โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก สก.เนอส ภัทราภรณ์ ว่าที่ประธานสภา กทม.

AEC10NEWs

อัพเดต 10 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • AEC10NEWS

ประวัติ สก.เนอส ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย

ผลการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ทั้ง 50 เขต เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.69 สก.จากพรรคประชาชน ได้มากที่สุดจำนวน 22 ที่นั่ง และกำลังจะเสนอชื่อ ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย หรือ สก.เนอส จากเขตบางซื่อ ชิงตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร

เนอส ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย อายุ 37 ปี เป็นลูกสาวคนโตในครอบครัวลูกสาว 4 คน เป็นชาวบางซื่อโดยกำเนิด เกิดมาแบบครอบครัวคนจีนที่ใช้ชั้นล่างของบ้านเป็นออฟฟิศและอาศัยอยู่ชั้น 2 ด้วยความที่ครอบครัวประกอบธุรกิจรับซื้อ-ขายเศษโลหะ ชีวิตตั้งแต่เด็ก จึงคลุกคลีอยู่กับโรงงาน โกดัง รถบรรทุก และการค้าขาย

มีโอกาสได้เข้าศึกษาระดับมัธยมศึกษา English Program ที่ รร.โยธินบูรณะ (ตอนนั้นเป็นรร.สหฯแล้ว) เมื่อถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 จึงลองสมัครเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนไปประเทศสหรัฐอเมริกา

หลังจากนั้นจึงได้สอบเข้าระดับปริญญาตรี คณะศิลปกรรมศาสตร์ ภาควิชานฤมิตศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือเรียกง่ายๆว่าเอกแฟชั่น ในช่วงนั้นเป็นช่วงการชุมนุมของเสื้อแดงบริเวณราชประสงค์ จึงได้เข้าร่วมกลุ่มการเมืองของนิสิตจุฬาฯ 'กลุ่มประชาคมจุฬาฯเพื่อประชาชน' จัดการเดินขบวนประท้วง จัดงานเสวนา กลุ่มศึกษาเพื่อให้ความรู้ด้านประชาธิปไตยแก่ผู้ที่สนใจในรั้วมหาวิทยาลัย

เมื่อเรียนจบ ได้กลับมาทำธุรกิจของที่บ้านซึ่งเป็นโรงงานรับซื้อ-ขาย ประมูลเศษเหล็กเป็นเวลา 7 ปี ได้เรียนรู้ทั้งระบบการทำงานตั้งแต่ล่างสุดจนได้รับความไว้วางใจให้เป็นกรรมการผู้จัดการ นำความรู้ด้านแฟชั่นมาช่วยในการจัดการด้าน branding ให้กับบริษัท ปรับปรุงการบริหารจัดการให้เป็นระบบมากขึ้นจนได้รับ ISO:9001, ได้รับการรับรองให้เป็นอุตสาหกรรมสีเขียวจากกระทรวงอุตสาหกรรม, ฯลฯ และเริ่มส่งออกเศษเหล็กเป็นหนึ่งในเจ้าแรกของประเทศไทยจนถึงปัจจุบัน

เมื่อทำงานเริ่มอิ่มตัวจึงอยากหาความรู้เพิ่ม และสอบเข้าศึกษาต่อปริญญาโท Master of Supply Chain Management, University of Melbourne ที่รัฐเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียเป็นเวลา 2 ปี ในระหว่างนั้นได้เพื่อนร่วมคลาสเป็น Top Managers จากประเทศต่างๆมาแลกเปลี่ยนความคิดกัน ผ่านการเรียนแบบพูดคุย (Discussion) และทำวิทยานิพนธ์จบเป็นการศึกษาเรื่องความเป็นไปได้ในการนำ 3D Printing แบบโลหะมาใช้กับที่บริษัท ระหว่างนั้นก็บ้าพลังลงเรียนคอร์สพิเศษของผู้บริหารเพิ่มเติมอีกจนได้ Specialist Certificate in Strategic Marketing มาอีก 1 ใบ

ต่อมาปี 2565 ในวัย 33 ปี เนอส ลงสมัร สก.ในนามพรรคก้าวไกล และได้รับการเลือกตั้งเป็น สก.ครั้งแรก

กระทั่งปี 2569 เธอ ชนะการเลือกตั้ง กลับมาเป็น สก.อีกครั้ง และกำลังจะถูกเสนอชื่อ เป็นประธานสภา กทม.

