ระทึกกลางที่ประชุม! คลั่งบุกยิงแสกหน้าผู้ใหญ่บ้านดับ ฉุนถูกค้านประกันตัว
(7 มิ.ย. 69) ร.ต.อ.วิชา หนูแป้นน้อย ร้อยเวร สภ.เมืองพัทลุง และ พ.ต.อ.สมปราชญ์ กรรณกานนท์ ผกก.สภ.เมืองพัทลุง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน และเจ้าหน้าที่กู้ภัย เข้าตรวจสอบเหตุยิงกันเสียชีวิตบริเวณศาลาหมู่บ้าน หมู่ที่ 2 บ้านอ้ายน้อย ตำบลชัยบุรี อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง
บริเวณหลังโต๊ะประชุม เจ้าหน้าที่พบศพผู้ใหญ่บ้านหมู่ 2 อายุ 57 ปี สภาพศพถูกยิงด้วยอาวุธปืนขนาด 11 มม. เข้าที่บริเวณศีรษะทะลุท้ายทอยจำนวน 1 นัด ข้างศพพบไมโครโฟนและเอกสารตกอยู่ นอกจากนี้บนพื้นด้านหน้าโต๊ะประชุมยังพบปลอกกระสุนปืนขนาด .45 (11 มม.) ตกอยู่ 1 ปลอก
จากการสอบสวนชาวบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า ขณะเกิดเหตุผู้ใหญ่บ้านกำลังดำเนินการประชุมหมู่บ้านตามวาระประจำเดือน โดยมีคณะกรรมการหมู่บ้านและชาวบ้านเข้าร่วมประชุมกว่า 50 คน ระหว่างนั้นผู้ก่อเหตุซึ่งมีศักดิ์เป็นญาติผู้น้องได้เดินถืออาวุธปืนเข้ามาทางด้านข้างศาลา ตรงดิ่งไปหาผู้ใหญ่บ้านแล้วลั่นไกใส่ทันที 1 นัด ท่ามกลางความตกตะลึงของชาวบ้านที่ต้องวิ่งหนีตายกันอลหม่าน
หลังจากก่อเหตุเสร็จสิ้น ผู้ก่อเหตุได้พยายามวิ่งหนีออกจากศาลาหมู่บ้าน แต่จู่ๆ มีเสียงปืนดังขึ้นอีก 1 นัด ส่งผลให้กระสุนเจาะเข้าที่ไหล่ขวาทะลุด้านหลังของผู้ก่อเหตุ
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถปิดล้อมและควบคุมตัวผู้ก่อเหตุเอาไว้ได้ ขณะหลบซ่อนตัวอยู่ในบ้านพักซึ่งห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 100 เมตร พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนขนาด 11 มม. ที่ใช้ก่อเหตุ และเครื่องกระสุนอีก 7 นัด ซึ่งถูกนำไปซุกซ่อนไว้ใต้ที่นอนภายในห้องนอนของบ้านญาติที่อยู่ติดกัน ส่วนที่มาของกระสุนปริศนาที่ยิงใส่ผู้ก่อเหตุนั้น ทางตำรวจกำลังอยู่ระหว่างสืบสวนขยายผล
สำหรับชนวนเหตุในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่ามาจากความขัดแย้งส่วนตัว โดยก่อนหน้านี้ผู้ก่อเหตุเคยใช้อาวุธปืนยิงใส่ป้อมตำรวจสายตรวจในช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา จนถูกออกหมายจับและถูกจับกุมตัวดำเนินคดี
แต่ในครั้งนั้น ผู้ใหญ่บ้านได้เดินทางไปยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ก่อเหตุมีพฤติกรรมชอบพกพาอาวุธปืนและสร้างความหวาดกลัวให้คนในชุมชนบ่อยครั้ง ทำให้ผู้ก่อเหตุเกิดความไม่พอใจอย่างมาก จนกระทั่งผู้ก่อเหตุได้รับการประกันตัวออกมาเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 4 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา (เพียง 3 วันก่อนเกิดเหตุ) จึงตรงมาล้างแค้นผู้ใหญ่บ้านในที่สุด
ทางด้านกำนันตำบลชัยบุรี เปิดเผยด้วยความโศกเศร้าว่า ผู้ใหญ่บ้านเป็นคนตั้งใจทำงาน เป็นตัวแทนที่ดีและเป็นที่รักของชาวบ้านทุกคน ไม่คาดคิดว่าจะต้องมาจบชีวิตด้วยน้ำมือของคนในสายเลือดเดียวกันเช่นนี้