WHA กลุ่มเทคขั้นสูงขยับ แย้มดีลใหม่ดาต้าใกล้เข้า
#WHA #ทันหุ้น– WHA รับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงเข้า สหรัฐ–ไต้หวัน เข้าศึกษาลู่ทาง หลังรัฐบาลหนุนเซมิคอนดักเตอร์ แย้มมีดีลใหม่ดาต้าเซ็นเตอร์ 100-200 ไร่ เข้าไตรมาส 2-3 สัญญาณ FDI หนีอาหรับมุ่งฮ่องกง-อาเซียน เร่งเก็บที่ดิน EEC แตะหมื่นไร่ ส่วนไตรมาส 2/2569ยอดขายที่ดินยังดีต่อเนื่องคงเป้าปีนี้ที่2,500ไร่
นายณัฐพรรษ ตันบุญเอก ประธานเจ้าหน้าที่การเงินกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยว่า ปัจจุบันเริ่มเห็นการเปลี่ยนผ่านไปยังอุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง โดยมีกลุ่มนักลงทุนจากสหรัฐ เข้ามาและแสดงความสนใจอย่างมากในกลุ่ม Data Center อีกทั้งเริ่มเห็นนักลงทุนจาก ไต้หวัน เข้ามาศึกษาลู่ทางการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรม Semiconductor ตามทิศทางนโยบายของรัฐบาล
ในไตรมาส 2-3/2569 คาดว่าจะมีดีลใหม่สำหรับลูกค้า Data Center ขนาดประมาณ 100 – 200 ไร่ ส่วนดีลขนาดใหญ่กำลังอยู่ระหว่างเจรจา ซึ่งอาจจะเซ็นสัญญาได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า
@ขยายที่ดินEECแตะหมื่นไร่ปีนี้
นอกจากนี้ยังมีสัญญาณการย้ายฐานของกลุ่มภาคการผลิตและภาคการเงินจากตะวันออกกลาง เพื่อไปยังสิงคโปร์ ฮ่องกง ไทย หรือเวียดนาม เนื่องจากพื้นที่เหล่านี้มีสถิติการไหลเข้าของ FDI ในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมาใกล้เคียงกับไทย ในเซ็กเตอร์ที่คล้ายกัน เช่น อิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์ และ Data Center
บริษัทยังคงจับตาการขยายพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยได้เดินหน้าขยายพื้นที่และเก็บที่ดินเพิ่มในโซน WHA ESIE 5 อย่างต่อเนื่อง จากเดิมในช่วงปลายปีที่แล้วที่มีที่ดินประมาณ 6,000 ไร่ ได้ขยับขึ้นมาเป็น 7,000 ไร่ในไตรมาสที่ 1/2569 และคาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 8,000 – 8,500 ไร่ ในไตรมาสที่ 2/2569 โดยมีเป้าหมายจะขยายให้ถึง 10,000 ไร่ ภายในสิ้นปีนี้
ส่วนการมาเยือนไทยของ “โต เลิม” เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม ถือเป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งบริษัทมองว่าไทยกับเวียดนามไม่ใช่คู่แข่งกันแต่เป็นการร่วมมือกันเติบโต เพราะทั้ง 2 ประเทศมีจุดเด่นที่แตกต่างกันและดึงดูดกลุ่มนักลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) คนละกลุ่ม ดังนั้นการร่วมมือกันจะช่วยให้การลงทุนภูมิภาคนี้แข็งแกร่งขึ้น เนื่องจากไทยยังมีข้อจำกัดด้านแรงงานที่ไม่เพียงพอ
@ ไตรมาส 2 ผลงานโตต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มผลประกอบการไตรมาส 2/2569 ยังอยู่ในทิศทางที่ดีและมีสัญญาณที่ดีขึ้น เนื่องจากเริ่มเห็นความชัดเจนของดีลต่างๆ ที่คาดว่าจะสามารถปิดการขายได้มากขึ้น แม้จะยังไม่มั่นใจเต็มร้อยว่าทุกดีลจะจบลงทันภายในสิ้นไตรมาส 2 ทั้งหมดได้หรือไม่
ทั้งนี้บริษัทยังคงเป้าหมายการขายที่ดินในปี 2569 ไว้ที่ 2,500 ไร่ แบ่งเป็นในประเทศไทย 2,300 ไร่ และประเทศเวียดนาม 200 ไร่ รวมถึงยังคงรักษาเป้าหมายการเติบโตของรายได้ทั้งปีไว้ที่ 10% และให้ความสำคัญกับการรักษา EBITDA Margin ให้ไม่ต่ำกว่า 45% ซึ่งถือเป็นระดับพื้นฐาน
ซึ่งในไทยผลการดำเนินงานถือว่าค่อนข้างดีและไม่มีประเด็นน่ากังวล ขณะที่ปัจจุบันที่เวียดนามยังล่าช้ากว่าแผน เนื่องจากข้อกำหนดทางกฎหมายที่เวียดนาม ซึ่งไม่สามารถเซ็นสัญญาซื้อขายได้หากการก่อสร้างนิคมยังไม่เสร็จในระดับที่สามารถแบ่งโฉนดได้ แต่คาดว่าในไตรมาส 2-3/2569 จะเริ่มเห็นการเซ็นสัญญาในนิคมใหม่มากขึ้นหลังจากเริ่มสร้างเสร็จ
@เพิ่มการลงทุนธุรกิจกรีน
ด้านงบลงทุน WHA Group ตั้งเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15,000 – 16,000 ล้านบาทต่อปี แต่จากสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลายังคงต้องระวังการลงทุน
นอกจากนี้ยังเห็นโอกาสในการเติบโตของกลุ่มธุรกิจสีเขียว ซึ่งสามารถสร้างรายได้จริง ปีนี้คาดว่าจะมีรายได้ 1,500 ล้านบาท จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท และเป้าหมายในปี 2573 ธุรกิจสีเขียวจะสร้างรายได้สูงถึง 10,000 ล้านบาทต่อปี และคาดว่าสัดส่วนการลงทุนในธุรกิจสีเขียวจะเพิ่มเป็น 38% ของการลงทุนทั้งหมด
ซึ่งธุรกิจที่เริ่มเห็นเป็นรูปเป็นร่าง คือ กลุ่มWHA Mobility หรือธุรกิจรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์คาดว่าจะเริ่มเห็นการ เติบโตอย่างรวดเร็ว หลังจากผ่านช่วงเริ่มต้น แม้ปัจจุบันจะติดปัญหาเรื่องการขาดแคลนรถ โดยบริษัทตั้งเป้าหมายจัดหารถไฟฟ้าจำนวน 10,000 คัน ภายในปี 2573 คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 20,000 – 30,000 ล้านบาท
รวมถึงกลุ่ม Renewable Energy หรือธุรกิจพลังงานหมุนเวียน ได้ตั้งเป้าขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ให้ได้ตามเป้าหมาย 1,200 เมกะวัตต์ ภายในปี 2573 คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนรวมประมาณ 3,000 – 4,000 ล้านบาท