เนอส ภัทราภรณ์ ได้แสดงวิสัยทัศน์ ในฐานะแคนดิเดตประธานสภากรุงเทพมหานครของพรรคประชาชนว่า สิ่งที่พวกผลักดันมาตลอดคือสภาโปร่งใส ทำให้สภาแห่งนี้เป็นสภาที่มีประสิทธิภาพในการทำงานสูงที่สุด อันดับแรกคือการเปิดเผยผลการลงมติของ ส.ก. โดยจะแก้ข้อบังคับที่เดิมผลการลงมติจะไม่ได้ถูกเปิดเผยอัตโนมัติ แต่เป็นการไปขอประธานสภาให้เปิดเผย ที่ผ่านมาจึงเกิดความอีหลักอีเหลื่อ ดังนั้นตนจะคืนความปกติให้กับสภา กทม. มติทุกครั้งต้องถูกเปิดเผยอย่างเป็นอัตโนมัติ เช่นเดียวกับสภาใหญ่

อีกเรื่องคือการไลฟ์สดการประชุมคณะวิสามัญงบประมาณรายจ่ายประจำปีของกรุงเทพมหานคร ที่พวกตนได้ต่อสู้กันมาเป็นระยะเวลานาน ในครั้งนี้จะแก้ข้อบังคับให้รวมคณะกรรมการสามัญและวิสามัญทั้งหมดของสภากรุงเทพมหานคร ให้มีการไลฟ์สดโดยอัตโนมัติ หากวาระไหนที่ประชุมแล้วมีชื่อบริษัทที่อาจมีความเสี่ยงหรือเกี่ยวกับความมั่นคง ก็สามารถปิดเป็นบางช่วงได้

อันดับถัดไปคือประสิทธิภาพในการทำงานของ ส.ก. ทุกคน จะมีการเปิดเผยการเข้าประชุมของ ส.ก. ทั้งคณะสามัญและวิสามัญ ว่า ส.ก. แต่ละคนเข้าประชุมบ่อยขนาดไหน จากเดิมที่จะไม่ทราบเลยว่า ส.ก. ทำงานจริงหรือไม่ ทำงานในสภาเป็นอย่างไร

อันดับถัดไปที่สำคัญมาก ๆ คือพวกตนจะเข้าไปแก้ร่างข้อบัญญัติ เพื่อให้เอกสารที่ฝ่ายบริหารจะต้องส่งมาให้สภา กทม. ตรวจสอบงบรายจ่ายประจำปี จะต้องเป็นแบบ machine readable แนบมาด้วย เพื่อให้มีการพิจารณาอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้จะมีการผลักดันให้จัดตั้งสำนักงานวิชาการและงบประมาณของสภากรุงเทพมหานคร ที่ผ่านมา ส.ก. ไม่มีผู้ช่วยเลยสักคน การทำงานในพื้นที่ร่วมกับงานสภาค่อนข้างเป็นเรื่องหนัก สำนักงานดังกล่าวจะช่วยเข้ามาสนับสนุนการทำงานเรื่องงบประมาณของ ส.ก. โดยเข้ามาวิเคราะห์งบประมาณล่วงหน้าว่ารายการต่าง ๆ นั้นต่างจากราคากลางเท่าไร บริษัทที่เสนอมาเคยเสนอโครงการไหนอีกบ้างและย้อนหลังไปกี่ปี พร้อมสนับสนุนข้อมูลในการร่างข้อบัญญัติให้กับ ส.ก.

และสุดท้ายที่คิดว่าจะต้องมี คือการจัดตั้งคณะกรรมการวิสามัญตรวจสอบสัญญาผูกขาด เพื่อมาทบทวนสัญญาระยะยาวของกรุงเทพมหานครที่มีวงเงินเกิน 100 ล้านบาทขึ้นไปที่ทำกับเอกชน โดยจะเน้นไปที่สัญญาที่เกี่ยวข้องกับเรื่องขยะ การให้สัมปทานพื้นที่กรุงเทพมหานคร และการจัดซื้อจัดจ้างระยะยาวในระบบ IT ต่าง ๆ ที่เสี่ยงต่อการทุจริต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...