‘พลังงาน-Ai’แกนหมุนใหม่ศก.อาเซียน
นับเป็นเวลาเกือบสองทศวรรษที่ประเทศไทยห่างหายจากการเป็นศูนย์กลางจัดงานประชุมพลังงานระดับโลก แต่การกลับมาเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “Gastech 2026” ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมนานาชาติไบเทค (BITEC) ระหว่างวันที่ 14-17 ก.ย.2569 นี้ ถือเป็น "การกลับมาเป็นเจ้าภาพครั้งสำคัญในรอบ 18 ปี" ที่เต็มไปด้วยความหมายเชิงยุทธศาสตร์
การกลับมาในรอบ 18 ปีครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การเวียนรอบมาบรรจบของงานนิทรรศการระดับนานาชาติ แต่เป็นการกลับมาในช่วงเวลาที่ "ภูมิทัศน์พลังงานโลก" กำลังเปลี่ยนทิศ และ "บริบทเศรษฐกิจของไทย" กำลังเปลี่ยนผ่าน จากเดิมที่เน้นอุตสาหกรรมเพื่องานผลิตแบบดั้งเดิม สู่การเป็นหมุดหมายสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลและ AI ยุคใหม่
หากวิเคราะห์เจาะลึกผ่านความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ จะพบ 3 ประเด็นสำคัญที่ชี้ชะตาอนาคตของภูมิภาค ดังนี้ 1.อาเซียนในฐานะ “ศูนย์กลางดีมานด์ใหม่” และโจทย์ความมั่นคงทางพลังงาน ความท้าทายใน พ.ศ.นี้แตกต่างจากเมื่อ 18 ปีก่อนอย่างสิ้นเชิง ข้อมูลจากสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ระบุว่า อาเซียนจะครองสัดส่วนถึง 25% ของการเติบโตของอุปสงค์พลังงานโลกภายในปี 2578 ตัวเลขนี้สะท้อนว่าฟันเฟืองทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกำลังย้ายฐานมาสู่ภูมิภาคนี้อย่างมีนัยสำคัญ
ท่ามกลางความผันผวนทางภูมิรัฐศาสตร์ (Geopolitics) และตลาดพลังงานโลก การที่ประเทศในอาเซียนจะรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจไว้ได้ จำเป็นต้องมีกลยุทธ์ที่สมดุลระหว่างการจัดหาพลังงานดั้งเดิมที่เสถียร เช่น ก๊าซธรรมชาติ และ LNG เพื่อประคองภาคการผลิต,การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด : การลงทุนในเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำและระบบผลิตไฟฟ้าที่มีความยืดหยุ่น ซึ่งการที่ไทยเป็นเจ้าภาพในจังหวะนี้ จึงทำหน้าที่เป็น "เวทีเจรจาเชิงยุทธศาสตร์" ที่เปลี่ยนบทบาทของภูมิภาคจากการเป็นผู้ซื้อพลังงาน สู่การเป็นผู้ร่วมกำหนดทิศทางโครงสร้างพื้นฐานพลังงานยุคใหม่ในระดับพหุภาคี
2.“AI Economy” เมกะเทรนด์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานมหาศาล โดยสิ่งที่ทำให้ Gastech 2026 แตกต่างจากอดีตอย่างสิ้นเชิง คือการเปิดตัวเวที “AixEnergy” ซึ่งเป็นการจับคู่กันระหว่าง AI (ปัญญาประดิษฐ์) โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และระบบพลังงานแห่งอนาคตปัจจุบัน เมกะเทรนด์ด้านคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Center) ได้กลายมาเป็นผู้บริโภคพลังงานรายใหญ่รายใหม่ของโลก โดย IEA คาดการณ์ว่าความต้องการใช้ไฟฟ้าจากดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกจะเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในปี 2573
สำหรับประเทศไทย ข้อมูลล่าสุดในเดือนพฤษภาคม 2569 มีการอนุมัติโครงการลงทุนขนาดใหญ่ถึง 6 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 958,168 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นบิ๊กโปรเจกต์ด้านดาต้าเซ็นเตอร์และการประมวลผลระดับโลก ยิ่งเป็นตัวเร่งให้ไทยต้องเผชิญโจทย์ที่สำคัญคือ เราจะหาพลังงานสีเขียวที่มีเสถียรภาพและราคาที่แข่งขันได้มาจากไหน เพื่อป้อนให้กับยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีเหล่านี้
3.โอกาสของประเทศไทย จาก "ผู้ซื้อ" สู่ "ฮับการลงทุนและนวัตกรรม" โดยการต้อนรับรัฐมนตรีและผู้แทนภาครัฐกว่า 30 ประเทศ พร้อมผู้เชี่ยวชาญกว่า 50,000 คน และบริษัทชั้นนำกว่า 1,000 แห่งทั่วโลก คือโอกาสทองที่ไทยจะแสดงศักยภาพในฐานะ Regional Energy Hub การที่รัฐบาลไทย นำโดยนายกรัฐมนตรี เดินหน้าผลักดันการประชุมระดับสูงอย่าง Bangkok Energy Summit ควบคู่ไปกับงานนี้ แสดงให้เห็นถึงการใช้ประโยชน์จากจังหวะเวลาที่กระแสเงินทุนระดับโลกกำลังมองหาฐานที่มั่นใหม่ที่ปลอดภัย มีเสถียรภาพ และมีความพร้อมด้านพลังงาน
การกลับมาเป็นเจ้าภาพในรอบ 18 ปีของไทยในงาน Gastech 2026 คือภาพสะท้อนว่า "ความมั่นคงทางพลังงาน" และ "ความพร้อมด้านดิจิทัล" ได้หลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว หากประเทศไทยสามารถใช้เวทีนี้ในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน สร้างพันธมิตรระยะยาวในการจัดหา LNG แหล่งพลังงานสะอาด และเทคโนโลยีคาร์บอนต่ำได้สำเร็จ
ประเทศไทยจะไม่เพียงแต่ประสบความสำเร็จในฐานะเจ้าภาพจัดงาน แต่จะก้าวขึ้นเป็น "ผู้นำทางเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคตของอาเซียน" อย่างแท้จริง กลับกัน หากเราไม่สามารถพัฒนาระบบพลังงานให้ตอบโจทย์ความยั่งยืนได้ทัน เม็ดเงินลงทุนเกือบล้านล้านบาทในอุตสาหกรรม AI ก็พร้อมที่จะย้ายไปหาประเทศเพื่อนบ้านที่มีความพร้อมมากกว่าได้เช่นกัน.
ณัฐวัฒน์ หาญกล้า