‘ไชยชนก’ ยันโครงการ TH-AI Passport ใช้งบกองทุนคุ้มค่า ประธานสภาฯไม่ให้ถามส่อล็อกสเปก
“ไชยชนก” แจงงบดีอี ยันโครงการ TH-AI Passport คุ้มค่าประชาชนได้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้นมหาศาล หลังตรวจสอบทุกอย่างถูกกฎหมาย-ได้ประโยชน์มหาศาล ปัดตอบปมล็อกสเปก
1 กรกฎาคม 2569 - จากนั้นเวลา 18.10 น. นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ชี้แจงตอนหนึ่งถึงโครงการ TH-AI Passport ที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการล็อคสเปค ว่า ได้ตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างอย่างละเอียด และได้รับรายงานว่าถูกต้องตามกระบวนการของกฎหมายทุกประการ นอกจากนั้นได้เจรจากับคู่สัญญาแล้ว ได้ผลลัพธ์ที่ภาครัฐและประชาชนได้รับประโยชน์เพิ่มขึ้นมหาศาล ที่สำคัญได้ทดลองใช้แล้วพบว่าได้ใช้สินค้าที่มีคุณภาพสูงกว่าทีโออาร์มหาศาล ดังนั้น เป็นการใช้งบกองทุนคุ้มค่าแน่นอน สำหรับประชาชนที่ตั้งตารอจะเป็น 1 ใน 5 ล้านสิทธิ มีโอกาสใช้เอไอ 31 โมเดลฟรี 1 ปี จะรออีกไม่นาน
นายไชยชนก ชี้แจงต่อว่า ส่วนงบประมาณของกระทรวงดีอีที่เพิ่มขึ้น 31.8% ได้เพิ่มในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สดช.) เพื่อการจัดซื้อจัดจ้างระบบคราวด์ และ กรมอุตุนิยมวิทยา ที่ทำระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ทั้งนี้งบที่เพิ่มขึ้นนั้นเพราะมีนโยบายจัดซื้อจัดจ้างระบบรวมศูนย์ที่เดียวกัน เพราะมีข้อดีสามารถซื้อปริมาณมากที่มูลค่าถูกลง แม้มูลค่างบเพิ่มแต่สามารถซื้อคลาวด์ถูกลง 30% ทั้งนี้สามารถลดบุคลากร ลดงบประชุมจัดซื้อจัดจ้าง ลงถึง 100 ล้านบาท หากให้กระจายหน่วยงานอาจทำให้เกิดปัญหาเพราะหน่วยงานไม่ชำนาญ
นายไชยชนก ชี้แจงต่อว่าสำหรับการจัดซื้อจัดจ้างระบบคลาวด์ที่พบว่าบางหน่วยงานไม่ถูกนำมารวมกัน มีเหตุผลเพราะบางหน่วยงานมีการจัดจ้างมาก่อนและเป็นงบผูกผัน เป็นกลุ่มที่มีความจำเป็นเฉพาะ มีฟังก์ชันแตกต่างกัน เช่น กระทรวงคลัง ที่จัดซื้อจัดจ้างมาก่อน ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัย และฟังก์ชันในคลาวด์ที่ต่างกัน และ กลุ่มบางส่วนที่ต้องใช้การจัดเก็บเพื่อความปลอดภัย เป็นระบบแยก เช่น กรมการปกครอง กลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.)
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตอนท้าย นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ใช้สิทธิ์ซักถามเพิ่มเติมว่า “รู้สึกหรือไม่ว่าโครงการ ล็อกสเปค” แต่นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ไม่อนุญาต โดยอ้างว่าจะเสียเวลาฝ่ายค้านก่อนตัดบทให้รัฐมนตรีชี้แจงต่อไป