24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
24 ชั่วโมงข่าว 91 ประจำวันที่ 16 กรกฎาคม 2569
>> ตร.ทางหลวง สกัดจับรถตู้ซุกไม้พะยูง เต็มคันสารภาพ รับจ้างขนส่ง จังหวัดแถบภาคอีสาน
09.17 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการตำรวจทางหลวง ร่วมกันจับกุม ชายไทย อายุ 24 ปี พร้อมของกลาง โดยจับกุม บริเวณทางหลวงหมายเล ทล.212 กม.515-516 อ.เมือง จ.อำนาจเจริญ พฤติการณ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวงชุดจับกุม ออกตรวจในพื้นที่รับผิดชอบ กระทั่งพบรถยนต์ตู้ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา หมายเลขทะเบียน มุกดาหาร ขับผ่านมาด้วยลักษณะบรรทุกสิ่งของมีน้ำหนักมากผิดสังเกต จึงได้ส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อทำการตรวจสอบ พบผู้ขับขี่ภายในรถ ตรวจพบไม้ท่อนจำนวนมากบรรทุกอยู่ เจ้าหน้าที่จึงได้สอบถามถึงที่มาและวัตถุประสงค์ในการขนย้ายไม้ดังกล่าว
จากการสอบถามเบื้องต้น คนขับให้การว่า ได้รับจ้างขนส่งไม้พะยูงเพื่อนำไปส่งยังจังหวัดมุกดาหาร โดยได้รับค่าจ้างเที่ยวละ 2,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวพร้อมนำรถยนต์คันดังกล่าวเข้าตรวจสอบอย่างละเอียด ณ หน่วยบริการตำรวจทางหลวง และประสานเจ้าหน้าที่หน่วยป้องกันรักษาป่าที่ อจ.1 เข้าร่วมตรวจพิสูจน์ ผลการตรวจสอบยืนยันว่า ไม้ของกลางเป็น “ไม้พะยูง” ซึ่งเป็นไม้หวงห้ามตามกฎหมาย
ทั้งนี้ เมื่อตรวจสอบเอกสารการครอบครองและใบอนุญาตเคลื่อนย้ายไม้ นายฤทธิศักดิ์ ไม่สามารถนำเอกสารมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ จึงแจ้งข้อกล่าวหาในความผิดฐาน “มีไม้หวงห้าม (ไม้พะยูง) ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต” และ “เคลื่อนย้ายไม้หวงห้ามโดยไม่ได้รับอนุญาต” อันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 ก่อนดำเนินการตรวจยึดของกลาง จัดทำบันทึกจับกุม แจ้งสิทธิผู้ต้องหาตามกฎหมาย และนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองอำนาจเจริญ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> นายกฯ มอบนโยบายกองทัพไทย ย้ำเสริมศักยภาพป้องกันประเทศ ยกระดับความมั่นคงชายแดน พร้อมดูแลประชาชน
11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ตรวจเยี่ยมกองบัญชาการกองทัพไทย ณ กองบัญชาการกองทัพไทย พร้อมขอบคุณกำลังพลทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละและมีประสิทธิภาพมาโดยตลอด
นายกฯ มอบนโยบายเน้นย้ำ 6 เรื่องสำคัญ ครอบคลุมการเสริมความพร้อมของกองทัพ การยกระดับการแก้ไขปัญหาความมั่นคงพื้นที่ชายแดน การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชน การขับเคลื่อนนโยบายการบรรจุทหารอาสาเข้าประจำการ การส่งเสริมความร่วมมือเพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศ ตลอดจนการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
ทั้งนี้ นายกฯ ขอชื่นชมทุกเหล่าทัพที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องประเทศและช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง รัฐบาลพร้อมสนับสนุน ผลักดัน ขับเคลื่อน และอำนวยความสะดวก และอยู่เคียงข้างทุกเหล่าทัพให้ทุกภารกิจประสบผลสำเร็จ
