม่รวมเงินปันผลตามกรมธรรม์ หรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดการชำระเบี้ยประกันชีวิต หรือผลประโยชน์ตอบแทนจ่ายเมื่อสิ้นสุดอายุกรมธรรม์

2. การหักค่าลดหย่อนสำหรับแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งผู้ที่มีรายได้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน โดยต้องไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยแบบประกันที่สามารถนำมาใช้สิทธิในการลดหย่อนได้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

2.1 ระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปีขึ้นไป ซึ่งในการนับระยะเวลาให้เริ่มนับตั้งแต่อายุเริ่มทำประกันชีวิต จนถึงอายุสุดท้ายที่รับบำนาญ

2.2 จ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ เช่น รายปี รายเดือน และอาจมีการรับรองจำนวนงวดในการจ่ายที่แน่นอน

2.3 เริ่มจ่ายเงินบำนาญตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป จนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 85 ปี

2.4 ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใดก่อนรับเงินบำนาญ ยกเว้นผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต

2.5 กรณีผู้เอาประกันเสียชีวิตในช่วงการรับบำนาญผลประโยชน์การเสียชีวิตต้องไม่เกินเบี้ยประกันภัยสะสม หักด้วยเงินบำนาญที่ตายให้ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว

2.6 ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย

2.7 ไม่สามารถขอเวนคืนกรมธรรม์ได้ในช่วงการรับบำนาญ

2.8 ชื่อแบบประกัน มีวงเล็บว่า “บำนาญแบบลดหย่อนได้”

3. ประกันสุขภาพให้ตนเอง โดยเบี้ยประกันสุขภาพสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี แต่ถ้ารวมกับประกันชีวิตทั่วไป ต้องไม่เกิน 100,000 บาท

4. สัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพของบิดา-มารดา บุตรสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้

1.การรักษาพยาบาลที่เกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ

2. การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะการรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก

3. การประกันภัยโรคร้ายแรง และการประกันภัยการดูแลระยะยาว

ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกันยายน 2567 ฉบับที่ 509 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi

รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...