แนะ มนุษย์เงินเดือนมือใหม่ จัดพอร์ตเซฟภาษีกับ ประกันชีวิต
คอลัมน์ Insurance : วารสารการเงินธนาคาร ฉบับเดือนกันยายน (ฉบับที่ 509)
ประกันชีวิต แนะมนุษย์เงินเดือนรายได้ระหว่าง 30,000-50,000 บาท จัดพอร์ตวางแผนประหยัดภาษีกับ ประกันชีวิตสะสมทรัพย์ ประกันบำนาญ สุขภาพ โรคร้ายแรง สร้างความมั่นคงทางการเงินในระยะยาว
การวางแผนภาษีเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับมนุษย์เงินเดือน โดยเฉพาะกลุ่มที่มีรายได้มากกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 50,000 บาท เพราะการใช้สิทธิลดหย่อนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยลดภาระภาษีที่ต้องจ่ายและทำให้มีเงินเหลือเก็บมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการใช้สิทธิ์ลดหย่อนภาษีสำหรับคู่สมรส หากคู่สมรสไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เกิน 60,000 บาทต่อปี การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และกองทุนรวมเพื่อการออม (SSF) รวมถึงอีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยวางแผนภาษีที่น่าสนใจคือการทำประกันชีวิต ที่ไม่เพียงแต่จะช่วยลดหย่อนภาษี แต่ยังเป็นการออมเงินในระยะยาวอีกด้วย
จัดสัดส่วนพอร์ตให้ถูกรับภาษีคืนเต็มแมกซ์
[caption id="attachment_129845" align="aligncenter" width="1024"]
นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยาประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]
นางสาวพัชรา ทวีชัยวัฒนะ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานบริหารงานลูกค้า บริษัท อลิอันซ์ อยุธยาประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) แนะนำว่า สำหรับมนุษย์เงินเดือนที่ต้องการวางแผนประหยัดภาษีให้เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวางแผนกับประกันชีวิต ควรจะพิจารณาปัจจัยต่างๆ ดังนี้ หากไม่มีภาระทางการเงินต่อครอบครัว การเลือกประกันที่ให้ผลตอบแทนระยะยาวหรือคุ้มครองอุบัติเหตุแทนประกันชีวิตที่มีการคุ้มครองสูงอาจจะเหมาะสมกว่า โดยต้องสำรวจความต้องการทางการเงินในอนาคต เช่น การเกษียณ การรักษาพยาบาล หรือการมีทุนสำรองในกรณีฉุกเฉิน เพื่อเลือกแผนประกันที่ตรงกับไลฟ์สไตล์และความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
รวมถึงความสามารถในการจ่ายเบี้ยประกัน ต้องอยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้และค่าใช้จ่ายประจำเดือน อย่าลงทุนในประกันมากเกินไปจนทำให้มีภาระการเงินที่หนักหน่วง แม้ว่าจะได้รับการลดหย่อนภาษี แต่หากต้องเผชิญกับการจ่ายเบี้ยประกันที่สูงจนทำให้ขาดสภาพคล่องในการใช้ชีวิตประจำวัน จะส่งผลเสียต่อสุขภาพการเงินระยะยาว โดยแนะนำให้ค่าเบี้ยประกันไม่ควรเกิน 10-15% ของรายได้รวมต่อปี เพื่อให้ยังคงมีความยืดหยุ่นทางการเงินในกรณีฉุกเฉิน
นางสาวพัชรา แนะนำต่อว่า ปัจจุบันการวางแผนภาษีกับประกันชีวิตมีแบบประกันให้เลือกมากมาย อาทิ ประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันออมทรัพย์ และประกันบำนาญ โดยมนุษย์เงินเดือนสามารถเลือกตามไลฟ์สไตล์ และเงินในกระเป๋า โดยยอดรวมสูงสุดในการลดหย่อนมากถึง 300,000 บาทต่อปี (ทั้งนี้ เป็นไปตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร) ซึ่งบริษัทขอนำเสนอแบบประกันออมทรัพย์ แบบประกันบำนาญ แบบประกันสุขภาพ เพื่อช่วยจัดพอร์ตวางแผนประหยัดภาษีประจำปี