>> เร่งติดตาม 6 เยาวชน แหกสถานพินิจโคราช ขโมยรถกระบะโรงเรียนที่อยู่ใกล้ๆ ขับหลบหนี พบรถถูกจอดทิ้งที่ จ.ชัยภูมิ
11.47 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง อำเภอเมืองนครราชสีมา รับแจ้งเหตุขอสนับสนุนกำลังติดตามตัวเยาวชนชายที่หลบหนีออกจากสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดนครราชสีมา ภายในซอยมิตรภาพ 19 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา
เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ จากการสอบถามพนักงานสถานพินิจฯ เปิดเผยว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่มีเยาวชนชาย 6 คน อาศัยจังหวะที่ครูเวรเปิดประตู วิ่งสวนออกจากสถานพินิจฯ
จากการตรวจสอบพบว่า เยาวชน 1 คน มีภูมิลำเนาอยู่ที่ตำบลกุดจิก อำเภอสูงเนิน จังหวัดนครราชสีมา ส่วนอีก 5 คน มีภูมิลำเนาอยู่ในจังหวัดชัยภูมิ มีรายงานเพิ่มเติมว่า ก่อนลงมือหลบหนี เยาวชนทั้ง 6 คนได้วางแผนล่วงหน้าลักลอบตัดลูกกรงห้องควบคุมไว้ก่อน จากนั้นอาศัยช่วงเวลาที่เจ้าหน้าที่เปิดประตูด้านนอกในช่วงเช้ามืด พากันวิ่งหลบหนีออกจากสถานพินิจฯ ได้ทั้งหมด
ต่อมาเวลาประมาณ 07.00 น. เยาวชนทั้ง 6 คน ได้ก่อเหตุลักรถกระบะยี่ห้ออีซูซุ ซึ่งจอดอยู่ภายในโรงจอดรถของโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย อยู่ห่างจากสถานพินิจฯ ประมาณ 800 เมตร ก่อนขับรถหลบหนีออกจากพื้นที่
พลเมืองดีแจ้งเบาะแสว่ารถคันดังกล่าวใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ มุ่งหน้าอำเภอสูงเนิน ขณะที่อีกกระแสระบุว่าใช้เส้นทางอำเภอโนนไทย มุ่งหน้าเข้าสู่จังหวัดชัยภูมิ ซึ่งเจ้าหน้าที่เชื่อว่าเยาวชนชาวนครราชสีมาเป็นผู้นำทางพาเพื่อนที่เป็นชาวชัยภูมิหลบหนีกลับภูมิลำเนา ภายหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.โพธิ์กลาง ได้ประสานสถานีตำรวจในพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมตั้งจุดสกัดตามเส้นทางหลบหนี รวมถึงประสานผู้นำชุมชนในพื้นที่เพื่อช่วยติดตามตัวเยาวชนทั้ง 6 คน
>> นายกฯ เซ็นตั้งรักษาการแทน "อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น"
12.14 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ลงนามคำสั่งกระทรวงมหาดไทย เรื่องการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ว่า ตามที่กระทรวงมหาดไทยได้มีคำสั่ง ที่ 1563/2569 ลงวันที่ 23 มิ.ย.2569 ให้นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล ตำแหน่ง อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำกระทรวงมหาดไทยเป็นการชั่วคราว ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 24 มิ.ย.2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลงนั้น
เพื่อความเหมาะสมแก่การรับผิดชอบการปฏิบัติราชการในกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 จึงแต่งตั้ง ให้นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ตำแหน่งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย สำนักงานปลัดกระทระทรวง กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้รักษาราชการแทนอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 16 ก.ค.2569 เป็นต้นไป จนกว่าจะมีคำสั่งเปลี่ยนแปลง
