โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ส่องดีล IPO ของ SpaceX ผ่านบทเรียน Facebook ปี 2012 ที่หุ้นเคยดิ่ง 50% เมื่อมูลค่าแพงและวงในจ่อเทขายคือความเสี่ยง

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ส่องดีล IPO ของ SpaceX ผ่านบทเรียน Facebook ปี 2012 ที่หุ้นเคยดิ่ง 50% เมื่อมูลค่าแพงและวงในจ่อเทขายคือความเสี่ยง

SpaceX บริษัทจรวดและดาวเทียมของ อีลอน มัสก์ กำลังจะเสนอขายหุ้น IPO ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ในสัปดาห์นี้ โดยตั้งเป้าระดมทุน 7.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.48 ล้านล้านบาท) ที่ระดับมูลค่ากิจการสูงถึง 1.75 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 57.75 ล้านล้านบาท)

ประเด็นสำคัญ

  • 4 ความเสี่ยงที่คล้ายกับ Facebook
  • บทเรียนสำคัญจากซัปพลายหุ้นล็อตใหม่
  • เสียงส่วนใหญ่จากผู้เชี่ยวชาญแนะให้รอ

ท่ามกลางกระแสความคาดหวังที่ร้อนแรงที่สุดครั้งหนึ่งในตลาดทุน Business Insider ได้เปรียบเทียบดีลดังกล่าวกับการ IPO ของ Facebook เมื่อปี 2012 ซึ่งเคยเป็นการเสนอขายหุ้นเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในเวลานั้น แต่กลับจบลงด้วยราคาหุ้นที่ดิ่งลงกว่า 50% ในช่วงหลายเดือนหลัง IPO เนื่องจากนักลงทุนมองว่ามูลค่าบริษัทสูงเกินจริง

4 ความเสี่ยงที่คล้ายกับ Facebook

ประเด็นที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับ SpaceX หลายเรื่องมีความคล้ายคลึงกับสิ่งที่เคยฉุดหุ้น Facebook ในอดีต โดยเรื่องแรกคือสัดส่วนหุ้นที่จัดสรรให้นักลงทุนรายย่อย เช่นเดียวกับ Facebook ที่เคยจัดสรรหุ้นให้รายย่อยสูงถึง 15% SpaceX ก็กันหุ้น IPO ไว้ให้กลุ่มนักลงทุนรายย่อยมากถึง 30%

แม้มัสก์และบริษัทในเครือจะมีฐานแฟนคลับนักลงทุนรายย่อยอยู่แล้ว แต่ผู้ที่ไม่เห็นด้วยมองว่าการเน้นขายให้รายย่อยอาจสะท้อนว่าความต้องการจากนักลงทุนสถาบันอ่อนแอกว่าที่คาด ขณะที่ในฟอรัมออนไลน์เองก็เริ่มมีความกังวลว่ารายย่อยอาจกลายเป็น ‘ผู้รับเคราะห์’ หรือสภาพคล่องให้นักลงทุนรุ่นแรกได้ถอนทุนออกไป

เรื่องที่ 2 คือธุรกิจที่ยังไม่ผ่านการพิสูจน์ว่าจะทำกำไรได้จริง แผนงานหลายอย่างของ SpaceX ทั้งศูนย์ข้อมูลในวงโคจรและการทำเหมืองบนดาวเคราะห์น้อย ฟังดูราวกับหลุดมาจากนิยายวิทยาศาสตร์

โดยบริษัทประเมินว่าจะคว้าส่วนแบ่ง 21% ของความต้องการประมวลผลทั่วโลกได้ แต่ Morningstar บริษัทวิจัยการลงทุนมองว่าโอกาสที่จะเป็นเช่นนั้นมีเพียง 7% และน่าจะทำได้จริงราว 4% ภายในปี 2040 มากกว่า

เรื่องที่ 3 คือมูลค่าบริษัทที่สูงเกินปัจจัยพื้นฐาน ก่อนหน้า IPO มูลค่าของ Facebook เคยไต่ขึ้นเรื่อยๆ จนนักลงทุนมองว่าปัจจัยพื้นฐานไม่สามารถรองรับราคาได้

ส่วน SpaceX กำลังจะเข้าตลาดด้วยมูลค่าที่ใหญ่พอจะติดอันดับบริษัทมูลค่าสูงสุดของโลกทันที ทั้งที่เพิ่งขาดทุนไป 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.65 แสนล้านบาท) เมื่อปีก่อน โดย Morningstar ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมไว้ที่ 63 ดอลลาร์ต่อหุ้น (ประมาณ 2,079 บาท) ซึ่งต่ำกว่าราคาเสนอขายถึง 53%

เรื่องสุดท้ายคือสัดส่วนหุ้นที่หมุนเวียนซื้อขายในตลาดจริง (Free Float) มีน้อยมาก โดย SpaceX เปิดขายหุ้นให้สาธารณชนเพียง 5% ของหุ้นทั้งหมดเท่านั้น ต่างจากบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่อื่นๆ ที่มักปล่อยหุ้นให้ซื้อขายได้เกือบทั้งบริษัท

เมื่อหุ้นในตลาดมีจำนวนจำกัด ราคาก็มีแนวโน้มผันผวนสูงในช่วงเริ่มซื้อขาย และยังต้องจับตาแรงเทขายจากคนวงในที่จะตามมา เมื่อหุ้นล็อตที่ติดเงื่อนไขห้ามขายทยอยเข้าสู่ตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

บทเรียนสำคัญจากซัปพลายหุ้นล็อตใหม่

เบเนดิกต์ วิก อาจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัย Washington & Lee ชี้ว่าความคล้ายคลึงสำคัญระหว่าง SpaceX กับ Facebook คือภาวะ ‘หุ้นล้นตลาด’ ในอนาคต

