โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

พริษฐ์ กางหลักฐานแฉ "โกง สว." ลั่นไม่ใช่แค่ฮั้ว หวั่น กกต.-ดีเอสไอ เกียร์ว่าง เป่าคดีไม่ถึงศาล

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

พริษฐ์ กางหลักฐานแฉ "โกง สว." ลั่นไม่ใช่แค่ฮั้ว ทั้งใช้เงิน-ผลประโยชน์ จ้างคนลงคะแนนเสียง หวั่น กกต.-ดีเอสไอ เกียร์ว่าง เป่าคดีไม่ถึงศาล จี้ทำงานตรงไปตรงมา สาวถึงพรรคการเมืองเบื้องหลัง

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) กล่าวก่อนเริ่มกิจกรรม “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว.-เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว.” ว่า วันนี้พรรคร่วมฝ่ายค้าน นำโดยวิปฝ่ายค้าน ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อเจาะลึกหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับคดี ฮั้วสว.

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า เราจะคุ้นชินกับคำว่า ฮั้ว สว. แต่ความจริงคำที่เหมาะสมกว่าคือโกง สว. เพราะกระบวนการที่เห็นจากหลักฐาน ไม่ได้หมายถึงเพียงเครือข่ายจัดตั้งผู้สมัคร เพื่อมาจัดทำโพล และแลกเปลี่ยนคะแนนกันและกัน แต่มีกระบวนการที่ใช้เงิน และประโยชน์อื่นใดต่างๆ มาจ้างคนสมัคร และจ้างคนมาลงคะแนนเสียง เพื่อหวังเข้าสู่อำนาจรัฐ

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ต้องย้ำว่า คดีโกง สว.ที่ว่านี้ เป็นคดีที่มีความสำคัญต่ออนาคตระบบทางการเมืองประเทศเรา เรื่องแรกถ้าคนที่เข้ามาสู่อำนาจโดยมิชอบ มีแนวโน้มสูงจะใช้อำนาจโดยมิชอบเช่นเดียวกัน

"หากเราพิสูจน์ให้เห็นว่าสมาชิกวุฒิสภาบางส่วนที่เข้าสู่อำนาจโดยไม่ชอบ จะเกิดคำถามตามมาว่า แล้วการใช้อำนาจในฐานะสมาชิกวุฒิสภา ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นกรองกฎหมาย การลงมติเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือการรับรองผู้ดำรงตำแหน่งองค์กรอิสระจะเป็นการใช้อำนาจโดยมิชอบด้วยหรือไม่"

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า หากมองกว้างในภาพรวม รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้เปิดช่องที่ทำให้การโกงสว. เป็นหนทางไปสู่การสร้างระบบการเมืองที่เกิดการฮั้วกัน ถ้ามีกลุ่มการเมืองใดใช้วิธีการโดยมิชอบด้วยกฎหมาย มาแทรกแซงการเลือกสว. จนทำให้มีคนที่สามารถกำกับทิศทางที่จะลงมติ เข้าไปเป็น สว. จะทำให้กลุ่มการเมืองนั้นมีโอกาสมากำกับได้ด้วยเช่นกันว่า สว.เหล่านั้นจะลงมติรับรองใครไปอยู่ในองค์กรอิสระ

"หากกลุ่มการเมืองใด สามารถกำหนดได้ หรือคุมได้ว่าใครคือองค์กรอิสระ องค์กรอิสระเหล่านั้นที่มีหน้าที่ในการมาตรวจสอบ กลุ่มการเมืองนั้นเองก็อาจไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างตรงไปตรงมา"

“พูดง่ายๆ ว่าการฮั้วสว.หรือการโกงสว. เลยเป็นหนทางที่บางกลุ่มการเมืองพยายามใช้คุมองค์กรอิสระ และทำให้กลไกในการตรวจสอบอ่อนแอ”

