กสก.หนุนแปลงใหญ่กล้วยหอมทองถ้ำสิงห์ ยกระดับมาตรฐานส่งออกญี่ปุ่น สร้างรายได้ด้วย BCG Model
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าส่งเสริมการรวมกลุ่มเกษตรกรผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพ ภายใต้ระบบเกษตรแปลงใหญ่ โดยสนับสนุนการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำสวนกล้วยตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมืองชุมพร จังหวัดชุมพร เป็นต้นแบบการผลิตกล้วยหอมทองส่งออกที่มุ่งเน้นมาตรฐาน คุณภาพ และความยั่งยืน สามารถสร้างรายได้ที่มั่นคงให้สมาชิก พร้อมยกระดับสินค้าเกษตรไทยสู่ตลาดต่างประเทศ
วันที่ 12 ก.ค.69 นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำสวนกล้วยตำบลถ้ำสิงห์ ปัจจุบันมีสมาชิก 57 ราย พื้นที่ปลูกกล้วยหอมทองกว่า 450 ไร่ จำนวน 76 แปลง ส่วนใหญ่ปลูกแบบสวนผสมร่วมกับกาแฟ ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว และทุเรียน เพื่อเพิ่มความหลากหลายของรายได้และรักษาสมดุลของระบบนิเวศ กลุ่มมุ่งผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพเพื่อการส่งออกไปยังประเทศญี่ปุ่น โดยรับซื้อผลผลิตจากสมาชิกในราคาประมาณ 17 บาทต่อกิโลกรัม ปัจจุบันสามารถส่งออกเฉลี่ย 400 กล่องต่อสัปดาห์ หรือประมาณ 240 ตันต่อปี และตั้งเป้าเพิ่มเป็น 600 กล่องต่อสัปดาห์ในปี 2569 และ 1,000 กล่องต่อสัปดาห์ในปี 2570 เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น นอกจากนี้แปลงใหญ่กล้วยหอมทองถ้ำสิงห์ ยังบูรณาการทำงานร่วมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ เช่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลกรุงเทพ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เพื่อขยายผลเทคโนโลยีที่เหมาะสม เช่น ระบบการล้างกล้วยหอมทองด้วยเทคโนโลยี นานาบับเบิ้ล รวมถึงการพัฒนาแปรรูปเครื่องดื่มกล้วยหอมทอง และการจัดทำแปลงต้นแบบเทคโนโลยีระบบน้ำอัตโนมัติ
ความสำเร็จของกลุ่มเกิดจากการบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม โดยนำหลักเศรษฐกิจ BCG Model มาประยุกต์ใช้ตลอดห่วงโซ่การผลิต ทั้งการเพิ่มมูลค่าผลผลิต การแปรรูปเป็นกล้วยหอมทองทอดกรอบ การนำวัสดุเหลือใช้มาผลิตปุ๋ยหมัก การนำน้ำจากกระบวนการคัดบรรจุกลับมาใช้ในแปลง รวมถึงการส่งเสริมการปลูกแบบผสมผสาน ลดการใช้สารเคมี และผลิตสารชีวภัณฑ์ใช้เอง เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการเกษตรที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
นางอัญชลี กล่าวเพิ่มเติมว่า เป้าหมายสำคัญคือการรักษาคุณภาพ โดยเฉพาะด้านมาตรฐานการผลิต สมาชิกทุกแปลงได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP และปฏิบัติตามข้อกำหนดการผลิตกล้วยหอมทองปลอดสารเคมีอย่างเคร่งครัด ตั้งแต่การเตรียมแปลง การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการคัดบรรจุ โดยมีการตรวจติดตามแปลงปลูกทุกเดือน พร้อมบันทึกข้อมูลการผลิตในระบบดิจิทัลเพื่อให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ตลอดกระบวนการ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ซื้อและผู้บริโภคในต่างประเทศ
นอกจากนี้ กรมส่งเสริมการเกษตรยังได้สนับสนุนการพัฒนากลุ่มอย่างต่อเนื่อง ผ่านโครงการส่งเสริมและพัฒนาเพื่อเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานและบริการมูลค่าสูง การส่งเสริมและพัฒนาห่วงโซ่อุปทาน การสนับสนุนต้นพันธุ์กล้วยหอมทองคุณภาพ โดยเฉพาะการใช้เทคนิคการขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เพื่อให้ได้ต้นพันธุ์ที่มีคุณภาพ ปลอดโรค และให้ผลผลิตสม่ำเสมอ รวมถึงการขยายเครือข่ายผู้ผลิตเพื่อรองรับความต้องการของตลาด และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของเกษตรกรไทยในตลาดโลก
"ปัจจุบันแปลงใหญ่กล้วยหอมทองตำบลถ้ำสิงห์ ซึ่งดำเนินงานในรูปแบบวิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรทำสวนกล้วยตำบลถ้ำสิงห์ นับเป็นต้นแบบของการรวมกลุ่มเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ สามารถสร้างรายได้และความมั่นคงทางอาชีพให้สมาชิก สร้างงานและกระจายรายได้สู่ชุมชน ลดการใช้สารเคมี ยกระดับมาตรฐานการผลิตสู่ระดับสากล ตลอดจนพัฒนาเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านการผลิตกล้วยหอมทองคุณภาพและการบริหารจัดการกลุ่มที่เข้มแข็ง สะท้อนแนวทางการพัฒนาเกษตรกรรมของกรมส่งเสริมการเกษตรที่มุ่งเน้นการมีส่วนร่วมของเกษตรกร การใช้นวัตกรรม และการเติบโตอย่างยั่งยืน" นางอัญชลี กล่าว