เริ่มต้นด้วย แบบประกันสะสมทรัพย์ มาย ดับเบิล พลัส ที่มีให้เลือกถึง 4 แผนตามเป้าหมายและตามความเหมาะสมในช่วงอายุ คือจ่ายเบี้ย 20 ปี คุ้มครอง 25 ปี,จ่ายเบี้ย 15 ปี คุ้มครอง 22 ปี , จ่ายเบี้ย 10 ปี คุ้มครอง 18 ปี และจ่ายเบี้ย 6 ปี คุ้มครอง 15 ปี เมื่อครบกำหนดสัญญา ก็จะได้รับเงินก้อน 140% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และมีโอกาสรับผลประโยชน์เพิ่มเติมเป็นเงินปันผลตั้งแต่สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 2 สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี
สำหรับกลุ่มที่ต้องการวางแผนเกษียณ บริษัทขอแนะนำแบบประกันบำนาญ มาย บำนาญ ไฟว์ A90/5 ประกันบำนาญแบบลดหย่อนได้และมีเงินปันผล โดยจะมีเงินใช้ทุกปี ปีละ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัย และ 10% ของจำนวนเงินเอาประกันภัยเพิ่มพิเศษสะสม (ถ้ามี) รับประกันตั้งแต่อายุ 60-90 ปี ไม่ต้องตรวจและตอบคำถามสุขภาพ จ่ายเบี้ย 5 ปี
โดยสามารถหักค่าลดหย่อนในอัตรา 15% ของเงินได้ที่นำมาเสียภาษีเงินได้ในแต่ละปี แต่ไม่เกิน 200,000 บาทต่อปี และเมื่อรวมกับเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เงินสะสมเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เงินสะสมเข้ากองทุนสงเคราะห์ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน เงินที่ซื้อหน่วยลงทุนในกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) และเงินสะสมเข้ากองทุนการออมแห่งชาติ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท
นางสาวพัชรา อธิบายต่อว่า นอกจากจะวางแผนประหยัดภาษีกับประกันสะสมทรัพย์ และประกันบำนาญแล้ว อีกหนึ่งแบบประกันที่สามารถนำเบี้ยประกันไปใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเพิ่มเติมได้ คือสัญญาเพิ่มเติมประกันสุขภาพ หรือแบบประกันสุขภาพ ที่นอกจากจะช่วยประหยัดภาษีได้แล้วยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการวางแผนบริหารค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเพื่อรับมือกับค่ารักษาพยาบาลที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นทุกปีได้ด้วย
ในเรื่องนี้ บริษัทขอแนะนำ แบบประกันสุขภาพ ปลดล็อค ดับเบิลแคร์ เหมาจ่ายตามจริง เช่น ค่า Lab X-Ray ผ่าตัด ล้างไต เคมีบำบัด รักษามะเร็งแบบมุ่งเป้า อุบัติเหตุฉุกเฉินใน 24 ชม. ค่ารักษาใน ICU รับผลประโยชน์สูงสุดต่อรอบปีกรมธรรม์ เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า เมื่อได้รับการวินิจฉัยและยืนยันว่าเป็น 1 ใน 10 โรคร้ายแรงเป็นครั้งแรก รับความคุ้มครองจนถึงอายุ 90 ปี มีให้เลือก 3 แผน วงเงิน 8 ล้านบาท 15 ล้านบาท และ30 ล้านบาท โดยเบี้ยประกันสุขภาพ ไม่ว่าจะทำให้ตัวเองหรือพ่อแม่ก็ลดหย่อนได้เช่นกัน สูงสุดไม่เกิน 25,000 บาท และเมื่อรวมกับค่าเบี้ยประกันชีวิต จะสามารถลดหย่อนได้สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท
“จะเห็นได้ว่า หากต้องการนำเบี้ยประกันไปลดหย่อนภาษีได้แบบเต็มแมกซ์ เราสามารถซื้อประกันลดหย่อนภาษี ได้ทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นประกันชีวิต ประกันสะสมทรัพย์ ประกันสุขภาพ รวมทั้งประกันบำนาญหรือประกันเกษียณ แต่สิ่งที่ต้องคำนึงถึงไว้เสมอ ต้องคำนวณแล้วว่าประกันที่ซื้อไว้นั้น ตรงกับความต้องการและสามารถจ่ายเบี้ยได้สบายๆ ไม่เดือดร้อนด้วย”
เลือกประกันชีวิตตลอดชีพ สร้างเกราะคุ้มกันครอบครัว
