โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สภาฯ มีมติเอกฉันท์ 462 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 69 ตั้ง กมธ.ศึกษาต่อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 25 มิถุนายน 2569 เวลา 23.42 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สภาฯ มีมติเอกฉันท์ 462 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.โอนงบฯ ปี 69 พร้อมตั้งกรรมาธิการวิสามัญ 25 คน พิจารณารายละเอียด ก่อนเข้าสู่วาระ 2 และ 3 วันที่ 2 กรกฎาคม 2569

วันที่ 25 มิถุนายน 2569 ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีมติเอกฉันท์ 462 เสียง รับหลักการร่าง พ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. …. งดออกเสียง 1 เสียง ซึ่งคณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ และมีมติตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา จำนวน 25 คน มีสัดส่วน ครม. จำนวน 6 คน และสภาฯ 19 คน ตามสัดส่วนสส.ภูมิใจไทย 8 คน พรรคประชาชน 5 คน พรรคเพื่อไทย 3 คน พรรคกล้าธรรม 2 คน และพรรคประชาธิปัตย์ 1 คน ซึ่งจะนำกลับเข้ามาสู่การพิจารณา วาระ 2 และ วาระ 3 ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ชี้แจงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย ประจำปีงบประมาณ 2569 ในวาระแรกว่า ที่ผ่านมาประเทศไทย และหลายประเทศ ประสบวิกฤตเศรษฐกิจ ตั้งแต่สงครามตะวันออกกลาง ความผันผวนราคาพลังงาน ซึ่งเป็นวิกฤตซ้อนวิกฤต ทำให้ค่าครองชีพ และต้นทุนสูง ประชาชนได้รับผลกระทบ จนกลายเป็นวิกฤตปากท้อง

ประกอบกับปีที่ผ่านมา ประเทศไทยประสบวิกฤตชายแดน และวิกฤตน้ำท่วม รวมถึงปีนี้อาจจะวิกฤตภัยแล้งด้วย แต่ด้วยงบประมาณที่มีอยู่จำกัด รัฐบาลจึงได้พยายามบริหารจัดการ ใช้ทุกเครื่องมือทุกกลไกในการดูแลและเยียวยาประชาชน

ซึ่งกระทรวงการคลังได้พยายามเร่งการเบิกจ่ายควบคู่กับการตัดงบรายจ่ายที่ไม่จำเป็น และเมื่อตรวจสอบจริง กระบวนการที่ยังไม่ทำการจัดซื้อจัดจ้างเหลืออยู่ไม่มาก จึงเป็นที่มาที่งบเหลือแค่หมื่นกว่าล้านบาท จึงนำงบนี้มาใส่ในงบกลางเพื่อรองรับความผันผวนวิกฤตต่างๆ ทั้งเศรษฐกิจและพลังงาน

"ผมก็เสียใจครับ ที่ทุกคนอาจจะมองว่า ผมไม่ให้ความสำคัญกับวินัยการคลัง หรือยอมการเมือง แต่สิ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้ว การที่ผมดำเนินนโยบายการคลัง คำนึงทุกความสมดุลทุกอย่างทั้งการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ เร่งเบิกจ่ายให้มีประสิทธิภาพ ดูแลประชาชน ท่านอาจไม่เชื่อผม แต่สถาบันจัดอันดับทั้ง S&P และมูดี้ส์เชื่อผม และได้ปรับมุมมองจากที่เศรษฐกิจเป็นลบก็ปรับเศรษฐกิจไทยมีเสถียรภาพ นี้คือข้อเท็จจริงที่ผมยืนหลักรักษาวินัยการเงินคลัง ควบคู่กับสิ่งที่ดูแลเศรษฐกิจไทยให้เติบโตได้"นายเอกนิติ กล่าว

ทั้งนี้ นายเอกนิติ กล่าวว่า จากการที่ตนเร่งรัดให้มีการเบิกจ่าย ส่งผลให้อัตราการเบิกจ่ายสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา โดยไตรมาส 1 การลงทุนภาครัฐ 13.3% ไตรมาสที่ 2 โต 9.4% และข้อมูลล่าสุด โตกว่า 10% ดังนั้น เราต้องรักษาสมดุลการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ พร้อมกับการดูแลเยียวยาประชาชน พร้อมย้ำว่า เม็ดเงินที่เหลือจะเอามาใส่ในงบกลางเพื่อเป็นกระเป๋าสำรอง สำหรับเหตุการณ์ที่ยังไม่แน่นอน หรือรองรับวิกฤตพลังงานและภัยแล้ง จึงจำเป็นต้องมีงบตรงนี้รองรับสถานการณ์ที่ฉุกเฉิน

อย่างไรก็ตาม นายเอกนิติ ขอบคุณทุกข้อสังเกต ข้อเสนอแนะต่างๆ และยืนยันว่า รัฐบาลจะใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพสูงสุด ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ฟื้นฟูการแข่งขันของประเทศ พร้อมกับดูแลเยียวยาประชาชน และขอให้กรรมาธิการฯ นำความเห็นไปประกอบการพิจารณาด้วยความรอบคอบ ยึดถือประโยชน์ของประเทศเป็นสำคัญ

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...