โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ต่าย สายธาร” อายแทน! กู้ภัยแย่งศพ ขอ “ปอนด์-ซอง ดูฮี” จบดรามา เตือนพวกหวังผลประโยชน์จบไม่สวย

Manager Online

เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • MGR Online

“ต่าย สายธาร” อายแทน กู้ภัยแย่งศพ ขอ “ปอนด์-ซอง ดูฮี” จบดรามา เชื่อมีเจตนาอยากทำดีช่วยคนเหมือนกัน ขอให้อภัยซึ่งกันและกัน พร้อมฝากคำเตือนถึงพวกหวังผลประโยชน์ในวงการ อย่าหาทำ เพราะจบไม่สวยสักคน

หลังจากเกิดกรณีดรามาของอินฟลูฯ จิตอาสากู้ภัยชื่อดังอย่าง “ปอนด์ จักรกฤษณ์” และ “ซอง ดูฮี” ที่ซัดกันผ่านโซเชียลเรื่องภารกิจเคลื่อนย้ายร่างพระธุดงค์ที่ถูกเยาวชนอายุ 11 ปี ขับรถกระบะชนจนมรณภาพไปหลายศพ ซึ่งฝั่ง ซอง ดูฮี เป็นฝ่ายเริ่มออกมาโพสต์ว่าทีมของปอนด์นั้นหลุดขบวนหายไปในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ทั้งเรียกร้องให้อีกฝ่ายออกมารับผิดชอบและชี้แจงสิ่งที่เกิดขึ้น จนภายหลังทั้งคู่ก็มีการโพสต์โต้ตอบกันไปมาหลายครั้ง

ล่าสุดในฐานะรุ่นพี่ที่ทำกู้ภัยให้กับมูลนิธิร่วมกตัญญูมานานอย่าง “ต่าย สายธาร นิยมการณ์”ก็ออกมาให้ความเห็นกับเรื่องนี้ บอกว่าอยากให้ทั้งคู่อภัยให้กัน เพราะเชื่อว่าเจตนาของทั้งคู่มีเจตนาที่เป็นจิตอาสาที่ดี ขอให้ทำดีกันต่อไป

“คือไม่รู้จักน้องทั้งสองโดยส่วนตัวค่ะ แต่ก็ติดตามในเพจน้องปอนด์อยู่นะคะ แล้วก็สังเกตเห็นว่าทั้งสองคนจริงๆ แล้วมีอุดมการณ์เดียวกันในการช่วยเหลือคน เป็นจิตอาสาเหมือนกัน ณ วันนี้ก็ยังไม่ทราบว่าเขาโอเคกันหรือยัง แต่ถ้าในมุมมองของเรา ถ้าเรามีอุดมการณ์เดียวกันเพื่อที่จะช่วยเหลือคน โดยที่วงเล็บไว้เลยนะว่าไม่มีผลประโยชน์ใดๆ มันไม่มีเหตุที่จะต้องทะเลาะกันเลย ยกเว้นจะเป็นเรื่องอะไรส่วนตัว

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราอยู่ในวงการเดียวกัน มันก็ต้องโคจรมาเจอกัน คนเราถ้าแย่งกันทำความดี มันเป็นเรื่องที่ดี สังคมมันก็จะมีแต่สิ่งดีๆ ดรามาก็จะไม่เกิด คืออภัยกันได้อภัยไปเถอะ อะไรที่มันกระทบกระทั่งกัน ก็เคลียร์ใจกันนอกรอบ ไม่ต้องออกสื่อหรอก เพราะพอมันออกมาแล้วมันทำให้ภาพของกู้ภัยดูแย่ไปหมด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอชื่นชมน้องทั้งสองคนนะคะที่มีจิตเป็นกุศล แล้วก็เป็นอาสาที่อยากจะช่วยเหลือคน คือในฐานะที่เป็นรุ่นพี่ก็อยากจะส่งต่อ ส่งมอบพลังใจ พลังดีๆ ให้น้องทั้งสองคนได้ทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคมต่อไป แล้วก็ไม่ต้องมีเรื่องดรามากันแล้ว”

ยอมรับวงการกู้ภัยก็มีพวกที่เข้ามาเพื่อผลประโยชน์อยู่ด้วยเช่นกัน

“ถามว่าแล้วทำไมกู้ภัยถึงต้องแย่งผู้ป่วยด้วย คือมันมีสองสาย 1. อาจจะเป็นเพราะตามขั้นตอนว่าอันนี้เป็นเขตของคนนี้ อันนี้มาถึงก่อน กับ 2. เรื่องของผลประโยชน์ คือไม่ต้องโลกสวย เพราะมันมีจริงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นใครทำอะไรไว้ย่อมรู้ดี ถ้าคุณเข้ามาทำในเรื่องเกี่ยวกับกู้ภัย แต่คุณทำไปในเชิงพาณิชย์ เอาตรงๆ เราไม่เคยเห็นชีวิตใครได้ดีสักคน