[caption id="attachment_129846" align="aligncenter" width="683"]
นางสาวณัฐเนตร พงศ์พิพัฒไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แผนกผลิตภัณฑ์และพัฒนาธุรกิจประกันสุขภาพ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]
นางสาวณัฐเนตร พงศ์พิพัฒไพบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แผนกผลิตภัณฑ์และพัฒนาธุรกิจประกันสุขภาพ บริษัท กรุงไทย-แอกซ่า ประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) แนะนำว่า การทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพ เหมาะสำหรับผู้ทำประกันที่เป็นหัวหน้าครอบครัวเพื่อวางแผนทางการเงินหากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทุนประกันจะสามารถช่วยดูแลครอบครัวที่อยู่ข้างหลังให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้โดยไม่สะดุด หรือหากอยู่จนครบสัญญาก็สามารถเก็บไว้เป็นมรดกให้กับลูกหลานได้
ดังนั้น เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการวางแผนทางการเงินแบบระยะยาวพร้อมประหยัดภาษี บริษัทได้นำเสนอ แบบประกันตลอดชีพ ไลฟ์เรดดี้ (LifeReady) ที่ให้ความคุ้มครองชีวิตถึงอายุ 99 ปี สำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่เพื่อใช้ในการวางแผนการเงินและประหยัดภาษีก่อนสิ้นปี
ทั้งนี้ เนื่องจากภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันและภาระหนี้สินที่ยังคงต้องรับผิดชอบ การบริหารจัดการและการวางแผนการออมจึงมีความสำคัญแต่ก็ต้องใช้ระยะเวลาและวินัยที่มากพอเพื่อเก็บสะสม ดังนั้น เพื่อให้มั่นใจว่าครอบครัวจะมีรายได้เพียงพอในการดำเนินชีวิตต่อไปได้อย่างสบาย หากเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกับหัวหน้าครอบครัว หรือหากอยู่จนครบสัญญากรมธรรม์ ก็สามารถสร้างมรดกให้กับลูกหลานในอนาคตได้ เนื่องจากการทำประกันชีวิต จะให้ความคุ้มครองชีวิตทันทีตั้งแต่วันแรกที่เริ่มต้นทำประกันโดยไม่ต้องรอเวลาที่จะออมเงินเพื่อให้ถึงเป้าหมายที่วางไว้เป็นเหมือนทางลัด เพียงแค่ชำระเบี้ยประกันที่ไม่สูงมากนัก แต่สามารถรับความคุ้มครองชีวิตเป็นเงินก้อนจำนวนมากได้
นางสาวณัฐเนตรกล่าวว่า สำหรับแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองชีวิตตลอดชีพ (Whole Life) จะเป็นหลักประกันและเป็นเกราะป้องด่านแรกให้กับครอบครัว ในการช่วยบริหารจัดการความมั่นคง พร้อมรับมือกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด ด้วยหลักประกันที่สามารถส่งต่อให้คนที่คุณรัก อีกทั้งการซื้อประกันชีวิตยังเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยในเรื่องของการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาอีกด้วย ซึ่งแบบประกันของบริษัทที่จะช่วยในการวางแผนภาษีสำหรับมือใหม่นั้น คือ แบบประกันตลอดชีพ ไลฟ์เรดดี้ รับประกันตั้งแต่อายุ 1 เดือน - 70 ปี
โดยสามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัย 6 ปี, 12 ปี, 18 ปี และครบอายุ 99 ปี ระยะเวลาคุ้มครองครบอายุ 99 ปี สามารถชำระเบี้ยประกันได้ทั้งแบบรายปี ราย 6 เดือน และ รายเดือน จำนวนเงินเอาประกันภัยขั้นต่ำ 150,000 บาท ใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ตามเงื่อนไขของกรมสรรพากร
ตัวอย่าง การวางแผนภาษีสำหรับมนุษย์เงินเดือนมือใหม่ แต่งงานแล้วมีลูก 1 คน โดยมีรายได้ 30,000-50,000 บาท กับ แบบประกัน ไลฟ์เรดดี้ (LifeReady) เพศชายอายุ 35 ปี ระยะเวลาชำระเบี้ย 18 ปี จำนวนเงินเอาประกันภัย 1,000,000 บาท ชำระค่าเบี้ยประกันภัยรายปี 27,900 บาท/ปี หรือเลือกชำระแบบรายเดือน 2,511บาท/เดือน