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีหลายภาคส่วนพยายามรวบรวมหลักฐานไปนำเสนอต่อหน่วยงานตรวจสอบที่เกี่ยวข้อง ปัจจุบันยังค้างอยู่ที่ 2 หน่วยงาน คือ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะต้องมีมติภายในเดือน ก.ย.นี้ ว่าจะส่งเรื่องไปที่ศาลหรือไม่ ตามมติคณะไต่สวนชุดที่ 26 ที่บอกว่ามีผู้มีมูลความผิดทั้งหมด 229 คน และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ซึ่งรับคดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษแล้ว บนฐานความผิดเรื่องการอั้งยี่ และการฟอกเงิน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ตนคิดว่าสิ่งที่สังคมมีความกังวลใจมากที่สุดตอนนี้ คือเรื่องจะไปไม่ถึงศาล แล้วทั้ง 2 หน่วยงานนี้จะตัดตอนกระบวนการตรวจสอบตั้งแต่ชั้น กกต. และดีเอสไอ ซึ่งทราบดีว่า 4 ใน 7 กกต. ที่จะลงมติเรื่องนี้ถูกรับรองให้ดำรงตำแหน่งจาก สว. ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสำนวน

"ยังไม่นับว่ากกต.ชุดนี้ตั้งอนุกรรมการวินิจฉัยชุดที่ 36 ขึ้นมา ซึ่งกลายเป็นว่ามีมติที่ค่อนข้างค้านสายตาสังคม คือ บอกว่าไม่มีใครใน 229 คน มีมูลกระทำความผิดเลย ในฝั่งของดีเอสไอมีข้อกังวลเช่นกัน เพราะเห็นว่าช่วงปลายปี 2568 หลังจากดีเอสไอสอบสวนมาเป็นเวลานานกลับสรุปสำนวนและสั่งฟ้องเพียง 8 คน"

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า พออัยการตีเรื่องกลับมา ตอนต้นปี 2569 ก็เสมือนว่าตอนนี้ดีเอสไอ กำลังอยู่ในสภาวะปล่อยเกียร์ว่าง เพื่อจะรอดูว่ามติกกต. จะเป็นเช่นไร จึงมีข้อกังวลว่าดีเอสไอกำลังรอดูหรือไม่ว่ากกต.จะมีมติเป่าคดี หาก กกต.เป่าคดี จะได้เอามติเป่าคดีของกกต.มาเป็นหลังพิงให้กับดีเอสไอเช่นกัน

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า ยิ่งพอมีการเปลี่ยนปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเกี่ยวข้องกับการกำกับทิศทาง ก็ยิ่งเป็นข้อกังวลมากขึ้น เป็นวัตถุประสงค์ที่อาจเปลี่ยนตัวปลัดหรือไม่ แม้หลายภาคส่วนได้ยื่นหลักฐานต่างๆไปยัง 2 หน่วยงาน แต่หลายคนมีความกังวลใจว่า 2 หน่วยงานนี้หากไม่ทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา และตัดตอนกระบวนการตรวจสอบ กลายเป็นว่าเรื่องจะไปไม่ถึงศาล และสังคมจะไม่ได้รับรู้ถึงความหนักแน่นของหลักฐานเหล่านี้

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า เป็นเหตุให้วันนี้ สิ่งสำคัญของกิจกรรม คือเราจะนำเอาหลักฐานบางส่วน มากางให้สังคมได้รับรู้ ซึ่งจะมีทั้งหลักฐานที่ภาคส่วนต่างๆ ได้ยื่นมาให้กับวิปฝ่ายค้าน รวมถึงจะมีพยานบุคคลที่ได้ไปรู้เห็น หรือมีหลักฐานที่เกี่ยวกับกระบวนการมาเล่าให้ฟัง มีพยานจากหลากหลายภูมิภาค เพื่อมานำเสนอให้กับพี่น้องประชาชนได้รับรู้ เพื่อให้เห็นว่า ในเมื่อหลักฐานมันชัดขนาดนี้ เป็นเรื่องที่ผิดปกติมาก หากคดีดังกล่าวไปไม่ถึงศาล