วิกอธิบายว่า Facebook ในช่วงแรกปล่อยหุ้นเข้าตลาดเพียงส่วนน้อย ส่วนที่เหลือติดเงื่อนไขห้ามขาย (Lock-up) นานถึง 1 ปี และเมื่อหุ้นล็อตใหม่ทยอยเข้าสู่ตลาด ราคาหุ้นจึงค่อยปรับลงไปสู่ระดับที่แท้จริง

ซึ่งสถานการณ์ของ SpaceX ก็คล้ายกันแต่ในขนาดที่ใหญ่กว่ามาก โดยบทพิสูจน์ที่แท้จริงจะมาถึงก็ต่อเมื่อช่วงเวลา Lock-up สิ้นสุดลงและหุ้นเริ่มทยอยเข้าตลาดในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

เสียงส่วนใหญ่จากผู้เชี่ยวชาญแนะให้รอ

นอกจากบทเรียนจาก Facebook แล้ว Business Insider ยังรวบรวมความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนหลายราย ซึ่งส่วนใหญ่แนะนำให้นักลงทุนชะลอการซื้อหุ้นในวันแรก โดยให้เหตุผลด้านมูลค่าที่สูงเกินปัจจัยพื้นฐานเป็นหลัก

โรเบิร์ต อาร์. จอห์นสัน ศาสตราจารย์ด้านการเงินจากมหาวิทยาลัย Creighton ระบุว่าเขา “จะไม่แตะ” หุ้น IPO ตัวนี้ และแนะนำให้นักลงทุนส่วนใหญ่ทำเช่นเดียวกัน เพราะมูลค่าบริษัทตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าทุกอย่างจะเติบโตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

จอห์นสันยังเตือนว่าแฟนคลับของมัสก์เคยดันมูลค่า Tesla ให้สูงเกินปัจจัยพื้นฐานมาแล้ว และ SpaceX ก็อาจเจอภาวะเดียวกัน

อีกหนึ่งเสียงเตือนที่น่าสนใจมาจาก คีธ ฟิตซ์-เจอรัลด์ ผู้ก่อตั้งกองทุน Fitz-Gerald Must Have Portfolio ที่มองว่านักลงทุนรายย่อย “แทบจะต้องเสียใจอย่างแน่นอน” ที่เข้าซื้อหุ้น IPO ขนาดใหญ่อย่าง SpaceX

เพราะรายย่อยมักไม่พร้อมรับมือกับสนามที่ถูกครอบงำด้วยนักลงทุนสถาบันและระบบเทรดอัตโนมัติที่ใช้คอมพิวเตอร์คำนวณ ซึ่งมีเครื่องมือซับซ้อนทั้งตราสารอนุพันธ์และการวิเคราะห์เชิงเทคนิคที่ได้เปรียบกว่า จนอาจทำให้ราคาหุ้นผันผวนรุนแรงในระยะสั้น

ด้าน แอนดี แวนเดนเบิร์ก ผู้ก่อตั้ง VDB Wealth อ้างอิงข้อมูลจาก Truist ว่าจากการ IPO ของหุ้นเทคโนโลยีรายใหญ่ 30 ครั้งล่าสุด แม้ 57% จะปรับขึ้นในสัปดาห์แรก แต่กลับมีการปรับฐานลงเฉลี่ยสูงสุดถึง 55% ในปีแรก จึงมองว่าน่าจะมีจังหวะที่ดีกว่าในการเข้าลงทุน

อย่างไรก็ตาม ก็มีผู้เชี่ยวชาญบางส่วนที่มองต่าง เช่น สเตฟานี ลิงก์ จาก Hightower Advisors ที่จะซื้อหุ้นในวันแรกทันที แต่แนะนำให้ถือในสัดส่วนเล็กๆ เพียง 2% ของพอร์ตแล้วลืมมันไป เพราะมองว่าไม่ควรพลาดโอกาสในธีมการลงทุนครั้งใหญ่ครั้งต่อไป

สอดคล้องกับ โจเอล ชูลแมน ผู้ก่อตั้ง ERShares ที่เชื่อว่าหุ้นจะเปิดตลาดด้วยราคาที่สูงกว่าราคา IPO อย่างแน่นอน เพราะคำสั่งซื้อล้นเกินจำนวนหุ้นที่เสนอขายไปแล้ว สะท้อนความต้องการที่แข็งแกร่ง

ทั้งนี้ ไมก์ เซริโอ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Trilogy Financial ทิ้งท้ายด้วยมุมมองที่น่าสนใจว่า การ IPO ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ในอดีต มักเป็นเพียง ‘การปลดล็อกสภาพคล่อง’ ให้ผู้ถือหุ้นเดิม มากกว่าจะเป็นโอกาสลงทุนครั้งเดียวในชีวิต

โดยยกตัวอย่างว่าหุ้น Meta กว่าจะเริ่มทำผลตอบแทนชนะดัชนี S&P 500 ก็ใช้เวลานานกว่า 10 ปีหลัง IPO ดังนั้นหากใครสนใจหุ้นกลุ่มนี้จริง สุดท้ายก็มักจะมีโอกาสเข้าซื้อในจังหวะที่ดีกว่าเสมอ

หมายเหตุ : ใช้อัตราแลกเปลี่ยน 1 ดอลลาร์สหรัฐ เท่ากับ 33.00 บาท ณ วันที่ 10 มิถุนายน 2569

ภาพ: Steve Travelgui / Shutterstock

อ้างอิง:

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...