ไม่ควร "นั่งอุจจาระ" เกินกี่นาที? แพทย์เฉลยตัวเลขชัดๆ นานกว่านี้ อาจเสี่ยงริดสีดวง!
จำเป็นต้องถ่ายทุกวันไหม? หมอชี้ไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกวัน แค่อย่านั่งห้องน้ำนาน กฎเหล็ก 10 นาที และอย่าเบ่งแรง เสี่ยงริดสีดวง!
หลายคนอาจเคยกังวลว่า ถ้าไม่ได้ถ่ายอุจจาระทุกวัน แปลว่าร่างกายผิดปกติหรือไม่ หรือบางครั้งรู้สึกเหมือน “ใกล้จะออกแล้ว” แต่กลับถ่ายไม่ออก จนต้องนั่งอยู่ในห้องน้ำนานและเผลอเบ่งแรงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งไม่ควรทำ
ประเด็นนี้ นพ.เฉิน เว่ยหยู ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักจากไต้หวัน ออกมาเตือนว่า การขับถ่ายไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตรงเวลาเดิมทุกวัน หรือมีปริมาณเท่ากันเสมอ สิ่งสำคัญคือควรฟังจังหวะของร่างกาย และไม่ควรใช้ห้องน้ำเป็นที่นั่งรอนาน ๆ เพราะอาจเพิ่มแรงกดบริเวณทวารหนักและกระตุ้นให้เกิดปัญหาริดสีดวงได้ แล้วถ้าถ่ายไม่ออกควรทำอย่างไร มีคำตอบ!
ต้องถ่ายทุกวัน ถึงจะเรียกว่าปกติไหม?
คำตอบคือ ไม่จำเป็น เพราะความถี่ในการขับถ่ายของแต่ละคนไม่เท่ากัน Cleveland Clinic ระบุว่า บางคนอาจถ่ายวันละหลายครั้ง ขณะที่บางคนถ่ายเพียงไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ก็ยังอยู่ในช่วงที่พบได้ หากถ่ายได้สบาย ไม่เจ็บ ไม่ต้องเบ่งหนัก และลักษณะอุจจาระไม่ผิดปกติ ก็อาจถือว่าเป็นจังหวะปกติของร่างกายแต่ละคนได้
ในทางกลับกัน หากถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระแข็ง แห้ง เป็นก้อน ต้องเบ่งมาก หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด อาจเข้าข่ายอาการท้องผูก โดย Mayo Clinic ระบุว่า หากมีอาการลักษณะนี้ต่อเนื่องนาน 3 เดือนขึ้นไป อาจถือเป็นภาวะท้องผูกเรื้อรังที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม
หมอเผยกฎเหล็ก “ไม่เกิน 10 นาที”
นพ.เฉินอธิบายว่า การนั่งบนโถสุขภัณฑ์นานเกินไป แม้ไม่ได้เบ่งตลอดเวลา ก็อาจเพิ่มแรงดันบริเวณทวารหนักได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบนั่งแช่เล่นโทรศัพท์ อ่านข่าว หรือรอให้ถ่ายออกมาให้ได้
ดังนั้นจึงไม่ควรใช้เวลานั่งในห้องน้ำนานเกิน 10 นาที หากครบเวลาแล้วยังถ่ายไม่ออก ควรลุกออกมาก่อน ไม่ควรนั่งฝืนต่อ เพราะการนั่งนานและการเบ่งแรงเป็นระยะๆ เพื่อบังคับให้ขับถ่าย หากทำเป็นประจำก็เป็นหนึ่งเป็นปัจจัยใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับริดสีดวง ซึ่ง Cleveland Clinic ระบุว่า การเบ่งขณะถ่าย การนั่งห้องน้ำนาน และภาวะท้องผูกเรื้อรัง ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดหรือกระตุ้นริดสีดวงได้
ถ้ารู้สึกจะถ่าย แต่ถ่ายไม่ออก ควรทำอย่างไร?
