โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัชชาติเบอร์ 9 หาเสียงชูแผนตรวจสุขภาพเชิงรุก พร้อมยกระดับระบบนัดหมายรอหมอไม่เกิน1ชม.

เดลินิวส์

อัพเดต 18 มิถุนายน 2569 เวลา 4.12 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ชัชชาติเบอร์9 หาเสียงเขตดุสิต ชูแผนตรวจสุขภาพเชิงรุก ตั้งเป้า 2 ล้านคนใน 4 ปี เพิ่ม 2,000 เตียงทั่วกรุงฯ พร้อมยกระดับระบบนัดหมาย รอหมอไม่เกิน 1 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย.นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าฯกทม. หมายเลข9 พร้อมทีมกรุงเทพฯทำงาน ลงพื้นที่หาเสียงชุมชนซอยโซดา เขตดุสิต โดยพบปะกับประชาชนในชุมชน เพื่อสอบถามถึงปัญหาต่าง ๆ ทั้งด้านการค้าขาย หาบเร่แผงลอย น้ำท่วม ขยะ รวมถึงปัญหาหมาแมว และสาธารณสุข ซึ่งนายชัชชาติ กล่าวประชาชนว่า ถ้ามีปัญหาอะไรให้แจ้งมา ตนเองจะจดไว้ก่อนเพราะยังป็นแค่ผู้สมัคร หากได้กลับมาจะเข้ามาดำเนินการให้

นายชัชชาติ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ว่า หัวใจสำคัญที่จะลดความเหลื่อมล้ำของคนเมือง คือการศึกษาและสาธารณสุข โดยกทม.เน้นไปที่ระบบปฐมภูมิ ซึ่งถือด่านแรกในการรักษาพยาบาล ปัจจุบัน กทม. มีผู้ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ประมาณ 3.6 ล้านคน ซึ่งกทม.ดูแลอยู่ประมาณ 1 ล้านคน แบ่งเป็นศูนย์บริการสาธารณสุข 8 แสนคน และโรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร 2 แสนคน

สำหรับปัญหาพื้นฐานที่คนกรุงเทพฯเจอ เวลาไปใช้บริการที่คลินิกชุมชนอบอุ่นนอกสังกัด กทม.คือปัญหาการออกใบส่งตัว ในกรณีที่ผู้ป่วยมีอาการหนักเกินกว่าที่คลินิกจะรับไหว เพราะมีเงื่อนไขเรื่องงบประมาณที่คลินิกต้องตามไปจ่ายสมทบ 800 บาทต่อหัว ส่งผลให้คนไข้หลายรายเข้าไม่ถึงการรักษาในโรงพยาบาลใหญ่ จึงเสนอแนวให้กทม.เตรียมพร้อมขยายขีดความสามารถของระบบปฐมภูมิในสังกัด จากเดิมที่รองรับได้ 1 ล้านคน เพิ่มเป็น 1.3 ล้านคน เพื่อรองรับประชาชนที่ต้องการย้ายสิทธิ หรือได้รับผลกระทบจากคลินิกที่ถูกยกเลิกสัญญา

พร้อมทั้ง มีแผนเพิ่มเตียงโรงพยาบาลอีก 2,000 เตียง สร้างโรงพยาบาลใหม่ 4 แห่ง โดยปักหมุดในพื้นที่วังทองหลางและบางกะปิ เพื่อให้ครอบคลุมการให้บริการมากขึ้น โดยจะใช้โมเดลเชื่อมโยงข้อมูลออนไลน์ที่เรียกว่า "ยานแม่-ยานลูก" หรือ "ดุสิตโมเดล"

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า จะเดินหน้านโยบายลดเวลารอแพทย์ หากประชาชนทำการนัดหมายล่วงหน้าผ่านระบบ จะต้องได้เจอแพทย์ไม่เกิน 1 ชม. ส่วนของคนที่วอล์คอินเข้ามาก็อาจใช้เวลามากหน่อย ส่วนการกระจายศูนย์แพทย์ทางไกล (Telemedicine) ไปตามห้างสรรพสินค้าและแหล่งชุมชน เพื่อให้ประชาชนปรึกษาแพทย์ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาล พร้อมตั้งเป้าตรวจสุขภาพเชิงรุกอย่างละเอียด ทั้งตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจและคัดกรองมะเร็ง แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายให้ได้ 2 ล้านคน และขยายคลินิกทำฟันให้ครบทุกศูนย์บริการสาธารณสุข

ทั้งนี้ ปัญหาการส่งตัวไม่ใช่ปัญหาของกทม. แต่เป็นปัญหาของ สปสช. ที่กทม.ไม่สามารถทำงานทดแทน สปสช.ได้ทั้งหมด แต่กทม.ยุคใหม่จะต้องจับมือทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น เพื่อยกระดับสิทธิบัตรทองของคนเมือง ให้มีคุณภาพและเท่าเทียมอย่างแท้จริง