หากฐานภาษีอยู่ที่ 5% หมายความว่า สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปใช้สิทธิในการลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมได้เท่ากับ 27,900x5% = 1,395บาทต่อปี หากฐานภาษีอยู่ที่ 10% สามารถลดหย่อนภาษีได้ 27,900 x10%= 2,790 บาทต่อปี เป็นต้น
ชูประกันสะสมทรัพย์ วางแผนประหยัดภาษี
[caption id="attachment_129847" align="aligncenter" width="683"]
นายฐชยกร มากสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ดูแลส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน)[/caption]
นายฐชยกร มากสมบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด ดูแลส่วนบริหารผลิตภัณฑ์ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน การทำประกันชีวิต เป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับมนุษย์เงินเดือน ที่นอกจากจะได้รับความคุ้มครองชีวิตแล้ว ยังสามารถได้รับเงินคืนจากกรมธรรม์ประกันชีวิต รวมถึงเป็นเครื่องมือช่วยในการวางแผนการออมระยะยาว ลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ โรคร้ายแรงต่างๆ และช่วยประหยัดภาษีได้ด้วย
ทั้งนี้ บริษัทขอแนะนำ มนุษย์เงินเดือนมือใหม่ที่ต้องการประหยัดภาษีด้วยการทำประกันชีวิต ประกันสุขภาพ นำเบี้ยประกันชีวิตไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพากรกำหนด กับแบบประกันสะสมทรัพย์ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ และสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง เพื่อใช้เป็นเครื่องมือในการบริหารและวางแผนภาษีอย่างมีประสิทธิภาพ
นายฐชยกรอธิบายว่า ปัจจุบัน ประกันแบบสะสมทรัพย์ (Endowment) เป็นแบบประกันที่เป็นที่นิยมที่สุดในการนำมาเป็นตัวช่วยลดหย่อนภาษี เพราะเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระทุกปีกรณีของแบบประกันออมทรัพย์ สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตที่มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป และมีเงินคืนต่อรอบปีกรมธรรม์ไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมที่ชำระมา สามารถนำเบี้ยประกันชีวิตไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาทต่อปี ภายใต้เงื่อนไขที่กรมสรรพากรกำหนด
อีกทั้งการทำประกันแบบสะสมทรัพย์ ก็จะช่วยสร้างวินัยในการเก็บเงินได้เป็นอย่างดี ประกันแบบสะสมทรัพย์ที่นิยมส่วนใหญ่จะมีเงินคืนระหว่างสัญญา เพื่อให้ได้นำเงินที่ได้คืนไปใช้จ่าย หรือต่อยอดลงทุนในรูปแบบอื่น สามารถเลือกระยะเวลาชำระเบี้ยประกันภัยได้ตามต้องการ โดยบริษัทขอนำเสนอแบบประกัน โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/5 และโอเชี่ยนไลฟ์ เมคชัวร์ 10/1 เพื่อช่วยในการวางแผนภาษีสำหรับกลุ่มมนุษย์เงินเดือนมือใหม่
สำหรับ แบบประกันสะสมทรัพย์ โอเชี่ยนไลฟ์ ออมสบาย 10/5 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรับเงินคืนสูงตั้งแต่ปีกรมธรรม์แรกไปจนถึงปีกรมธรรม์สุดท้าย โดยชำระเบี้ยประกันเริ่มต้น 30,000 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง รับประกันตั้งแต่อายุ 20-70 ปี ระยะเวลาการชำระเบี้ยประกัน 5 ปี ระยะเวลาความคุ้มครอง 10 ปี รับเงินคืนปีละ 20% ตั้งแต่ปีกรมธรรม์ที่ 1-6 ปีกรมธรรม์ที่ 7-9 รับเงินคืน 100% ปีที่ 10 รับอีก 140% รวมผลประโยชน์ตลอดสัญญาสูงถึง 560% เบี้ยประกันชีวิตสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
