โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ไม่ควร "นั่งอุจจาระ" เกินกี่นาที? แพทย์เฉลยตัวเลขชัดๆ นานกว่านี้ อาจเสี่ยงริดสีดวง!

sanook.com

เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Sanook
จำเป็นต้องถ่ายทุกวันไหม? หมอชี้ไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกวัน แค่อย่านั่งห้องน้ำนาน กฎเหล็ก 10 นาที และอย่าเบ่งแรง เสี่ยงริดสีดวง!

จำเป็นต้องถ่ายทุกวันไหม? หมอชี้ไม่จำเป็นต้องถ่ายทุกวัน แค่อย่านั่งห้องน้ำนาน กฎเหล็ก 10 นาที และอย่าเบ่งแรง เสี่ยงริดสีดวง!

หลายคนอาจเคยกังวลว่า ถ้าไม่ได้ถ่ายอุจจาระทุกวัน แปลว่าร่างกายผิดปกติหรือไม่ หรือบางครั้งรู้สึกเหมือน “ใกล้จะออกแล้ว” แต่กลับถ่ายไม่ออก จนต้องนั่งอยู่ในห้องน้ำนานและเผลอเบ่งแรงโดยไม่รู้ตัว ซึ่งไม่ควรทำ

ประเด็นนี้ นพ.เฉิน เว่ยหยู ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนักจากไต้หวัน ออกมาเตือนว่า การขับถ่ายไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นตรงเวลาเดิมทุกวัน หรือมีปริมาณเท่ากันเสมอ สิ่งสำคัญคือควรฟังจังหวะของร่างกาย และไม่ควรใช้ห้องน้ำเป็นที่นั่งรอนาน ๆ เพราะอาจเพิ่มแรงกดบริเวณทวารหนักและกระตุ้นให้เกิดปัญหาริดสีดวงได้ แล้วถ้าถ่ายไม่ออกควรทำอย่างไร มีคำตอบ!

ต้องถ่ายทุกวัน ถึงจะเรียกว่าปกติไหม?

คำตอบคือ ไม่จำเป็น เพราะความถี่ในการขับถ่ายของแต่ละคนไม่เท่ากัน Cleveland Clinic ระบุว่า บางคนอาจถ่ายวันละหลายครั้ง ขณะที่บางคนถ่ายเพียงไม่กี่ครั้งต่อสัปดาห์ก็ยังอยู่ในช่วงที่พบได้ หากถ่ายได้สบาย ไม่เจ็บ ไม่ต้องเบ่งหนัก และลักษณะอุจจาระไม่ผิดปกติ ก็อาจถือว่าเป็นจังหวะปกติของร่างกายแต่ละคนได้

ในทางกลับกัน หากถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระแข็ง แห้ง เป็นก้อน ต้องเบ่งมาก หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด อาจเข้าข่ายอาการท้องผูก โดย Mayo Clinic ระบุว่า หากมีอาการลักษณะนี้ต่อเนื่องนาน 3 เดือนขึ้นไป อาจถือเป็นภาวะท้องผูกเรื้อรังที่ควรได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

หมอเผยกฎเหล็ก “ไม่เกิน 10 นาที”

นพ.เฉินอธิบายว่า การนั่งบนโถสุขภัณฑ์นานเกินไป แม้ไม่ได้เบ่งตลอดเวลา ก็อาจเพิ่มแรงดันบริเวณทวารหนักได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบนั่งแช่เล่นโทรศัพท์ อ่านข่าว หรือรอให้ถ่ายออกมาให้ได้

ดังนั้นจึงไม่ควรใช้เวลานั่งในห้องน้ำนานเกิน 10 นาที หากครบเวลาแล้วยังถ่ายไม่ออก ควรลุกออกมาก่อน ไม่ควรนั่งฝืนต่อ เพราะการนั่งนานและการเบ่งแรงเป็นระยะๆ เพื่อบังคับให้ขับถ่าย หากทำเป็นประจำก็เป็นหนึ่งเป็นปัจจัยใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับริดสีดวง ซึ่ง Cleveland Clinic ระบุว่า การเบ่งขณะถ่าย การนั่งห้องน้ำนาน และภาวะท้องผูกเรื้อรัง ล้วนเป็นปัจจัยที่อาจทำให้เกิดหรือกระตุ้นริดสีดวงได้

ถ้ารู้สึกจะถ่าย แต่ถ่ายไม่ออก ควรทำอย่างไร?

สิ่งที่ไม่ควรทำคือการกัดฟัน กลั้นหายใจ แล้วเบ่งแรง ๆ เพราะอาจทำให้ทวารหนักและเส้นเลือดบริเวณนั้นรับแรงกดมากเกินไป นพ.เฉินแนะนำว่า หากรู้สึกอุจจาระค้างอยู่ใกล้ ๆ แต่ไม่ออก ควรใช้วิธีช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายแทนการบังคับ

3 วิธีช่วยเมื่อถ่ายไม่ออก โดยไม่ต้องเบ่งแรง

1. วางเก้าอี้เล็กใต้เท้า

การนั่งโถสุขภัณฑ์แบบทั่วไปทำให้สะโพกและต้นขาทำมุมประมาณ 90 องศา ซึ่งในบางคนอาจทำให้ทางเดินอุจจาระไม่ผ่อนคลายพอ นพ.เฉินแนะนำให้วางเก้าอี้เล็กสูงประมาณ 15-20 เซนติเมตรไว้ใต้เท้า แล้วเอนตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย เพื่อจำลองท่าคล้ายการนั่งยอง วิธีนี้อาจช่วยให้ลำไส้ตรงและกล้ามเนื้อบริเวณทวารหนักอยู่ในท่าที่ถ่ายได้ง่ายขึ้น

