มท. ไฟเขียว เปลี่ยนชื่อ ‘หมู่บ้าน-อปท.-วัด’ รวม 6 แห่ง แก้ปัญหาชื่อซ้ำ
มท. เห็นชอบ เปลี่ยนชื่อ "หมู่บ้าน - อปท. - วัด" รวม 6 แห่ง แก้ปัญหาชื่อซ้ำ ลดความเข้าใจผิด และเหมาะสมกับอัตลักษณ์ประวัติศาสตร์ของพื้นที่
นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย มอบหมายให้ นายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม รองปลัดกระทรวงมหาดไทย หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านสาธารณภัยและพัฒนาเมือง เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการพิจารณาเรื่องการขอเปลี่ยนแปลงชื่อจังหวัด อำเภอ และตำบล หมู่บ้าน หรือสถานที่ราชการอื่น ๆ ครั้งที่ 2/2569
การประชุมในวันนี้ เป็นการพิจารณาเรื่องการขอเปลี่ยนแปลงชื่อจังหวัด อำเภอ และตำบล หมู่บ้าน หรือสถานที่ราชการ ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด ไม่ขัดต่อกฎหมายหรือระเบียบเฉพาะของสถานที่ รวม 6 แห่ง โดยเห็นชอบเปลี่ยนชื่อหมู่บ้าน จำนวน 1 แห่ง ตามที่กรมการปกครองเสนอ เปลี่ยนชื่อเทศบาลตำบล จำนวน 1 แห่ง ตามที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นเสนอ และเปลี่ยนแปลงชื่อวัด 4 แห่ง ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเสนอ
สำหรับการเปลี่ยนชื่อ หมู่บ้าน จำนวน 1 แห่ง คือ บ้านป่าขี้ติ้ว อ.แม่วาง จ.เชียงใหม่ เปลี่ยนเป็น บ้านป่าติ้ว เดิมชาวบ้านเรียกขานว่าบ้านดอนเปาป่าขี้ติ้ว ต่อมาประชากรในหมู่บ้านมีจำนวนมากขึ้น ทำให้ยากแก่การบริหารจัดการ จึงได้มีการแยกหมู่บ้านใหม่เป็น บ้านป่าขี้ติ้ว ซึ่งหมายถึง ต้นไม้ในพื้นที่อย่าง ต้นขี้ติ้ว ก่อนจะตัดคำว่า ขี้ ออก เพื่อให้ชื่อมีความไพเราะ เป็นสิริมงคล และสะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชนได้ดีขึ้น โดยในทางราชการส่วนใหญ่จะเรียกชื่อเป็นทางการว่า บ้านป่าติ้ว หรือ บ้านติ้ว แทนชื่อเดิม
ส่วนการเปลี่ยนชื่อ เทศบาลตำบล จำนวน 1 แห่ง คือ เทศบาลตำบาลบ้านศรีพนา อ.เซกา จ.บึงกาฬ เปลี่ยนเป็นเทศบาลตำบลเซกา โดย เซ หมายถึง แม่น้ำ แหล่งน้ำ ลำห้วย ซึ่งพื้นที่เทศบาลดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่มีความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ กา หมายถึง นกกา ซึ่งเป็นนกชนิดหนึ่งที่มีลักษณะเฉพาะตัวคือมีขนสีดำสนิท บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ ทั้งนี้ชื่อในความหมายใหม่ หมายถึง พื้นทีอุดมสมบูรณ์ของพื้นดินและแหล่งนา เป็นภูมิศาสตร์ที่เหมาะสมในการอยู่อาศัยประชาชนอยู่ดีมีสุข
ในส่วนของ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีการขอเปลี่ยนแปลงชื่อวัด จำนวน 4 แห่ง ได้แก่