ส่วนแบบประกันสะสมทรัพย์ โอเชี่ยนไลฟ์ เมคชัวร์ 10/1 เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการชำระเบี้ยประกันภัยเพียงครั้งเดียว แต่รับความคุ้มครองถึง 10 ปี เบี้ยประกันภัยเริ่มต้น 50,000 บาท ผ่านช่องทางออนไลน์ สิ้นปีกรมธรรม์ที่ 1-10 รับเงินคืน 1.75% ทุกปี ครบกำหนดกำหนดสัญญา รับเงินคืน 100% รับความคุ้มครองชีวิต 105% ระหว่างปีกรมธรรม์ที่ 1-10 เบี้ยประกันชีวิตใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 100,000 บาท
นายฐชยกรแนะนำต่อว่า นอกจากจะใช้แบบประกันสะสมทรัพย์เป็นตัวช่วยในการวางแผนประหยัดภาษีแล้ว อีกหนึ่งทางเลือกในการช่วยประหยัดภาษีเพิ่มเติมคือ ประกันสุขภาพ โดยบริษัทขอนำเสนอ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพ (Health Rider) ที่ให้ความคุ้มครองในเรื่องค่ารักษาพยาบาลทั้งผู้ป่วยใน (IPD) และผู้ป่วยนอก (OPD) เป็นหลัก
สำหรับสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองสุขภาพโอเชี่ยนไลฟ์ เอ็นจอย เฮลท์ เอ็กซ์ตร้า (Enjoy Health Extra) เป็นประกันสุขภาพแบบเหมาจ่ายสูงสุด 5 ล้านบาทต่อครั้ง ครอบคลุมค่าห้องพักเดี่ยวมาตรฐานในโรงพยาบาลชั้นนำ คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลผู้ป่วยนอกต่อเนื่องหลังการเข้าพักรักษาตัวเป็นผู้ป่วยใน (IPD) การรักษาโรคไตวายเรื้อรังและโรคมะเร็ง การรักษาโดยการผ่าตัดเล็ก กรณีไม่เคลมผู้ป่วยใน รับค่าชดเชยรายวัน เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี
นอกจากนี้ ในกรณีของมนุษย์เงินเดือนที่มีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลอยู่แล้ว ยังสามารถเลือกทำประกันแบบมีความรับผิดส่วนแรก (Deductible) ตั้งแต่ 20,000-100,000 บาท เพื่อเป็นทางเลือกในการจ่ายเบี้ยประกันสุขภาพที่ถูกลงได้
นายฐชยกร อธิบายต่อว่า นอกจากสัญญาเพิ่มเติมสุขภาพแล้ว อีกหนึ่งแบบประกันที่สามารถช่วยประหยัดภาษีได้ คือ สัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง (Critical illness rider) ที่จะให้ความคุ้มครองการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรง ซึ่งหากเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงจะได้รับเงินก้อนตามที่ระบุไว้ในกรมธรรม์ เพราะการเจ็บป่วยด้วยโรคร้ายแรงอาจไม่ได้มีแค่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเท่านั้น แต่หากไม่สามารถทำงาน ขาดรายได้ ก็สามารถนำเงินก้อนที่ได้รับไปช่วยจ่ายค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าผ่อนบ้าน ผ่อนรถ รวมถึงค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้
โดยบริษัทขอนำเสนอสัญญาเพิ่มเติมคุ้มครองโรคร้ายแรง โอเชี่ยนไลฟ์ ซูเปอร์ ซีไอ 120 (CI120) ที่ให้ความคุ้มครอง 6 กลุ่มโรค รวมผลประโยชน์สูงสุด 600% พร้อมรับความคุ้มครองพิเศษกลุ่มโรคมะเร็ง โดยรับความคุ้มครองเพิ่มรวมสูงสุด 700% อีกทั้งรับความคุ้มครอง 7 กลุ่ม 7 กลุ่มโรคร้ายแรงโดยต่ออายุได้สูงสุดถึงอายุ 85 ปี หากเคลมครบ 100% ในกลุ่มโรคใดกลุ่มโรคหนึ่ง ก็ไม่ต้องจ่ายเบี้ยต่อ เบี้ยประกันสุขภาพสามารถนำไปอ้างอิงลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี
เบี้ยประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้เท่าไหร่ ???
