SAMAS (สมาส) Casual Fine Dining นำเสนอรสชาติแห่งเอเชียเข้ากับจานสไตล์ตะวันตก
Gourmet & Cuisine
อัพเดต 26 มิ.ย. เวลา 07.29 น. • เผยแพร่ 26 มิ.ย. เวลา 07.29 น. • Gourmetand & Cuisine เว็บไซต์รวมเรื่องราวอาหารท่ามกลางเมืองใหญ่ที่รายล้อมด้วยอาคารสูง มีร้านอาหาร Casual Fine Dining ซ่อนตัวอยู่ในบ้านไทยโบราณหลังสุดท้ายของย่านสาทรอย่าง SAMAS (สมาส) นำเสนอรสชาติสุดคลาสสิกผสานกับความร่วมสมัยภายใต้คอนเซ็ปต์ Contemporary with Modern Asian Flavors
สิ่งที่สะท้อนตัวตนของ SAMAS ได้อย่างชัดเจนคือการหลอมรวมรากของอาหารไทยเข้ากับอิทธิพลจากหลายวัฒนธรรมจากเอเชีย พร้อมเติมลูกเล่นและจัดแต่งจานสไตล์ตะวันตกเข้าไปอย่างพอเหมาะ รังสรรค์จากความเชี่ยวชาญเฉพาะทางของเชฟเอิง เชฟพีท และเชฟแป้ง นำจุดแข็งของแต่ละคนมาผนวกเข้าด้วยกันจนเกิดเป็นรสชาติที่คาดเดาไม่ได้และมีเอกลักษณ์
พร้อมเสริมมิติของมื้ออาหารด้วยศาสตร์แห่งการจับคู่ไวน์จากเจ้าของร้านและซอมเมอลิเยร์ผู้เชี่ยวชาญ จนเกิดเป็นประสบการณ์ที่ครบถ้วน สมกับความหมายของชื่อ “สมาส” ที่หมายถึงการประกอบหรือรวมสิ่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกันอย่างกลมกลืน
เปิดคอร์สสุดประทับใจด้วย Amuse-Bouche 3 คำ เริ่มที่ Gai Yang ไก่ย่างเนื้อนุ่มกินกับข้าวญี่ปุ่นคลุกผงลาบทอด เสริมรสด้วยแจ่วซอส ต่อด้วย Moo Hong ใช้แป้งปานิปูริจากอินเดียเข้ากับสะโพกหมูและสามชั้นตุ๋น อร่อยครบรส หอมกลิ่นเครื่องเทศอ่อนๆ และ Tako ได้ความกรอบจากข้าวพองราดด้วยซอสลาบเหนือมาโย หอมเผ็ดแบบนุ่มนวล
ตามด้วย Pla Ka-Mong เนื้อปลาขาวอวบเบิร์นไฟเล็กน้อย เสิร์ฟกับผักโขมผัดกับเนยและกระเทียม เพิ่มรสชาติด้วย Beetroot Tiger Milk ซอสคลาสสิกสไตล์เปรู ให้รสเปรี้ยวเล็กน้อย ตัดกับซอสแกงเหลืองของไทย ถัดมาคือ Riso เป็นพาสตาที่มีรูปทรงเหมือนเมล็ดข้าวผัดกับเนยและมันกุ้ง มีความหนึบกำลังดี ตรงกลางคือซอสรสเข้มข้นมีส่วนผสมของโคชูจัง กินกับกุ้งลายเสือเนื้อเด้ง สด หวาน อร่อยสมกับเป็นจานซิกเนเจอร์
ปิดท้ายด้วย Nam Wha เมนูที่ได้แรงบันดาลใจมาจากกล้วยบวชชี เชฟทำเป็นโมจิกล้วยน้ำว้าเนื้อนุ่ม เพิ่มรสหวานด้วยไอศกรีมมิโสะคาราเมล มีมูสมะพร้าวและกานาชมาเติมมิติให้จานนี้อร่อยยิ่งขึ้น
เป็นอีกร้านที่เหมาะสำหรับมื้อพิเศษ การสังสรรค์กับกลุ่มเพื่อน หรือดินเนอร์ในโอกาสสำคัญ