>> บริษัทรับเหมา แจ้งความกองปราบ ถูกเจ้าของโรงเรียน เบี้ยวเงินค่าก่อสร้าง 57 ล้าน
13.18 น. นายอัฐพล ส่งพุ่ม พร้อมทนายความ รับมอบอำนาจจาก นายเจนณรงค์ เรืองสุวรรณ เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อกล่าวโทษ บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านศรีนครินทร์ และกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม กรณียืมเงินจำนวนประมาณกว่า 57 ล้านบาท เพื่อให้ลงทุนซื้ออุปกรณ์ และก่อสร้างโรงเรียนแห่งหนึ่ง ย่านศรีนครินทร์ เหตุเกิดระหว่างเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา
นายอัฐพล เปิดเผยว่า กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม (คู่กรณี) ได้ติดต่อกับนายเจนณรงค์ เพื่อขอยืมเงินในการลงทุนซื้ออุปกรณ์ และก่อสร้างโรงเรียนฯ จำนวนกว่า 57 ล้านบาท ซึ่งเมื่อทวงถาม คู่กรณีกลับบ่ายเบี่ยง พร้อมปฏิเสธการชดใช้ จึงได้มีการพูดคุยกันเพื่อทำสัญญาจ้างเหมาก่อสร้าง ที่ผ่านมามีการชดใช้เงินเพียง 500,000 บาท เป็นระยะเวลา 6 เดือน รวมเป็นเงิน 3,000,000 บาท จากนั้นได้เงียบหายไป
“ที่ผ่านมาเคยแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนท้องที่เกิดเหตุ และเข้าร้องทุกข์ศูนย์ไกล่เกลี่ย กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม แต่คู่กรณีไม่มาตามนัดหมาย จึงเข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อขอความเป็นธรรม และดำเนินคดีตามกฎหมายให้ถึงที่สุด” นายอัฐพลกล่าว
ด้าน พนักงานสอบสวนกองปราบปราม ระบุ จะเรียกคู่กรณีมาสอบสวนหาข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
>> ตร.ทท. รวบหมอดูอินเดีย ลวงนักท่องเที่ยวกลางพัทยา อ้างมีเคราะห์ เรียกค่าครู - ชวนแก้กรรม ก่อนจับข้อหาทำงานเถื่อน
13.20 น. เจ้าหน้าที่ กำลังชุดสืบสวนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เข้าตรวจสอบร้านกาแฟแห่งหนึ่ง ในพื้นที่เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี พบชายชาวอินเดีย กำลังดูลายมือ ดูใบหน้า และทำนายโชคชะตาให้กับนักท่องเที่ยว เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบเอกสาร ทราบต่อมา เป็นผู้ชาย อายุ 36 ปี สัญชาติอินเดีย และพบว่าไม่มีใบอนุญาตทำงาน
นักท่องเที่ยวผู้เสียหาย ให้การว่า ผู้ต้องหาเข้ามาทักว่าเป็นคนมีเคราะห์ ก่อนดูดวงให้และเรียกเก็บค่าครู 199 บาท โดยตนและเพื่อนได้โอนเงินคนละ 200 บาท จากนั้นยังเสนอให้จ่ายเพิ่ม 1,900 บาท เพื่อทำพิธีแก้กรรม แต่ปฏิเสธเนื่องจากไม่มีเงิน
ตำรวจจึงแจ้งข้อหา เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ประกอบอาชีพโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพัทยา ดำเนินคดีตามกฎหมาย เบื้องต้นผู้ต้องหารับสารภาพว่า ได้รับเงินจากการดูดวงให้กับนักท่องเที่ยวจริง
>> ขนส่งฯ สั่งการสำนักงานขนส่งจังหวัด ตรวจเข้มรถบรรทุกต่างชาติวิ่งผิดเส้นทางข้ามแดน GMS อย่างต่อเนื่อง