เมื่อถามถึงกรณี 4 จังหวัด คือสิงห์บุรี หนองบัวลำภู สุพรรณบุรี และสุโขทัย ที่ได้ถามกระทู้ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม มีหลักฐานชัดเจนหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า หลักฐานที่ได้นำเสนอรัฐมนตรีกลางสภา เป็นส่วนหนึ่งของหลักฐานที่ส่งเข้ามาให้วิปฝ่ายค้าน ตนคิดว่าหลักฐานเหล่านั้นมีความชัดเจนหนักแน่น เพียงพอในระดับหนึ่งอยู่แล้ว

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า ความจริงหน่วยงานตรวจสอบ ควรจะเข้าถึงหลักฐานได้มากกว่าตนด้วยซ้ำ เช่น มีพยานปากมาเล่าให้ฟัง ว่ามีการรวมตัวกันที่โรงแรมไหน ในจังหวัดไหน วันที่เท่าไร เป็นความจริงที่หน่วยงานต้องตรวจสอบ สิ่งที่ทำได้คือการไปตรวจสอบกับโรงแรม ไปเปิดดูกล้องวงจรปิด ว่ามีบุคคลดังกล่าวเดินเข้ามาในโรงแรมจริงหรือไม่

นายพริษฐ์ กล่าวต่อว่า คิดว่าถ้าเรามองในภาพใหญ่ หน่วยงานตรวจสอบควรจะเข้าถึงหลักฐาน และตรวจทานหลักฐานได้ลึกซึ้งกว่าตนด้วยซ้ำ ดังนั้นถ้าข้อมูลที่ตนได้รับมีความหนักแน่นในระดับหนึ่ง ตนเชื่อว่าหลักฐานที่หน่วยงานเข้าถึงจะหนักแน่นยิ่งกว่า

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า การที่ตนเอาหลักฐานมานำเสนอสังคม เพื่อให้เกิดคำถามในใจว่า ถ้าเราเข้าถึงหลักฐานขนาดนี้ แล้วหน่วยงานตรวจสอบจะเข้าถึงขนาดไหน แล้วถ้าเข้าถึงหลักฐานได้ขนาดนี้ แล้วยังไม่ส่งเรื่องไปที่ศาลเป็นเพราะอะไร

เมื่อถามย้ำว่า จะเอาหลักฐานที่นำเสนอในวันนี้ให้หน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องหรือไม่ นายพริษฐ์ กล่าวว่า เรากำลังตรวจทานกับเจ้าของหลักฐานอยู่ เพราะหลักฐานที่เรามานำเสนอความจริง เจ้าของหลักฐานได้ยื่นให้กับหน่วยงานตรวจสอบไปหมดแล้ว

"สิ่งที่เขากังวลใจคือพอยื่นไปแล้ว หน่วยงานที่ตรวจสอบไม่ทำงานตรงไปตรงมา และตัดตอนกระบวนการดังกล่าว จะกลายเป็นว่าสังคมไม่ได้รับรู้ว่าหลักฐานที่ยื่นเข้าไปที่หน่วยงานจะตรวจสอบตัดตอน ประกอบไปด้วยอะไรบ้าง การนำบางส่วนที่สามารถนำเสนอกับสังคมได้มานำเสนอ ก็น่าจะทำให้สังคมร่วมกันเป็นหูเป็นตาในการจับตาการทำงานของหน่วยงานที่ตรวจสอบ"

นายพริษฐ์ กล่าวอีกว่า หากหน่วยงานที่ตรวจสอบทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ทั้ง กกต.และดีเอสไอ ไม่ใช่แค่ส่งเรื่องคนบางคนไปที่ศาล ไม่ใช่แค่หาสว. 10-20 คนไปสังเวย แต่ต้องส่งหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายนักการเมืองและพรรคการเมือง ที่อาจจะอยู่เบื้องหลังด้วย สิ่งที่เราไม่อยากเห็น คือการสังเวยบางคนเพื่อปกป้องบางคนที่อยู่ใกล้ชิดศูนย์อำนาจมากกว่า

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พริษฐ์ กางหลักฐานแฉ "โกง สว." ลั่นไม่ใช่แค่ฮั้ว หวั่น กกต.-ดีเอสไอ เกียร์ว่าง เป่าคดีไม่ถึงศาล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...