โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สวัสดิการ "ลางานพาพ่อแม่ไปหาหมอ" ควรออกแบบอย่างไร?

มนุษย์ต่างวัย

เผยแพร่ 11 มิ.ย. 2565 เวลา 17.11 น. • มนุษย์ต่างวัย

เมื่อพ่อแม่ป่วยเรื้อรัง มนุษย์เงินเดือนอย่างเราจะทำอย่างไร?

จะลางานบ่อยๆ วันลาก็หมด แถมเกรงใจบริษัท แต่พ่อแม่ก็ต้องดูแล

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรมานั่งคุยกันเพื่อออกแบบสวัสดิการการลางานเพื่อพาพ่อแม่ และผู้สูงวัยที่บ้านไปหาหมอ แบบที่พนักงานก็ได้ทำหน้าที่ลูกหลาน ในขณะที่องค์กรก็ไม่ได้รับผลกระทบ

มนุษย์ต่างวัยชวนคุยกับ อ๊อด-วรรณวิภา มาลัยนวล และ อั๋น-เนรมิต จุลละสุวรรณ เจ้าของเพจ “พาผู้สูงวัยไปโรงพยาบาล” ธุรกิจที่เริ่มต้นจากปัญหาที่ลูกหลานไม่สามารถลางานพาพ่อแม่ไปโรงพยาบาลได้ ถึงเรื่องราวและประสบการณ์ที่ทั้งคู่พบในวันที่สังคมไทยกลายเป็นสังคมสูงวัย

วันลาหมดแต่วันนัดหมอของแม่ไม่ได้หมด

“ความเป็นจริงที่เราทั้งสองเคยประสบด้วยตนเองก็คือ เราไม่สามารถพาคุณพ่อคุณแม่ไปหาหมอได้ทุกครั้งเพราะวันลาเรามีจำกัด แต่พ่อแม่เราคือผู้สูงอายุที่ป่วยเรื้อรัง ต้องพบหมอตามนัดหมาย การให้คนแก่ไปโรงพยาบาลคนเดียว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสายตา เรื่องการเดินทาง หรือความซับซ้อนของระบบการยื่นเอกสาร ที่โรงพยาบาลแต่ละที่ไม่เหมือนกัน จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะทำได้โดยปราศจากลูกหลานหรือผู้ดูแล แต่ในขณะเดียวกันข้อจำกัดของลูกทุกคนก็คือต้องทำงาน ในโลกความเป็นจริงเราไม่สามารถลางานบ่อยได้ขนาดนั้น โชคดีที่เรามีพี่น้องหลายคนก็ใช้วิธีการสลับสับเปลี่ยนกันหยุดเพื่อพาพ่อแม่ไปโรงพยาบาล

“เคยมีเคสติดต่อเข้ามาหลายคนที่อยากให้เราพอพ่อแม่เขาไปหาหมอ บางครอบครัวมีลูกถึง 3 คน แต่ติดงานหมดเลยลาไม่ได้ ก็มีอยู่บ่อยครั้ง ไม่ใช่ว่าเขาไม่รักและไม่อยากดูแลพ่อแม่นะ แต่ทุกคนมีหน้าที่ต้องทำ และการทำงานก็หมายถึงเงินที่เป็นปัจจัยที่จะมาใช้ดูแลครอบครัวเช่นกัน"

ถ้าพ่อแม่ไม่เจ็บป่วยจะไม่มีวันเข้าใจ

“ถ้าพ่อแม่ใครไม่เจ็บป่วยอาจจะยังไม่เข้าใจ บางคนถามว่าทำไมไม่จ้างพยาบาลพิเศษมาดูแลที่บ้าน คำตอบคือ ไม่ใช่ทุกคนจะมีกำลังทรัพย์พอ หรือมีบางคนถามว่าทำไมไม่ลาออกจากงานแล้วมาดูแลพ่อแม่ คำตอบคือ ไม่ใช่ทุกคนที่จะสามารถลาออกมาแล้วมีเงินเพียงพอในการใช้ชีวิตเพื่อดูแลพ่อแม่อย่างเดียว บนโลกความเป็นจริงมีแค่ความกตัญญูอย่างเดียวไม่ได้ ลูกทุกคนต้องการเงินเพื่อจุนเจือครอบครัวที่อยู่ข้างหลังด้วย”

สำรวจสวัสดิการลางานว่าประเทศไหน จัดสวัสดิการแบบนี้ไว้บ้าง

มนุษย์ต่างวัยได้รวบรวมสิทธิ์ในการลางานในต่างประเทศสำหรับการดูแลพ่อแม่หรือผู้อยู่ในการอุปการะ (dependent person) อื่นๆ โดยอ้างอิงมาจากรายงานของ Observatory for Sociopolitcal Developments in Europe ซึ่งเป็นหน่วยงานของประเทศเยอรมนีในการติดตามนโยบายต่างๆ ของประเทศในสหภาพยุโรป และ Asian Development Bank