สิ่งที่ไม่ควรทำคือการกัดฟัน กลั้นหายใจ แล้วเบ่งแรง ๆ เพราะอาจทำให้ทวารหนักและเส้นเลือดบริเวณนั้นรับแรงกดมากเกินไป นพ.เฉินแนะนำว่า หากรู้สึกอุจจาระค้างอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่ออก ควรใช้วิธีช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายแทนการบังคับ
3 วิธีช่วยเมื่อถ่ายไม่ออก โดยไม่ต้องเบ่งแรง
1. วางเก้าอี้เล็กใต้เท้า
การนั่งโถสุขภัณฑ์แบบทั่วไปทำให้สะโพกและต้นขาทำมุมประมาณ 90 องศา ซึ่งในบางคนอาจทำให้ทางเดินอุจจาระไม่ผ่อนคลายพอ นพ.เฉินแนะนำให้วางเก้าอี้เล็กสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตรไว้ใต้เท้า แล้วเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อจำลองท่าคล้ายการนั่งยอง วิธีนี้อาจช่วยให้ลำไส้ตรงและกล้ามเนื้อบริเวณทวารหนักอยู่ในท่าที่ถ่ายได้ง่ายขึ้น
2. ใช้การหายใจแทนการเบ่ง
แทนที่จะกลั้นหายใจและออกแรงเบ่ง ควรลองหายใจลึก ๆ แบบใช้กระบังลม หายใจเข้าให้หน้าท้องขยาย แล้วหายใจออกพร้อมผ่อนคลาย วิธีนี้ช่วยให้แรงดันจากช่องท้องเป็นไปอย่างนุ่มนวลกว่า และลดการเกร็งบริเวณทวารหนัก
3. ถ้า 2-3 นาทียังไม่ออก ให้ลุกออกมาก่อน
หากลองจัดท่าและปรับลมหายใจแล้ว แต่ยังถ่ายไม่ออกภายในไม่กี่นาที ควรลุกออกจากห้องน้ำก่อน ดื่มน้ำอุ่น เดินเบา ๆ หรือรอให้มีความรู้สึกปวดถ่ายชัดเจนขึ้นแล้วค่อยกลับไปใหม่ การฝืนอยู่บนโถนาน ๆ มักไม่ได้ช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้น แต่อาจเพิ่มแรงกดต่อทวารหนักโดยไม่จำเป็น
หลักการขับถ่ายที่ควรจำ
- เข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวดถ่ายจริง ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ถ่ายทุกวันในเวลาเดิม
- อย่านั่งโถสุขภัณฑ์นานเกินไป โดยเฉพาะการนั่งเล่นโทรศัพท์หรือรอโดยไม่มีความปวดถ่าย
- อย่ากลั้นหายใจและเบ่งแรง เพราะอาจเพิ่มแรงดันบริเวณทวารหนัก
- ถ่ายไม่ออกให้ลุกออกมาก่อน แล้วรอรอบใหม่เมื่อร่างกายพร้อม
ดูแลลำไส้ให้ถ่ายง่ายขึ้นในระยะยาว
นอกจากเทคนิคในห้องน้ำแล้ว การดูแลพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็สำคัญ NIDDK แนะนำว่า การป้องกันและดูแลอาการท้องผูกสามารถเริ่มได้จากการกินใยอาหารให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากขึ้น เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ และพยายามฝึกเวลาขับถ่ายให้เป็นกิจวัตรในแบบที่ไม่ฝืนร่างกาย
อาหารที่ช่วยเพิ่มใยอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และเมล็ดพืช อาจช่วยให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น แต่ควรเพิ่มใยอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้ท้องอืดหรือแน่นท้องเกินไป
เมื่อไรควรไปพบแพทย์?
หากมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องรุนแรง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อุจจาระเปลี่ยนแปลงชัดเจน หรือรู้สึกถ่ายไม่สุดเป็นประจำ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรซื้อยาระบายกินเองต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
สรุป ถ่ายไม่ออกอย่าฝืน ร่างกายมีจังหวะของตัวเอง
การขับถ่ายที่ดีไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทุกวันหรือเวลาเดิมเสมอไป สิ่งสำคัญคือถ่ายได้โดยไม่เจ็บ ไม่ต้องเบ่งหนัก และไม่ต้องนั่งรอนานบนโถสุขภัณฑ์
หากถ่ายไม่ออก ควรหยุดฝืน ปรับท่านั่ง หายใจให้ถูก และลุกออกมาก่อนเมื่อยังไม่สำเร็จ เพราะการนั่งนานและเบ่งแรงอาจทำให้ริดสีดวงหรืออาการเจ็บบริเวณทวารหนักแย่ลงได้ การฟังสัญญาณร่างกาย กินใยอาหารให้พอ ดื่มน้ำ และเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ คือพื้นฐานที่ช่วยให้การขับถ่ายเป็นเรื่องธรรมชาติมากขึ้น
แหล่งอ้างอิง
- Mirror Media รายงานคำแนะนำของ นพ.เฉิน เว่ยหยู ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เกี่ยวกับการไม่ควรนั่งห้องน้ำนานเกิน 10 นาที และวิธีช่วยเมื่อถ่ายไม่ออก :contentReference[oaicite:0]{index=0}
- Cleveland Clinic ข้อมูลความถี่ในการขับถ่ายที่แตกต่างกันในแต่ละคน และช่วงที่พบได้ในคนทั่วไป :contentReference[oaicite:1]{index=1}
- Mayo Clinic ข้อมูลอาการท้องผูก เช่น ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระแข็ง ต้องเบ่ง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด :contentReference[oaicite:2]{index=2}
- Cleveland Clinic ข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับริดสีดวง เช่น การเบ่ง การนั่งห้องน้ำนาน และท้องผูกเรื้อรัง :contentReference[oaicite:3]{index=3}
- NIDDK ข้อมูลการดูแลและป้องกันท้องผูกด้วยใยอาหาร น้ำ การออกกำลังกาย และการฝึกกิจวัตรขับถ่าย :contentReference[oaicite:4]{index=4}