2. ใช้การหายใจแทนการเบ่ง

แทนที่จะกลั้นหายใจและออกแรงเบ่ง ควรลองหายใจลึก ๆ แบบใช้กระบังลม หายใจเข้าให้หน้าท้องขยาย แล้วหายใจออกพร้อมผ่อนคลาย วิธีนี้ช่วยให้แรงดันจากช่องท้องเป็นไปอย่างนุ่มนวลกว่า และลดการเกร็งบริเวณทวารหนัก

3. ถ้า 2-3 นาทียังไม่ออก ให้ลุกออกมาก่อน

หากลองจัดท่าและปรับลมหายใจแล้ว แต่ยังถ่ายไม่ออกภายในไม่กี่นาที ควรลุกออกจากห้องน้ำก่อน ดื่มน้ำอุ่น เดินเบา ๆ หรือรอให้มีความรู้สึกปวดถ่ายชัดเจนขึ้นแล้วค่อยกลับไปใหม่ การฝืนอยู่บนโถนาน ๆ มักไม่ได้ช่วยให้ถ่ายง่ายขึ้น แต่อาจเพิ่มแรงกดต่อทวารหนักโดยไม่จำเป็น

หลักการขับถ่ายที่ควรจำ

  • เข้าห้องน้ำเมื่อรู้สึกปวดถ่ายจริง ไม่จำเป็นต้องบังคับให้ถ่ายทุกวันในเวลาเดิม
  • อย่านั่งโถสุขภัณฑ์นานเกินไป โดยเฉพาะการนั่งเล่นโทรศัพท์หรือรอโดยไม่มีความปวดถ่าย
  • อย่ากลั้นหายใจและเบ่งแรง เพราะอาจเพิ่มแรงดันบริเวณทวารหนัก
  • ถ่ายไม่ออกให้ลุกออกมาก่อน แล้วรอรอบใหม่เมื่อร่างกายพร้อม

ดูแลลำไส้ให้ถ่ายง่ายขึ้นในระยะยาว

นอกจากเทคนิคในห้องน้ำแล้ว การดูแลพฤติกรรมในชีวิตประจำวันก็สำคัญ NIDDK แนะนำว่า การป้องกันและดูแลอาการท้องผูกสามารถเริ่มได้จากการกินใยอาหารให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากขึ้น เคลื่อนไหวร่างกายสม่ำเสมอ และพยายามฝึกเวลาขับถ่ายให้เป็นกิจวัตรในแบบที่ไม่ฝืนร่างกาย

อาหารที่ช่วยเพิ่มใยอาหาร เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ถั่ว และเมล็ดพืช อาจช่วยให้อุจจาระนุ่มและเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น แต่ควรเพิ่มใยอาหารอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้ท้องอืดหรือแน่นท้องเกินไป

เมื่อไรควรไปพบแพทย์?

หากมีอาการท้องผูกเรื้อรัง ถ่ายเป็นเลือด ปวดท้องรุนแรง น้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ อุจจาระเปลี่ยนแปลงชัดเจน หรือรู้สึกถ่ายไม่สุดเป็นประจำ ควรพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุ ไม่ควรซื้อยาระบายกินเองต่อเนื่องโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

สรุป ถ่ายไม่ออกอย่าฝืน ร่างกายมีจังหวะของตัวเอง

การขับถ่ายที่ดีไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นทุกวันหรือเวลาเดิมเสมอไป สิ่งสำคัญคือถ่ายได้โดยไม่เจ็บ ไม่ต้องเบ่งหนัก และไม่ต้องนั่งรอนานบนโถสุขภัณฑ์

หากถ่ายไม่ออก ควรหยุดฝืน ปรับท่านั่ง หายใจให้ถูก และลุกออกมาก่อนเมื่อยังไม่สำเร็จ เพราะการนั่งนานและเบ่งแรงอาจทำให้ริดสีดวงหรืออาการเจ็บบริเวณทวารหนักแย่ลงได้ การฟังสัญญาณร่างกาย กินใยอาหารให้พอ ดื่มน้ำ และเคลื่อนไหวสม่ำเสมอ คือพื้นฐานที่ช่วยให้การขับถ่ายเป็นเรื่องธรรมชาติมากขึ้น

แหล่งอ้างอิง

  • Mirror Media รายงานคำแนะนำของ นพ.เฉิน เว่ยหยู ศัลยแพทย์ลำไส้ใหญ่และทวารหนัก เกี่ยวกับการไม่ควรนั่งห้องน้ำนานเกิน 10 นาที และวิธีช่วยเมื่อถ่ายไม่ออก :contentReference[oaicite:0]{index=0}
  • Cleveland Clinic ข้อมูลความถี่ในการขับถ่ายที่แตกต่างกันในแต่ละคน และช่วงที่พบได้ในคนทั่วไป :contentReference[oaicite:1]{index=1}
  • Mayo Clinic ข้อมูลอาการท้องผูก เช่น ถ่ายน้อยกว่า 3 ครั้งต่อสัปดาห์ อุจจาระแข็ง ต้องเบ่ง หรือรู้สึกถ่ายไม่สุด :contentReference[oaicite:2]{index=2}
  • Cleveland Clinic ข้อมูลปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับริดสีดวง เช่น การเบ่ง การนั่งห้องน้ำนาน และท้องผูกเรื้อรัง :contentReference[oaicite:3]{index=3}
  • NIDDK ข้อมูลการดูแลและป้องกันท้องผูกด้วยใยอาหาร น้ำ การออกกำลังกาย และการฝึกกิจวัตรขับถ่าย :contentReference[oaicite:4]{index=4}
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...