13.27 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กระทรวงคมนาคม สั่งการสำนักงานขนส่งจังหวัดตรวจเข้มรถบรรทุกต่างชาติที่วิ่งผิดเส้นทาง หรือไม่ได้เดินรถตามแนวเส้นทางที่ได้รับอนุญาตภายใต้บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการดำเนินการตามความตกลงว่าด้วยการขนส่งข้ามพรมแดนในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) โดยได้บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจทางหลวง ตำรวจภูธรจังหวัด และสถานีตรวจสอบน้ำหนักแขวงทางหลวงในพื้นที่ เพื่อดำเนินการตั้งด่าน - ตรวจสอบเฝ้าระวังรถบรรทุกต่างชาติที่วิ่งผิดเส้นทางในพื้นที่จังหวัดที่อยู่ในความดูแลอย่างเคร่งครัด รวมถึงเพื่อเป็นการป้องกันการกระทำผิดกฎหมาย
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ อธิบดี ขบ. เปิดเผยถึงกรณีการบังคับใช้กฎหมายกับรถบรรทุกขนส่งสินค้าข้ามแดนสัญชาติจีน ที่กระทำความผิดฐานเดินรถออกนอกเส้นทางที่ได้รับอนุญาตตามข้อตกลง GMS ลักลอบวิ่งลงมาบรรทุกผลไม้ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ซึ่งได้ดำเนินการยึดรถบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์ที่ใช้ในการขนส่งสินค้าสัญชาติจีนแล้ว 5 คัน เป็นรถที่ได้มีการขึ้นทะเบียนใช้สำหรับการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ และมีการเดินทางผ่านเข้าทางด่านศุลกากรเชียงของ จังหวัดเชียงราย ในช่วงวันที่ 29 มิถุนายน - 1 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 บริษัทชิปปิ้งดังกล่าวได้เข้าพบเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงราย ซึ่งจากการสอบสวนข้อเท็จจริงเพิ่มเติม พบว่ามีรถบรรทุกสัญชาติจีนที่วิ่งผิดเส้นทางเพิ่มอีก 2 คัน เมื่อรวมกับกลุ่มรถที่ตรวจพบก่อนหน้านี้ 5 คัน ทำให้มีรถกระทำความผิดทั้งสิ้น 7 คัน เจ้าหน้าที่จึงได้ประสานนำรถทั้งหมดมารวมกัน ที่จังหวัดชุมพร
นอกจากนี้ ยังสืบทราบตัวพนักงานผู้ขับรถทั้งหมดแล้ว โดยเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งจังหวัดชุมพรได้เข้าร่วมตรวจสอบหลักฐาน และเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เปรียบเทียบปรับพนักงานขับรถของรถบรรทุกทั้ง 7 คัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ สำนักงานขนส่งจังหวัดที่เกี่ยวข้องได้ติดตาม และกำกับดูแลให้รถบรรทุกทั้งหมดเดินทางกลับเข้าสู่เส้นทางที่ได้รับอนุญาตตามความตกลงฯ อย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งรายงานความคืบหน้าให้กรมการขนส่งทางบกทราบเป็นระยะ
>> สั่งปิดชั่วคราว 3 ร้านดัง ปทุมวัน-บางกอกน้อย-ราชเทวี ไร้มาตรฐานความปลอดภัย ลุยปูพรมตรวจเข้ม 50 เขต
14.05 น. กรุงเทพมหานคร ยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามข้อสั่งการของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. สั่งการให้เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตทั้ง 50 เขต จับมือตำรวจเปิดปฏิบัติการเชิงรุกตรวจเอกซเรย์สถานบันเทิงและสถานประกอบการทั่วกรุง เพื่อประเมินความพร้อมด้านอัคคีภัยและการขอใบอนุญาตตามกฎหมายควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522