น.ส.ทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม. ระบุว่า ที่ชุมชนซอยโซดา มี Primary Care Unit ของวชิรพยาบาล ซึ่งเป็นโรงพยาบาลในสังกัดกทม. ตามหลักการโรงพยาบาลจะให้แผนกผู้ป่วยนอก (OPD) นำรายชื่อผู้ป่วยนอกมาตั้งให้ห่างกับกายภาพ ทำให้เหมือนศูนย์บริการสาธารณสุข มีข้อดีคือสามารถดูแลคนไข้ได้ จุดนี้ดูแลประมาณ 20,000 ราย สามารถส่งต่อคนไข้ไปที่โรงพยาบาล โดยไม่มีปัญหาเรื่องใบส่งตัวเพราะกทม.ไม่ได้ทำใบส่งตัวนี้มาปีกว่าแล้ว ซึ่งวชิรพยาบาลเป็นที่แรกที่ได้รับการรับรองเรื่องการส่งตัวต่อการรักษา ใช้มาตรฐานเดียวกันทั้งหมด

นายชัชชาติ กล่าวต่อไปว่า กทม.ให้ความสำคัญกับปัญหาสาธารณสุข ซึ่งก็มีหน่วยงานอื่นได้ทำในเรื่องของปฐมภูมิอยู่ เช่น คลินิกชุมชนอบอุ่น 2 ล้านสิทธิ์ โรงพยาบาลสังกัดอื่น 6 แสนสิทธิ์ โรงพยาบาลในสังกัดกทม. 1 ล้านสิทธิ์ ซึ่งจะต้องคุยกับ สปสช.เพราะปัญหาเกิดขึ้นที่ระบบบัตรทองที่กำหนดแนวทางการปฏิบัติ การส่งตัวนั้นจะต้องจ่ายเงินด้วย กทม.ไม่สามารถตามไปจ่ายเงินให้กับ คลินิก 2 ล้านแห่งได้ เพราะจะทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายมหาศาล ตอนนี้ทราบว่าโรงพยาบาลหลายแห่งก็ประสบปัญหาเรื่องการจ่ายเงินไม่เต็ม

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาการส่งต่อผู้ป่วยบัตรทอง ก็เป็นหนึ่งในนโยบายของพรรคประชาชน ที่ได้ออกมาโจมตีว่า เหตุใดไม่ทําในสมัยที่ดํารงตําแหน่งนั้น นายชัชชาติ กล่าวว่า เรื่องนี้พวกตนทำแล้ว ทั้งเรื่องการถ่ายโอนข้อมูล การขยายศูนย์บริการบริการสุขภาพ ขยายบริการ แต่การจัดทำขยายศูนย์บริการสุขภาพไม่สามารถทำได้เหมือนถนน ซึ่งต้องมีการเตรียมบุคลากรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ผ่านมากทม.ก็รับผู้ป่วยบัตรทองจากคลินิกชุมชนอบอุ่นตลอดหลักแสนรายที่คลินิกได้ยกเลิกไป สุดท้ายแล้วผู้ป่วยก็ไปไหนไม่ได้ต้องมาที่กทม.

ส่วนที่นโยบายของพรรคประชาชนและของตนเองมีความคล้ายคลึงกันนั้น นายชัชชาติ ยืนยันว่า จะเดินหน้าทําต่อ โดยที่ผ่านมามีการก่อสร้างโรงพยาบาลในสังกัดกทม.ไปแล้ว ในอนาคตอาจจะมีปัญหาเรื่องบุคลากรและอัตราจ้าง ซึ่งเรื่องนี้ต้องคิดให้รอบคอบว่าจะมีการปรับโครงสร้างอย่างไร แต่จะไม่มีการไล่คนออก เป็นการใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมในการปรับให้เหมาะกับสภาพการทำงานและควบคุมรายจ่าย

"ที่ผ่านมาตนไม่ได้ละเลยหรือเพิกเฉย ผู้ป่วยบัตรทองก็มายื่นหนังสือ แต่เป็นปัญหาของ สปสช. บางทีคลินิคก็ไม่ได้ส่งตัวคนไข้ ทำให้ครอบครัวต้องตามไปจ่ายเงิน กทม.ไม่มีปัญหาเลย ถ้าจะส่งตัวก็สามารถส่งตัวต่อในโรงพยาบาลสังกัดได้ ส่วนปัญหาที่มีการขึ้นป้ายว่า บัตรทอง กทม. เป็นเรื่องของคลินิกชุมชนอบอุ่นที่ไม่ยอมออกใบส่งตัว จากการที่ กทม.จะต้องไปรับทั้งหมด 2 ล้านคน จะเป็นภาระมาก ตอนนี้เอาเท่าที่ทําได้".

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...