โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แบรนด์เนม มันนี่ ครบ 2 ปี พอร์ตสินเชื่อเฉียด 300 ล้าน สิ้นปีแตะ 400 ล้านบาท เตรียม JV ธุรกิจการเงินเสริมแกร่ง

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

Brandname Money ฉลองครบรอบ 2 ปี โชว์ผลงานพอร์ตสินเชื่อสะสมเฉียด 300 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าสิ้นปีพอร์ตแตะ 400 ล้านบาท จับตาพันธมิตรกลุ่มการเงินและนอนแบงก์ในตลาดหลักทรัพย์จ่อร่วมทุน มั่นใจพอร์ตทะลุ 1,000 ล้านก่อนเป้าหมายเดิมปี 71

นายปพน มนัสภากร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร แล้ะผู้ก่อตั้ง บริษัท แบรนด์เนม มันนี่ จำกัด (Brandname Money) เปิดเผยว่า ในโอกาสครบรอบ 2 ปีของการดำเนินธุรกิจ บริษัทสามารถสร้างการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อได้อย่างต่อเนื่อง โดยปัจจุบันมียอดปล่อยสินเชื่อสะสมรวมกว่า 200 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากช่วงเริ่มต้นธุรกิจเมื่อปี 2567 ที่มูลค่าการปล่อยสินเชื่อยังอยู่เพียงระดับหลักสิบล้านบาท

ทั้งนี้ จากผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงตั้งเป้าหมายพอร์ตสินเชื่อสิ้นปี 2569 ไว้ที่ 400 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 100% จากปีก่อนหน้า โดยเชื่อว่ามีโอกาสบรรลุเป้าหมายดังกล่าว หลังจากในช่วง 5 เดือนแรกของปีสามารถปล่อยสินเชื่อไปแล้วเกือบ 300 ล้านบาท

นายปพนกล่าวว่า การเติบโตที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าตลาดเริ่มเข้าใจและยอมรับรูปแบบสินเชื่อสินค้าแบรนด์เนมมากขึ้น หลังบริษัทใช้เวลาสร้างการรับรู้แก่ผู้บริโภคและเครือข่ายพันธมิตรมานานกว่า 2 ปี จนปัจจุบันลูกค้าทราบแล้วว่าสินค้าแบรนด์เนมสามารถเข้าถึงได้ผ่านระบบสินเชื่อที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ต่างจากการซื้อบ้านหรือซื้อรถยนต์ในอดีตที่เมื่อระบบสินเชื่อเข้ามามีบทบาท ก็ช่วยให้ผู้บริโภคเข้าถึงสินค้าได้ง่ายขึ้น

“ช่วงแรกของการทำธุรกิจ คนจำนวนมากยังไม่เข้าใจว่าสินค้าแบรนด์เนมสามารถผ่อนชำระได้ แต่เมื่อเราสร้างการรับรู้ร่วมกับเครือข่ายพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง วันนี้ตลาดเริ่มรับรู้แล้วว่าผู้บริโภคมีทางเลือกทั้งการซื้อด้วยเงินสด การใช้บัตรเครดิต และการใช้สินเชื่อของ Brandname Money ทำให้ความต้องการใช้บริการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ” นายปพนกล่าว

จากการเติบโตของธุรกิจและความต้องการเงินทุนเพื่อขยายพอร์ตสินเชื่อ บริษัทจึงอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรเชิงกลยุทธ์หลายราย ทั้งกลุ่มสถาบันการเงิน นอนแบงก์ และบริษัทขนาดใหญ่ที่สนใจเข้ามาร่วมลงทุน โดยปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนการหารือและยังไม่มีข้อสรุปอย่างเป็นทางการ

อย่างไรก็ตาม นายปพนระบุว่า ความสนใจจากผู้ประกอบการหลายรายถือเป็นสัญญาณสะท้อนถึงศักยภาพของโมเดลธุรกิจ Brandname Money ที่สามารถเติบโตได้ในตลาดเฉพาะทางที่ยังมีการแข่งขันไม่สูงนัก ขณะเดียวกันบริษัทยังคงมองหาพันธมิตรที่สามารถช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านธุรกิจและการเงิน มากกว่าการเข้ามาเติมเงินลงทุนเพียงอย่างเดียว

“สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่แค่เงินทุน แต่ต้องเป็นพันธมิตรที่ช่วยต่อยอดธุรกิจ ช่วยขยายพอร์ตสินเชื่อ และช่วยให้บริษัทเติบโตได้เร็วขึ้น เพราะธุรกิจสินเชื่อต้องใช้เงินทุนจำนวนมากในการรองรับการขยายตัวของพอร์ต เราจึงยังคงเดินหน้าตามแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต” นายปพนกล่าว

นายปพนกล่าวว่า ปัจจัยสำคัญที่ทำให้บริษัทมั่นใจต่อทิศทางการเติบโตในระยะยาว มาจากขนาดของตลาดสินค้าแบรนด์เนมในประเทศไทยที่ยังมีศักยภาพสูง โดยข้อมูลจากผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมระบุว่าตลาดสินค้าแบรนด์เนมไทยมีมูลค่ารวมเกือบ 200,000 ล้านบาท และยังเติบโตต่อเนื่อง แม้ภาวะเศรษฐกิจโดยรวมจะชะลอตัว