ล่าสุดเจ้าพนักงานท้องถิ่น ได้สั่งปิดบริการชั่วคราวสถานประกอบการ 3 แห่งในพื้นที่ย่านพระราม 1 เขตปทุมวัน หลังพบแอบแฝงเปิดเป็นผับโดยไม่มีใบอนุญาตและไม่มีป้ายหนีไฟ, ย่านจรัญสนิทวงศ์ เขตบางกอกน้อย ที่เปิดให้บริการเข้าข่ายจัดมหรสพโดยไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ และย่านเพชรบุรี เขตราชเทวี ซึ่งถูกสั่งระงับใช้สถานที่จัดแสดงดนตรีภายใน 7 วัน หลังลักลอบเปิดให้บริการซ้ำซากแม้จะเคยถูกตักเตือนไปแล้ว
ทั้งนี้ กทม. ลั่นวาจาพร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดและต่อเนื่อง โดยผู้ประกอบการรายใดที่ฝ่าฝืนคำสั่งระงับกิจการ จะต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตาม พ.ร.บ.การสาธารณสุข พ.ศ. 2535 และจะถูกปรับเพิ่มอีกไม่เกินวันละ 25,000 บาท ตลอดเวลาที่ยังคงฝ่าฝืน เพื่อยกระดับมาตรฐานสวัสดิภาพและสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนคนกรุงในระยะยาว
>> แม่รับร่าง “น้องดิน วงทศกัณฐ์” เหยื่อไฟไหม้โรงเบียร์ เผยนาทีบีบหัวใจลูกพยักหน้ารับคำเรียก ชี้เงินเยียวยาหมื่นเดียวไม่คุ้มค่าชีวิต
15.02 น. บรรยากาศที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เป็นไปด้วยความโศกเศร้า นางสาวจันสุดา อายุ 49 ปี ได้เดินทางมารับร่างของนายฐิติวัฒน์ หรือ “น้องดิน” อายุ 27 ปี นักร้องนำวงทศกัณฐ์ ที่เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ร้านโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เพื่อนำไปบำเพ็ญกุศลที่วัดสว่างภพ จังหวัดปทุมธานี
โดยผู้เป็นแม่เปิดใจทั้งน้ำตาถึงวินาทีสุดท้ายที่ได้เจอลูกชาย ซึ่งถูกไฟคลอกรุนแรงกว่า 80% อวัยวะภายในเสียหายหนักปอดพังและไตวาย โดยระบุว่าเมื่อเรียกชื่อลูกยังพยักหน้าตอบรับก่อนจากไปอย่างสงบ พร้อมกล่าวขอบคุณทีมแพทย์โรงพยาบาลราชวิถีที่ช่วยยื้อชีวิตอย่างสุดความสามารถ และสะท้อนความอัดอั้นใจเกี่ยวกับเงินเยียวยาเบื้องต้นจากทางร้านจำนวน 10,000 บาท ว่าน้อยเกินไปและไม่คุ้มค่ากับชีวิตของลูกชาย
นอกจากนี้ ผู้เป็นแม่ยังเล่าด้วยความอาลัยว่า น้องดินเป็นลูกที่ดี ไม่เคยสร้างภาระ และกำลังวางแผนจะเปิดร้านอาหารเล็กๆ ร่วมกับแม่เพราะร้องเพลงปลดหนี้ให้ครอบครัวได้เกือบหมดแล้ว ที่ผ่านมาเคยเตือนเรื่องไฟไหม้และทางหนีไฟตลอด ซึ่งลูกชายก็ระวังตัวเสมอ แต่คาดว่าสภาพร้านที่เกิดเหตุมีความคับแคบเกินกว่าจะหนีออกมาได้ทัน พร้อมเผยเรื่องราวสุดสะเทือนใจเกี่ยวกับน้ำองุ่นที่ลูกชายฝากซื้อไว้รอเตรียมนอนดื่มหลังเลิกงานซึ่งยังคงแช่อยู่ในตู้เย็นโดยไม่มีโอกาสได้กลับมาดื่มอีก ทั้งนี้ตนได้กล่าวคำอำลาขอให้ลูกไปสู่ภพภูมิที่ดีและไม่ต้องเป็นห่วงครอบครัวอีกต่อไป
>> กองปราบ รวบหญิง อายุ 71 ปี ร่วมแก๊งควาย หลอกซื้อที่ดิน ก่อนตุ๋นเหยื่อเล่นพนันกำถั่ว จนสูญเงินกว่า 1 ล้านบาท เจ้าตัวยังให้การปฏิเสธข้อกล่าวหา
15.10 น. ผู้สื่อข่าวรายงาน เจ้าหน้าที่ตำรวจ กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม (กก.5 บก.ป) จับกุม นางเอ (นามสมมุติ) อายุ 71 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา ลงวันที่ 30 เมษายน 2569 ข้อหา “เป็นอั้งยี่และซ่องโจร และร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์” โดยจับกุมได้บริเวณลานจอดรถหน้าศาลแขวงภูเก็ต ต.ตลาดเหนือ อ.เมือง จ.ภูเก็ต
