โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

สงครามลุกลาม! “อิหร่าน” ขยายวงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วอ่าวอาหรับ ย้ำปิดฮอร์มุซ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 16.47 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สงครามลุกลาม! "อิหร่าน" ขยายวงโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ทั่วอ่าวอาหรับ ย้ำปิดฮอร์มุซ ขณะที่สหรัฐเปิดฉากโจมตีตอบโต้ต่อเนื่อง ส่งผลให้ความหวังยุติความขัดแย้งริบหรี่

วันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.08 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กองกำลังสหรัฐอเมริกาและอิหร่านเปิดฉากโจมตีตอบโต้กันอีกระลอกเมื่อวันอาทิตย์ (13 ก.ค.) โดยอิหร่านยิงขีปนาวุธและโดรนโจมตีเป้าหมายของสหรัฐในหลายประเทศแถบอ่าวอาหรับ พร้อมยืนยันการปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง ส่งผลให้ความหวังต่อข้อตกลงชั่วคราวระหว่างทั้งสองประเทศที่ลงนามเมื่อเดือนก่อน ซึ่งมีเป้าหมายเปิดเส้นทางเดินเรือและยุติสงครามภายใน 60 วัน ถูกสั่นคลอนอย่างหนัก

การโจมตีครั้งล่าสุดถือเป็นการยกระดับความรุนแรงของความขัดแย้ง ทั้งในด้านความถี่และพื้นที่การโจมตี โดยอิหร่านขยายเป้าหมายไปยังกาตาร์ ซึ่งเป็นคนกลางในการเจรจาหยุดยิง และไม่เคยถูกโจมตีมาตั้งแต่เดือนเมษายน ขณะที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เปิดเผยว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศสามารถสกัดขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่านได้ หลังไม่ได้ตกเป็นเป้าหมายมาตั้งแต่ต้นเดือนพฤษภาคม

ด้าน กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (CENTCOM) ระบุว่า กองทัพสหรัฐฯ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีเพิ่มเติมต่ออิหร่านตั้งแต่เวลา 17.00 น. ตามเวลาสหรัฐฯ เพื่อทำลายศักยภาพของอิหร่านในการโจมตีเรือพลเรือนและเรือพาณิชย์ที่สัญจรผ่านช่องแคบฮอร์มุซ พร้อมเปิดเผยว่า เครื่องบินรบสหรัฐฯ สามารถยิงสกัดขีปนาวุธร่อนและโดรนโจมตีของอิหร่านได้

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้สัมภาษณ์สั้น ๆ กับสำนักข่าวรอยเตอร์ว่า"เรากำลังเล่นงานพวกเขา" (We're beating them up) เมื่อถูกถามถึงปฏิบัติการโจมตีในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน สื่ออิหร่านรายงานว่า ได้เกิดการโจมตีด้วยขีปนาวุธและเสียงระเบิดในเมืองท่าซีริกและบันดาร์อับบาส ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพสำคัญบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงเกาะเคชม์ที่อยู่ใกล้เคียง

กระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ออกแถลงการณ์ประณามการโจมตีของสหรัฐฯ ว่าเป็นการรุกราน พร้อมกล่าวหาว่าสหรัฐใช้แรงกดดันทั้งทางตรงและทางอ้อมต่อโอมาน จนทำให้การเจรจาระหว่างอิหร่านกับโอมานที่นครมัสกัต ซึ่งมุ่งหาทางจัดการการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์ระบุว่าตนมองว่าข้อตกลงหยุดยิงได้สิ้นสุดลงแล้ว แม้จะยังเปิดโอกาสสำหรับการเจรจาในอนาคตก็ตาม ขณะที่ นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ผู้แทนเจรจาระดับสูงของอิหร่าน โพสต์ผ่าน X ว่า "ยุคของข้อตกลงฝ่ายเดียวจบลงแล้ว เราเตือนแล้วว่า หากไม่รักษาคำพูด ก็ต้องชดใช้"

สงครามที่สหรัฐและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ได้ทำให้ภูมิภาคอ่าวอาหรับเผชิญความไม่มั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยอิหร่านได้โจมตีหลายประเทศที่เป็นที่ตั้งฐานทัพสหรัฐ และการปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซอย่างมีประสิทธิภาพได้ผลักดันราคาพลังงานทั่วโลกให้ปรับตัวสูงขึ้น และเพิ่มแรงกดดันด้านเงินเฟ้อในหลายประเทศ

อิหร่านยังเดินหน้าผลักดันระบบเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ และประกาศว่าเรือทุกลำต้องได้รับอนุญาตจากอิหร่านก่อนจึงจะสามารถผ่านเส้นทางดังกล่าวได้ โดยเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา อิหร่านระบุว่าได้ยิงเตือนเรือที่ใช้เส้นทางโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนประกาศปิดช่องแคบ และในวันอาทิตย์อ้างว่าสามารถทำให้เรืออีกหนึ่งลำไม่สามารถเดินทางต่อได้

อินเดียเปิดเผยว่าพลเมืองอินเดีย 1 คนสูญหาย หลังเรือบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ GFS Galaxy ถูกโจมตีนอกชายฝั่งโอมาน ขณะที่โอมานช่วยเหลือลูกเรือได้แล้ว 23 คน ส่วนกาตาร์ได้ประกาศเตือนให้เรือทุกประเภท รวมถึงเรือประมงและเรือท่องเที่ยว ระงับการเดินเรือชั่วคราว

หน่วยงาน Persian Gulf Strait Authority ของอิหร่าน ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถอนุญาตให้เรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้ เนื่องจากการเคลื่อนไหวทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาค และจะกลับมาออกใบอนุญาตเดินเรืออีกครั้งเมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติ

อย่างไรก็ตาม สหรัฐยืนยันว่าอิหร่านไม่มีอำนาจควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ และเส้นทางเดินเรือยังคงเปิดใช้งานได้ โดยกองทัพเรือสหรัฐและศูนย์ข้อมูลความมั่นคงทางทะเลร่วม (Joint Maritime Information Center) แนะนำให้เรือใช้เส้นทางเดินเรือด้านใต้ใกล้ชายฝั่งโอมาน ซึ่งยังสามารถสัญจรได้ทั้งขาเข้าและขาออก แม้จะยังมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในระดับสูงก็ตาม

ด้าน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อ้างว่าได้ตอบโต้ด้วยการทำลายศูนย์บัญชาการและโรงเก็บโดรนในจอร์แดน โจมตีฐานเรดาร์ของสหรัฐฯ ในคูเวต รวมถึงโจมตีฐานสนับสนุนเรือบรรทุกเครื่องบินของสหรัฐในโอมาน และศูนย์ซ่อมบำรุงเครื่องบินในกาตาร์

กาตาร์ เปิดเผยว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 3 คนจากเศษซากขีปนาวุธ พร้อมระบุว่าอิหร่านต้องรับผิดชอบทางกฎหมายอย่างเต็มที่ต่อการโจมตีครั้งนี้ ขณะที่บาห์เรน จอร์แดน โอมาน และคูเวต ต่างรายงานการโจมตีด้วยขีปนาวุธหรือโดรนเช่นกัน โดย คูเวต ระบุว่า มีคนงานได้รับบาดเจ็บจากการโจมตีแท่นขุดเจาะน้ำมัน ส่วนโอมานได้เรียกเอกอัครราชทูตอิหร่านเข้าพบเพื่อประท้วงเหตุโจมตีดังกล่าว พร้อมแนะนำให้พลเมืองสหรัฐ ในพื้นที่เสี่ยงหลบอยู่ในที่ปลอดภัยจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

อ้างอิง : www.reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...