ทั้งนี้ ผู้บริโภคจำนวนมากยังคงมีความต้องการสินค้าแบรนด์เนม ทั้งในฐานะสินทรัพย์ที่สามารถรักษามูลค่าได้ เครื่องสะท้อนตัวตนและภาพลักษณ์ทางสังคม รวมถึงการซื้อเพื่อเป็นของขวัญให้กับตนเองและบุคคลในครอบครัว ส่งผลให้ความต้องการสินค้าในกลุ่มลักชัวรี่ยังคงมีอยู่ในทุกช่วงเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ การที่กลุ่มแบรนด์ลักชัวรี่ระดับโลกยังคงขยายการลงทุนในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง ยังเป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่สะท้อนถึงศักยภาพของตลาดไทย โดยบริษัทมองว่าหากสามารถครองส่วนแบ่งตลาดได้เพียง 1% ก็จะเทียบเท่าพอร์ตสินเชื่อระดับ 2,000 ล้านบาทแล้ว

สำหรับโมเดลธุรกิจ ปัจจุบัน Brandname Money ให้บริการหลัก 3 รูปแบบ ประกอบด้วย สินเชื่อเช่าซื้อแบบ “ผ่อนไปใช้ไป” สินเชื่อ “ผ่อนจบรับของ” และบริการขายฝากสินค้าแบรนด์เนม โดยทั้ง 3 กลุ่มธุรกิจยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของสินเชื่อเช่าซื้อ ซึ่งเป็นธุรกิจที่เติบโตโดดเด่นที่สุดในปีนี้ พบว่าสินค้าหลักที่ลูกค้านิยมใช้บริการ ได้แก่ นาฬิกา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 50% ของพอร์ตสินเชื่อ รองลงมาเป็นกระเป๋าแบรนด์เนม 40% และเครื่องประดับหรือจิวเวลรี่ 10%

ขณะที่บริการขายฝากยังคงได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าที่ต้องการเสริมสภาพคล่องทางการเงิน โดยบริษัทคิดอัตราดอกเบี้ยตามกรอบที่กฎหมายกำหนดที่ 1.25% ต่อเดือน ส่งผลให้อัตราการปล่อยทรัพย์หลุดจำนำอยู่ในระดับต่ำกว่า 3% เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่ยังต้องการรักษาสิทธิ์ในทรัพย์สินของตนเอง

ล่าสุด บริษัทได้เปิดตัวบริการ Personal Assistant (PA) หรือผู้ช่วยส่วนตัว เพื่อรองรับลูกค้าที่ต้องการซื้อสินค้าแบรนด์เนมจาก Official Shop โดยทีมงานจะช่วยประสานงานกับร้านค้า ดูแลขั้นตอนด้านเอกสารสินเชื่อ และอำนวยความสะดวกในการชำระเงิน เปรียบเสมือนเลขาส่วนตัวที่ช่วยดูแลกระบวนการซื้อสินค้าแบบครบวงจร

ปัจจุบัน Brandname Money มีร้านค้าแบรนด์เนมรีเซลเข้าร่วมเป็นพันธมิตรแล้วกว่า 70 รายทั่วประเทศ เพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 40 ราย และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 100 รายภายในสิ้นปีนี้ ซึ่งจะช่วยขยายฐานลูกค้าและเพิ่มโอกาสในการปล่อยสินเชื่อได้มากขึ้น

นายปพนกล่าวว่า จุดแข็งสำคัญของบริษัทคือการดำเนินธุรกิจภายใต้ระบบบริหารความเสี่ยงที่เข้มงวด โดยมีการตรวจสอบข้อมูลเครดิตบูโร เอกสารรายได้ และสถานะทางการเงินของลูกค้าอย่างละเอียด ส่งผลให้ปัจจุบันบริษัทยังคงรักษาระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ไว้ที่ 0% ขณะที่ผลประกอบการของบริษัทเริ่มมีกำไรตั้งแต่ปีที่สองของการดำเนินธุรกิจ และในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้สามารถสร้างกำไรได้ใกล้เคียงกับทั้งปีที่ผ่านมาแล้ว

“เราเชื่อว่าตลาดแบรนด์เนมยังมีโอกาสเติบโตอีกมาก และเป้าหมายของเราคือการทำให้ Brandname Money เป็นชื่อแรกที่ผู้บริโภคนึกถึง เมื่อต้องการซื้อ ผ่อน หรือใช้บริการด้านการเงินเกี่ยวกับสินค้าแบรนด์เนมแบบครบวงจร พร้อมมั่นใจพอร์ตสินเชื่อน่าจะทะลุ 1,000 ล้านบาท ก่อนเป้าหมายเดิมปี 2571” นายปพนกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แบรนด์เนม มันนี่ ครบ 2 ปี พอร์ตสินเชื่อเฉียด 300 ล้าน สิ้นปีแตะ 400 ล้านบาท เตรียม JV ธุรกิจการเงินเสริมแกร่ง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...