จากการจับกุมทราบว่า ก่อนหน้าผู้เสียหายได้ประกาศขายที่ดินในพื้นที่ จ.สงขลา มูลค่าประมาณ 3 ล้านบาท ทำให้กลุ่มผู้ต้องหาทราบเรื่องและร่วมกันวางแผนหลอกลวง โดยทำกันเป็นขบวนการ เริ่มจาก นายโดม และนางเอ (นามสมมุติ) จะเข้าไปตีสนิท อ้างจะขอซื้อที่ดิน ก่อนพาผู้เสียหายไปพบนายเสือซึ่งแนะนำให้รู้จัก นางหงส์ ที่อ้างตัวเป็นเศรษฐินี ชอบพกเงินสดจำนวนมาก และชื่นชอบการเล่นพนันกำถั่ว
ต่อจากนั้น นายเสือ ชักชวนผู้เสียหายร่วมเล่นพนัน พร้อมสอนเทคนิคการเล่นเพื่อสร้างความเชื่อมั่น โดยช่วงแรกๆ กลุ่มผู้ต้องหาจะแกล้งให้นางหงส์ทายผิด เพื่อให้ผู้เสียหายเชื่อว่าสามารถเอาชนะได้
กระทั่งรอบที่ 6 ซึ่งมีการเพิ่มวงเงินเดิมพัน คนร้ายแอบหยิบเมล็ดฟักทองออก 1 เมล็ด เพื่อกำหนดผลให้นางหงส์เป็นฝ่ายชนะ ก่อนจะกล่าวหาว่าผู้เสียหายทำเมล็ดฟักทองตกหาย จนต้องรับผิดชอบเงินเดิมพันทั้งหมด ทำให้ผู้เสียหายต้องสูญเงินไปกว่า 1 ล้านบาท ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกหลอกและเข้าแจ้งความไว้ที่ สภ.หาดใหญ่ จนศาลออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด
ต่อมา ชุดสืบสวน กก.5 บก.ป. สืบทราบว่า นางเอ (นามสมมุติ) จะเดินทางมายังศาลแขวงภูเก็ต จึงวางกำลังเฝ้าติดตามและเข้าจับกุมตัวได้ดังกล่าวเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา เจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
>> เขตดินแดง รายงานเหตุน้ำผุดกลางถนน บริเวณแยกเดอะพร้อม ถ.ประชาสงเคราะห์ ประสานหน่วยงานเข้าดำเนินการ
15.30 น. สำนักงานเขตดินแดงได้รับแจ้งเหตุน้ำผุดขึ้นกลางผิวจราจร บริเวณแยกเดอะพร้อม มีพื้นที่ประมาณ 2 x 2 เมตร
ภายหลังรับแจ้ง นางปาณิสรา เนตรธารธร ผู้อำนวยการเขตดินแดง พร้อมนายสมคิด ปานเพชร ผู้ช่วยผู้อำนวยการเขต เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา ฝ่ายเทศกิจ และฝ่ายรักษาความสะอาดและสวนสาธารณะ ลงพื้นที่ตรวจสอบ พร้อมประสานสำนักการระบายน้ำ สำนักการโยธา การประปานครหลวงสาขาพญาไท และสถานีตำรวจนครบาลดินแดง ร่วมตรวจสอบและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร
เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ศูนย์ก่อสร้าง 2 ส่วน 1 สำนักการโยธา สันนิษฐานว่าอาจเกิดจากแรงดันใต้พื้นดิน ทั้งนี้ ยังไม่สามารถระบุสาเหตุที่แน่ชัดได้ และอยู่ระหว่างรอเจ้าหน้าที่การประปานครหลวงสาขาพญาไทเข้าตรวจสอบและดำเนินการแก้ไข
สำนักงานเขตดินแดงขอความร่วมมือประชาชนหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางบริเวณแยกเดอะพร้อม และเลือกใช้เส้นทางโดยรอบจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย พร้อมทั้งขออภัยในความไม่สะดวกมา ณ โอกาสนี้ สำนักงานเขตดินแดงจะติดตามสถานการณ์และรายงานความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาให้ประชาชนทราบเป็นระยะต่อไป
>> นายกฯ เฝ้ารับเสด็จฯ เจ้าหญิงแอนน์ หารือกระชับความร่วมมือไทย–สหราชอาณาจักร ด้านการศึกษา บทบาทสตรี และความมั่นคงด้านสุขภาพ