1. วัดเทพประทาน จ.จันทบุรี เปลี่ยนเป็นวัดเทพประทานอธิพร เนื่องจากวัดเทพประทานได้จัดสร้างสมเด็จองค์ปฐมพระพุทธเมตตา เพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ที่ฐานองค์พระปรากฏชื่อ วัดเทพประทาน (อธิพร) ทำให้ประชาชนทั่วไปเข้าใจว่าชื่อวัดเทพประทาน (อธิพร) ซึงมีความหมายว่า เทพเทวาประทานพรที่ยิ่งใหญ่
2. วัดน้ำผึ้ง จ.พิษณุโลก เปลี่ยนเป็น วัดนาม่วงนุสรณ์วนาราม แต่เดิมสันนิษฐานว่าเกิดจากวัดตั้งอยู่ใกล้คลองน้ำผึ้ง จึงได้ชื่อว่า วัดน้ำผึ้ง ต่อมาประชาชนชาวบ้านนาม่วง นิยมเรียกและรู้จักวัดในนาม วัดนาม่วง ตามชื่อหมู่บ้าน จึงได้มีความเห็นว่าต้องการเปลี่ยนแปลงชื่อวัดให้สอดคล้องกับชื่อหมู่บ้าน
3. วัดป่าดอนแคน จ.ร้อยเอ็ด เปลี่ยนเป็นวัดป่าศรีมงคล เนื่องจากวัดดังกล่าวตั้งอยู่ที่ บ้านดอนแคน เป็นวัดเก่า โดยมีหลวงปู่คำมี ปภสฺสโร ผู้ริเริ่มเข้ามาปักกลด ได้ตั้งชื่อที่พักสงฆ์ว่า ป่าศรีมงคล เพราะมีความดีเป็นสิริมงคลต่อชาวบ้าน พร้อมด้วยประชาชนได้ร่วมกันประชุมประชาพิจารณ์ เป็นวัดป่าศรีมงคล
4. วัดสร้างเรือง จ.ศรีสะเกษ เปลี่ยนเป็น วัดพระธาตุเรืองรอง โดยวัดดังกล่าวตั้งอยู่ที่บ้านสร้างเรือง เมื่อปี 2525 พระครูวิบูลธรรมภาณ ได้ดำเนินการก่อสร้างพระธาตุขึ้นเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ อีกทั้งเป็นสถานที่ประพฤติปฏิบัติธรรมของพุทธศาสนิกชนในชุมชน เมื่อสร้างเสร็จจึงตั้งชื่อว่า พระธาตุเรืองรอง
สำหรับคณะกรรมการเปลี่ยนแปลงชื่อจังหวัด อำเภอ และตำบล หมู่บ้าน หรือสถานที่ราชการอื่น ๆ ของกระทรวงมหาดไทย เป็นคณะกรรมการตามกฎหมายมีอำนาจหน้าที่พิจารณาหลักเกณฑ์และกลั่นกรองให้ความเห็นชอบการเสนอเปลี่ยนแปลง โดยเน้นการวิเคราะห์ศึกษาถึงหลักฐานหรือวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับการปรับเปลี่ยนชื่อรวมถึงประวัติศาสตร์ในพื้นที่ รวมถึงกระบวนการรับฟังความเห็นประชาชน ที่ได้ดำเนินการตามขั้นตอนการรับฟังความเห็นตั้งแต่ระดับหมู่บ้านถึงระดับคณะกรรมการฯ
ตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 6 เม.ย. 2569 เห็นชอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการฯ ที่แต่งตั้งโดยมติคณะรัฐมนตรีของคณะรัฐมนตรีชุดเดิม อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป โดยไม่ต้องออกเป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี หรือสั่งส่วนราชการเพื่อแต่งตั้งคณะกรรมการฯ ดังกล่าวขึ้นอีก
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- มหาดไทย สั่งผู้ว่าฯ ทุกจังหวัด คุมเข้ม 'ล้ง' สกัดน้ำมะพร้าวปลอมปน
- 'มหาดไทย' สั่ง 25 จังหวัด ตั้ง 'อาสาสมัครฝนหลวง' รับมือภัยแล้ง
- มหาดไทย รับลูก นายกฯ สั่งติดเครื่องลุย 'ทำ ทัน ที Action 5 PLUS'
ติดตามเราได้ที่