โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สกุชชี่ คืออะไร? เปิดประวัติ และจุดกำเนิดของของเล่นสุดนุ่มที่ครองใจคนทั่วโลก

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
พาเจาะลึกต้นกำเนิดสกุชชี่ จากลูกบอลบำบัดยุคราชวงศ์หมิงและ Stress Ball ที่ญี่ปุ่นปลุกปั้นจนกลายเป็นของสะสมมูลค่าสูง ช่วยบำบัดความเครียดและครองใจคนทั่วโลก

หากพูดถึงสกุชชี่ หลายคนคงนึกถึงของเล่นเนื้อนุ่มฟู ที่สามารถบีบได้อย่างเพลิดเพลิน จนกลายเป็นของสะสมยอดนิยมของเด็กเเละผู้ใหญ่เต็มฟีด TikTok แต่รู้หรือไม่ว่า จุดเริ่มต้นของสกุชชี่ไม่ได้ทำมาเพื่อความน่ารักเพียงเท่านั้น เพราะยังสามารถช่วยลดความเครียดได้อีกด้วย

โดยคำว่า Squishy มาจากศัพท์ภาษาอังกฤษ โดย Cambridge Dictionary

ได้ให้ความหมายว่า นิ่ม ยุบตัวได้เมื่อถูกกด จึงถูกนำมาใช้เรียกของเล่น

ที่บีบแล้วสามารถคืนรูปได้อย่างช้าๆ แม้ในช่วงแรกสกุชชี่จะเป็นเพียงคำอธิบายลักษณะของสินค้า แต่เมื่อเจ้าสกุชชี่ได้รับความนิยมมากขึ้น ผู้คนก็เริ่มใช้คำเรียกของเล่นนุ่มๆ ฟูๆ นี้ จนกลายเป็นที่รู้จักกันทั่วโลก

จุดเริ่มต้นของเล่นเพื่อคลายเครียด

แนวคิดของการใช้สิ่งของเพื่อช่วยรักษาอาการผิดปกติของรายกาย มีมานานหลายร้อยปี ก่อนที่สกุชชี่จะถือกำเนิด

เริ่มต้นจากยุคราชวงค์หมิง มีการใช้ลูกบอลโลหะที่มีความแข็งและแน่น รู้จักกันในชื่อลูกบอลเป่าติ้ง

โดยเชื่อกันว่าลูกบอลนี้ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนพลังชีวิต ซึ่งผู้ใช้จะหมุนลูกบอลตั้งแต่สองลูกขึ้นไปในฝ่ามือ ช่วยกระตุ้นจุดฝังเข็มทำให้ระบบไหลเวียนโลหิต ผ่านมุมมองทางการแพทย์ในสมัยนั้น และได้มีการเผยแพร่วัฒนธรรมไปยังทวีปอื่นรวมถึงฝั่งตะวันตก

จนได้มีการพัฒนาจนมาเป็น Stress ball ในช่วงศตวรรษที่ 20 เวอร์ชันนี้ออกมาเพื่อใช้สำหรับบีบ

นอกจากนี้ยังมีการบันทึกถึงคุณประโยชน์ทางจิตวิทยาด้วย ซึ่งได้อธิบายว่าการทำกิจกรรมง่ายๆ และเป็นจังหวะต่อเนื่อง ช่วยเบี่ยงเบนความสนใจออกจากสิ่งเร้าที่ทำให้เกิดความเครียด ช่วยให้มีสมาธิมากขึ้น อย่างไรก็ตาม Stress Ball ยังมีรูปลักษณ์เรียบง่าย เน้นประโยชน์มากกว่าความสวยงาม จนกระทั่งผู้ผลิตในเอเชีย อย่างประเทศญี่ปุ่น เริ่มมองเห็นโอกาสในการเปลี่ยนของเล่นคลายเครียดให้กลายเป็นสินค้าไลฟ์สไตล์

พัฒนาจนกลายมาเป็นสกุชชี่จนถึงทุกวันนี้

ปัจจุบันสกุชชี่สามารถพบได้ในหลายแพลตฟอร์ม ราคาตั้งแต่หลักสิบจนไปถึงหลักพันตามคุณภาพการผลิต ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย

นอกจากรูปร่างหน้าตาที่น่ารักของมัน สกุชชี่ยังช่วยคลายเครียดได้อีกด้วย จากหลายบทความเกี่ยวกับสุขภาพรายงานว่า

เมื่อใดที่เราเครียดวิตกกังวล ร่างกายมักจะเกร็งที่บริเวณกล้ามเนื้อ หรืออาการกระสับกระส่าย

การได้บีบสกุชชี่ เป็นการช่วยปลดปล่อยพลังงาน ลดการตึงของกล้านเนื้อ มากไปกว่านั้นเมื่อเราเริ่มมีอาการเครียดหรือวิตกกังวล สมองจะคิดวนลูปเรื่องเดิมซ้ำๆ

การได้บีบจับสกุชชี่ก็เป็นการช่วยเบี่ยงเบนความสนใจออกจากความฟุ้งซ่านได้อีกด้วย

ญี่ปุ่นกับการเปลี่ยนของเล่น สู่เทรนด์ทำเงินระดับโลก

แม้ว่าจะไม่มีหลักฐานที่ชี้ชัดว่ามีบุคคลหรือบริษัทใดเป็นผู้คิดค้นสกุชชี่ เพียงรายเดียว แต่หลายคนยอมรับว่าญี่ปุ่นเป็นประเทศที่ทำให้สกุชชี่กลายเป็นสินค้าระดับโลก

โดยในช่วงปลายยุค 2000 บริษัทของเล่นและของสะสมหลายแห่ง เริ่มผลิตสกุชชี่คุณภาพสูง ออกแบบให้มีรายละเอียดสมจริง กลิ่นหอม และบรรจุภัณฑ์ที่สวยงาม

จนผู้ซื้อไม่ได้มองว่าเป็นเพียงของเล่น แต่เป็นของสะสม แบรนด์เหล่านี้ยังใช้กลยุทธ์ผลิตสินค้า Limited Edition และร่วมงานกับนักวาดหรือคาแรกเตอร์ชื่อดัง ส่งผลให้สกุชชี่มีมูลค่าทางการสะสมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจุบันวันที่การเติบโตของโซเชียลมิเดีย ก็ทำให้ตลาดสกุชชี่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว ผ่านคอนเทนท์คลิปแกะกล่อง การรีวิว หรือเปิดกรุสกุชชี่ ที่มียอดชมหลายล้านครั้ง ช่วยผลักดันให้สกุชชี่กลายเป็นธุรกิจที่สร้างรายได้ให้กับผู้ผลิต ร้านค้า เหล่าครีเอเตอร์ และแพลตฟอร์มต่างๆ ทั่วโลก จากของเล่นที่เกิดขึ้นเพื่อช่วยคลายความเครียด

วันนี้สกุชชี่ได้กลายเป็นตัวอย่างของการสร้างมูลค่าเพิ่มผ่านการออกแบบ การตลาด และวัฒนธรรมบนโลกอินเทอร์เน็ต จนกลายเป็นหนึ่งในของเล่นที่ทรงอิทธิพลที่สุดของคนยุคนี้นั่นเอง

รายงานชิ้นนี้เป็นผลงานของนิสิตฝึกงาน ถิรวัฒน์ เจริญทัศนาวัชร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...