15.30 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เฝ้ารับเสด็จฯ เจ้าหญิงแอนน์ พระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักร และพลเรือโท เซอร์ ทิโมที ลอเรนซ์ เนื่องในโอกาสเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 15–18 กรกฎาคม 2569 ณ ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล
ทั้งสองฝ่ายหารือถึงความสัมพันธ์ไทย–สหราชอาณาจักร การพัฒนาเยาวชน และการส่งเสริมบทบาทสตรีในสาขาวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ (STEM) โดยพระราชกุมารีแห่งสหราชอาณาจักรทรงเห็นว่าความสำเร็จของการส่งเสริมสตรีเข้าสู่สาขาดังกล่าวต้องอาศัยความร่วมมือจากทั้งครอบครัวและครูผู้สอน ขณะที่นายกฯ เน้นย้ำว่าการศึกษา การคิดอย่างเป็นเหตุเป็นผล และทักษะการวิเคราะห์ เป็นพื้นฐานสำคัญของการแก้ไขปัญหาและการพัฒนาประเทศ
นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังเห็นพ้องพัฒนาระบบสาธารณสุข การวิจัย และความร่วมมือระหว่างประเทศ เพื่อให้สามารถรับมือกับความท้าทายด้านสาธารณสุขได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนายกฯ กล่าวชื่นชมศักยภาพของสหราชอาณาจักรด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์ พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่าทั้งสองประเทศจะสามารถขยายความร่วมมือให้ใกล้ชิดยิ่งขึ้นในอนาคต
>> สน.บางยี่ขัน เตรียมขยายผล หลังสาวอาชีพรับหิ้วสินค้าแจังตรวจสอบพัสดุหนักผิดปกติ เปิดพบไอซ์ซุกอยู่ 2 กก.
15.36 น. เจ้าหน้าที่ ตำรวจ สน.บางยี่ขัน ยึดไอซ์ น้ำหนักรวมกว่า 2.059 กิโลกรัม หลังหญิงสาวอาชีพรับหิ้วสินค้าไป–กลับประเทศไทย-ญี่ปุ่น เกิดความสงสัยพัสดุที่ได้รับว่าจ้างให้นำส่งมีน้ำหนักผิดปกติ เมื่อตรวจสอบพบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในกระปุกมะขามเปียก ก่อนเข้าแจ้งความให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พร้อมเร่งสืบสวนขยายผลติดตามผู้ว่าจ้างมาดำเนินคดี โดยเหตุเกิดเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2569 เวลาประมาณ 14.00 น. บริเวณใต้อาคารแห่งหนึ่งย่านปิ่นเกล้า ถนนบรมราชชนนี เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร
จากการสอบสวน หญิงสาวรายดังกล่าว ให้การว่า ประกอบอาชีพรับหิ้วสินค้าระหว่างประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น กระทั่งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก ติดต่อว่าจ้างให้นำสินค้าจากประเทศไทยไปส่งที่ประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะว่าจ้างไรเดอร์นำกล่องพัสดุมาส่งไว้ที่ที่พักในวันที่ 4 กรกฎาคม ต่อมาเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม ขณะเตรียมจัดกระเป๋าเดินทาง ตนได้เปิดกล่องเพื่อตรวจสอบสินค้า พบกระปุกมะขามเปียกเหลวจำนวน 6 กระปุก พร้อมสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นรวม 12 รายการ แต่สังเกตว่ากระปุกมะขามมีน้ำหนักมากผิดปกติ จึงเปิดตรวจสอบ พบมะขามเปียกอยู่เพียงด้านบน ส่วนภายในซุกซ่อนวัตถุสีขาวบรรจุถุงพลาสติกใส จึงเก็บกลับคืนสภาพเดิม นำกล่องไปวางไว้ที่เดิม ก่อนเดินทางไปประเทศญี่ปุ่น