ประเทศเบลเยียม

  • สามารถลาได้ทั้งแบบเต็มเวลา หรือไม่เต็มเวลา
  • สามารถลาเต็มเวลาได้สูงสุด 12-24 เดือน ต่อผู้อยู่ในการอุปการะหนึ่งคน
  • สามารถลางานแบบไม่เต็มเวลาได้สูงสุด 24-48 เดือน ต่อผู้อยู่ในการอุปการะหนึ่งคน

หากลาแบบไม่เต็มเวลาจะได้สิทธิ์ในการขอลดเวลาทำงานลง 20-50% . หรือแม้กระทั่งการลาเพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (palliative care) สามารถลาได้ทั้งแบบเต็มเวลาและไม่เต็มเวลาสูงสุด 2 เดือน ต่อผู้ป่วย 1 คน

ประเทศเดนมาร์ก

  • มีนโยบายให้ลาแบบเต็มเวลาเท่านั้น โดยลาได้สูงสุด 6 เดือน (และสามารถขอลาเพิ่มเติมได้อีก 3 เดือน แล้วแต่กรณี)
  • ระหว่างลางานจะได้รับการจ้างงานจากเทศบาลที่อาศัยอยู่ในฐานะผู้ดูแลแทน

ประเทศฝรั่งเศส

  • ให้สิทธิ์ในการลาเพื่อดูแลครอบครัวสำหรับพนักงานที่อายุงาน 1 ปีขึ้นไป โดยลาได้สูงสุด 3 เดือนแต่สามารถทำเรื่องขอใหม่ได้จนกว่าจะครบ 1 ปี ตลอดชีวิตการทำงาน
  • ในกรณีลาเพื่อดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย (palliative care) สามารถลาได้ 3 เดือน (แต่สามารถยื่นขอลาเพิ่มได้อีก 3 เดือนแล้วแต่กรณี)

ประเทศญี่ปุ่น

  • สามารถลาได้สูงสุด 93 วัน ต่อผู้อยู่ในการอุปการะ 1 คน (โดยลาได้คราวละไม่เกิน 31 วัน)
  • สามารถรับวันหยุดรายปีเพิ่ม 5 วันสำหรับดูแลผู้อยู่ในการอุปการะ 1 คน (หรือ 10 วันในกรณีที่มีผู้อยู่ในการอุปการะมากกว่า 1 คน)
  • สามารถขอสิทธิ์ละเว้นจากการทำงานล่วงเวลาได้ตลอดระยะเวลาการดูแลผู้อยู่ในการอุปการะ
  • สามารถขอปรับเวลาทำงานได้สูงสุด 3 ปี โดยสามารถขอลดชั่วโมงทำงาน หรือขอชั่วโมงทำงานที่ยืดหยุ่น หรือขอรับเป็นเงินสนับสนุนในการจ้างผู้ดูแลมืออาชีพก็ได้

ซึ่งในหลายๆ ประเทศไม่ได้กำหนดว่า ผู้อยู่ในการอุปการะต้องเป็นสมาชิกครอบครัวใกล้ชิด (พ่อ-แม่-ลูก) เท่านั้น นั่นแปลว่าจะเป็นปู่ย่าตายาย หากมีความจำเป็นต้องดูแลผู้สูงอายุในครอบครัวก็สามารถลาได้เช่นกัน

ถ้าเลือกได้เราอยากทำหน้าที่ลูกจ้างและลูกของพ่อแม่ให้ดีที่สุด

ในยุคที่คนไทยมีลูกน้อยลง ครอบครัวก็มีขนาดเล็ก ไม่ได้มีลูกหลายคนเหมือนสมัยก่อน นี่จึงเป็นโจทย์ที่ยากสำหรับคนเจนลูกในยุคนี้ และเชื่อว่าจำนวนของลูกๆ ที่ต้องเผชิญปัญหาเหล่านี้ก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สิ่งที่สังคมไทยอาจต้องมาหาทางออกร่วมกันก็คือจะทำอย่างไรให้ลูกๆ ได้ทำหน้าที่ลูกได้ดีที่สุด ในขณะเดียวกันก็ยังทำหน้าที่ลูกจ้าง หรือพนักงานที่ไม่ลางานจนส่งผลกระทบต่อบริษัทหรือทำให้บริษัทเสียผลประโยชน์ เพื่อน ๆ คิดเห็นกับเรื่องนี้อย่างไรบ้างมาแชร์กันครับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...