1. การหักลดหย่อนสำหรับแบบประกันชีวิตทั่วไป สูงสุดไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งทุกคนสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ เมื่อซื้อกรมธรรม์ประกันชีวิตที่มีลักษณะ ดังนี้
1.1 เป็นแบบประกันภัยที่มีระยะเวลาความคุ้มครองตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป
1.2 เฉพาะกรมธรรม์หลัก และสัญญาเพิ่มเติม สะสมทรัพย์
1.3 กรมธรรม์ที่มีเงินจ่ายคืนระหว่างสัญญา ต้องเป็นไปตามเงื่อนไข ดังนี้
ก. เงินจ่ายคืนในแต่ละปี ไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตรายปี
ข. เงินจ่ายคืนตามช่วงที่กำหนด เช่น 2 ปี 3 ปี หรือ 5 ปี ต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในช่วงเวลานั้น
ค. กรณีเงินจ่ายคืนไม่เป็นไปตาม ข้อ ก. หรือ ข. ให้คำนวณเงินจ่ายคืนตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่มีการจ่ายคืนสะสมต้องไม่เกิน 20% ของเบี้ยประกันชีวิตสะสมในช่วงเวลานั้น
ง. เงินจ่ายคืนข้างต้นต้องไม่รวมเงินปันผลตามกรมธรรม์ หรือผลประโยชน์ตอบแทนที่จ่ายเมื่อสิ้นสุดการชำระเบี้ยประกันชีวิต หรือผลประโยชน์ตอบแทนจ่ายเมื่อสิ้นสุดอายุกรมธรรม์
2. การหักค่าลดหย่อนสำหรับแบบประกันชีวิตแบบบำนาญ ซึ่งผู้ที่มีรายได้สามารถใช้สิทธิลดหย่อนได้ไม่เกิน 15% ของเงินได้พึงประเมิน โดยต้องไม่เกิน 200,000 บาท และเมื่อรวมกับกองทุนอื่นๆ ต้องไม่เกิน 500,000 บาท โดยแบบประกันที่สามารถนำมาใช้สิทธิในการลดหย่อนได้ต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้
2.1 ระยะเวลาเอาประกันภัย 10 ปีขึ้นไป ซึ่งในการนับระยะเวลาให้เริ่มนับตั้งแต่อายุเริ่มทำประกันชีวิต จนถึงอายุสุดท้ายที่รับบำนาญ
2.2 จ่ายผลประโยชน์เงินบำนาญเป็นรายงวดอย่างสม่ำเสมอ เช่น รายปี รายเดือน และอาจมีการรับรองจำนวนงวดในการจ่ายที่แน่นอน
2.3 เริ่มจ่ายเงินบำนาญตั้งแต่อายุ 55 ปีขึ้นไป จนถึงอายุไม่ต่ำกว่า 85 ปี
2.4 ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์อื่นใดก่อนรับเงินบำนาญ ยกเว้นผลประโยชน์กรณีเสียชีวิต
2.5 กรณีผู้เอาประกันเสียชีวิตในช่วงการรับบำนาญผลประโยชน์การเสียชีวิตต้องไม่เกินเบี้ยประกันภัยสะสม หักด้วยเงินบำนาญที่ตายให้ผู้เอาประกันภัยไปแล้ว
2.6 ไม่มีการจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ณ วันครบกำหนดชำระเบี้ยประกันภัย
2.7 ไม่สามารถขอเวนคืนกรมธรรม์ได้ในช่วงการรับบำนาญ
2.8 ชื่อแบบประกัน มีวงเล็บว่า “บำนาญแบบลดหย่อนได้”
3. ประกันสุขภาพให้ตนเอง โดยเบี้ยประกันสุขภาพสามารถใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 25,000 บาทต่อปี แต่ถ้ารวมกับประกันชีวิตทั่วไป ต้องไม่เกิน 100,000 บาท
4. สัญญาเพิ่มเติมการประกันสุขภาพของบิดา-มารดา บุตรสามารถนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้สูงสุด 15,000 บาท โดยมีเงื่อนไขดังนี้
1.การรักษาพยาบาลที่เกิดจากการเจ็บป่วยและการบาดเจ็บ การชดเชยการทุพพลภาพและการสูญเสียอวัยวะ เนื่องจากการเจ็บป่วยหรือบาดเจ็บ
2. การประกันภัยอุบัติเหตุเฉพาะการรักษาพยาบาล ทุพพลภาพ สูญเสียอวัยวะ และการแตกหักของกระดูก
3. การประกันภัยโรคร้ายแรง และการประกันภัยการดูแลระยะยาว
ติดตามอ่านคอลัมน์อื่น ๆ ได้ในวารสารการเงินธนาคารฉบับเดือนกันยายน 2567 ฉบับที่ 509 ในรูปแบบดิจิทัล : https://goo.gl/U6OnIi
รวมช่องทางการสั่งซื้อวารสารการเงินธนาคาร ทั้งฉบับปัจจุบันและฉบับย้อนหลัง ครบจบที่นี่ที่เดียว : https://moneyandbanking.co.th/2023/18250/