มันมีเรื่องนี้เกิดขึ้นจริงๆ ในวงการนี้ คือทุกคนรู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วว่าคุณได้อะไรกลับไป คือการเป็นผู้ให้จริงๆ แล้วเราไม่ต้องการที่จะต้องได้รับอะไรกลับมา นอกจากคำขอบคุณ แต่บางทีไม่ต้องก็ได้ แต่สิ่งที่เราต้องทำ เราต้องคิดเสมอว่าคนที่เราไปช่วย เขาเปรียบเสมือนญาติของเรา เพราะฉะนั้นคุณจะไปเก็บเงินญาติของคุณเหรอ นี่เกือบจะ 30 ปีแล้วมั้ง ต่ายไม่เคยได้เงินแม้แต่สลึงเดียว”

วอนคนที่จะมาเป็นกู้ภัยจิตอาสา อย่าคิดหาผลประโยชน์ทางนี้ เพราะไม่มีใครจบสวยสักคน

“แต่คนที่เข้ามาหาผลประโยชน์หรือเป็นธุรกิจ ต่ายไม่เห็นใครจบสวยสักคนเลย อย่างเมื่อก่อนมันก็จะมีคนที่เอารถกู้ภัยไปแล้วขนยาเสพติด หรือบางคนไปเรี่ยไรเงิน ไปขอเงินคนที่เขากำลังเดือดร้อน เท่ากับคุณไปซ้ำเติมเขา แต่อย่างมูลนิธิร่วมกตัญญูของเราไม่มีการเรี่ยไรเงินเด็ดขาด ถ้ามีการเรี่ยไรเงิน แจ้งเข้ามาได้เลย เพราะอันนี้คุณเจอมิจฉาชีพนะคะ (หัวเราะ)แต่อย่างสมมติในกรณีที่ต่ายเคยทำ ใครไม่มีโลงศพหรือไร้ญาติก็แจ้งมา บางทีเราก็ประสานกับทางร่วมกตัญญู ถ้าใครอยากบริจาคก็ไปบริจาคที่หัวลำโพง หรือไม่ก็ที่สาขาใหญ่ที่บางพลี อันนี้มันมีให้เห็นชัดอยู่แล้ว อยากจะตรวจสอบก็ไปตรวจสอบได้เลย

แต่พอเราได้ยินว่ากู้ภัยแย่งผู้ป่วย แย่งศพเนี่ย เขารู้อยู่แก่ใจ คือคนสมัยนี้เขากินข้าวเป็นอาหารเนอะ (หัวเราะ) เขารู้นะว่าแย่งกันทำไม อย่าทำเลย ทำแล้วมันอายต่ายอายแทนนะ อย่าทำ คือต่ายเคยไปเป็นวิทยากรให้ความรู้น้องๆ ก็จะเตือนน้องๆ ตลอดว่าเราเข้ามาทำตรงนี้เพื่ออะไร ถ้าเรามันเป็นผลประโยชน์ มันไม่ได้เสียที่เราคนเดียว ทางที่ดีอย่าทำ เพราะว่าเวลาเสีย มันเสียทั้งองค์กร แล้วเป็นองค์กรระดับประเทศ มันเสียชื่อประเทศชาติด้วย เพราะฉะนั้น อย่าหาทำ แม้แต่คิดก็อย่าคิดเลย”

ขอไม่ออกความเห็นเรื่องเหตุไฟไหม้ล่าสุด แต่ขอเป็นกำลังใจให้ทุกฝ่าย

“ยกตัวอย่างเคสไฟไหม้ เราไม่มีทางรู้เลยว่าวันพรุ่งนี้จะเป็นวันสุดท้ายเราไหม ทำความดีมันไม่ยาก ความชั่วก็ทำไม่ยาก อยู่ที่สามัญสำนึกของเราว่าจะเลือกทำอะไรแค่นั้นเอง แต่อย่างเคสไฟไหม้ ตอนนี้เจ้าของเขาก็ยัง 50-50 แล้วเราก็เห็นว่าเจ้าเขาก็เข้าไปช่วย ตรงนี้ให้เป็นเรื่องของกฎหมายดีกว่า เพราะว่าเราคนนอกหรือเราเป็นคนในสื่อ เป็นคนในวงการบันเทิง เวลาพูดอะไรออกไปมันมีผลกระทบ ทั้งนี้ทั้งนั้นคนที่รอดชีวิตกลับมาก็ขอให้ปลอดภัย แล้วก็หายไวๆ ส่วนคนที่สูญเสียก็ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ สิ่งที่เหลือเหล่านี้ก็ขอให้เป็นบทเรียน มันควรจะเป็นบทเรียนครั้งสุดท้ายจริงๆ

มันมีการถอดบทเรียนอยู่เรื่อยๆ คืออย่าพึ่งวัวหายแล้วล้อมคอก อย่างน้อยติดสติ๊กเกอร์พื้นก็ได้นะ ให้มันเป็นสีๆ แสงๆ มันก็ยังมองเห็น ทีนี้สิ่งสำคัญเลยเวลาเราไปเที่ยว เรามักจะห่วงว่า ฉันจะกลับยังไง เมาแล้วจะไปยังไงดี ทีนี้ให้มองก่อนเลยว่าไปถึงปุ๊บ ประตูทางออกฉุกเฉินอยู่ที่ไหน ฝากไว้แค่นี้นะคะ”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...