เมื่อเดินทางกลับประเทศไทยในวันที่ 11 กรกฎาคม ตนจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความกับตำรวจ และในวันที่ 13 กรกฎาคม เจ้าหน้าที่เดินทางไปตรวจสอบพัสดุดังกล่าว ก่อนเปิดกระปุกมะขามทั้ง 6 ใบ พบยาไอซ์ซุกซ่อนอยู่ภายในทุกกระปุก น้ำหนักรวมประมาณ 2.059 กิโลกรัม สอบด้วยชุดทดสอบสารเสพติด พบผลเป็นบวกต่อสารเมทแอมเฟตามีน จึงตรวจยึดของกลางทั้งหมดไว้เป็นหลักฐาน พร้อมร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง ในข้อหา "จำหน่ายโดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีนหรือยาไอซ์) เพื่อการค้า และก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชนโดยไม่ได้รับอนุญาต"
เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้สอบปากคำผู้กล่าวหาและพยาน รวมถึงไรเดอร์ผู้ส่งพัสดุไว้แล้ว พร้อมเร่งสืบสวนขยายผล ผู้ร่วมขบวนการ
>> หนุ่มขับรถนั่งส่วนบุคคล เฉี่ยวชนกับรถบรรทุก แล้วเสียหลักฟาดเข้าเสาไฟ ริมถนนพุทธมณฑล สาย 4 กู้ชีพ - กู้ภัยเร่งปั๊มหัวใจ แต่ไม่เป็นผล จ.สมุทรสาคร
17.00 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร ได้รับแจ้งมีอุบัติเหตุ รถยนต์นั่งส่วนบุคคล ชนกับรถบรรทุก 12 ล้อ แล้วพุ่งเข้าชนเสาไฟฟ้าริมทาง คนขับถูกอัดก็อปปี้ ริมถนนพุทธมณฑล สาย 4 มุ่งหน้าถนนเพชรเกษม หมู่ที่ 10 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
ที่เกิดเหตุ พบรถยนต์นั่งส่วนบุคคล มาสด้า 2 สีดำ ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังเสียหาย และด้านข้างรถอัดก็อปปี้ติดอยู่กับเสาไฟส่องสว่าง ใกล้กัน พบรถบรรทุก 12 ล้อ อีซูซุ สีฟ้า ป้ายทะเบียน กรุงเทพมหานคร จอดในสภาพเฉียงๆ กลางถนน ตรงซุ้มล้อและกันชนข้างหน้ารถฝั่งซ้าย มีร่องรอยการชนเสียหาย
ตรวจสอบ พบคนขับรถเก๋ง ได้รับบาดเจ็บและติดอยู่ภายในยานพาหนะ อาสาสมัครพยายามนำร่างผู้บาดเจ็บออกมา แล้วดำเนินการทำ CPR ช่วยฟื้นคืนชีพแล้ว แต่เนื่องจากผู้บาดเจ็บมีแผลฉกรรจ์และร่างกายบอบช้ำอย่างหนัก ได้เสียชีวิตในเวลาต่อมา ตรวจสอบเอกสาร เป็นชายไทย อายุ 21 ปี ภูมิลำเนาชาว อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
ด้านเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะได้เรียกคนขับรถบรรทุก 12 ล้อ และพยานที่เห็นเหตุการณ์ไปให้ปากคำเพิ่มที่ สภ.กระทุ่มแบน เพื่อประกอบกับหลักฐานซึ่งเป็นภาพที่ได้จากกล้องวงจรปิด ส่วนศพของผู้เสียชีวิตส่งไปให้แพทย์นิติเวช โรงพยาบาลศิริราชทำการชันสูตรอีกครั้ง ก่อนให้ญาติรับไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
>> เพลิงลุกไหม้ บ้านอดีตนาวิกโยธิน ริมคลองป่าชายเลน เสียหายวอดทั้งหลัง จ.ตราด
17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าเลื่อน ได้รับแจ้งเกิดเหตุ เพลิงไหม้บ้านเรือนประชาชน ที่บ้านคลองกวาง ม.9 ต.แหลมกลัด อ.เมือง จ.ตราด หลังรับแจ้งจึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัยสมาคมสว่างบุญช่วยเหลือธรรมสถานตราด ชุดแหลมกลัด รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ เมื่อไปถึงพบว่า ไฟไหม้บ้านวอดหมดทั้งหลังแล้ว
ที่เกิดเหตุ ลักษณะเป็นบ้านไม้ เพลิงได้ลุกไหม้รุนแรง เจ้าหน้าที่พร้อมด้วยรถดับเพลิง เร่งระดมฉีดน้ำ ก่อนจะสามารถควบคุมและเพลิงสงบลงในเวลาต่อมา เบื้องต้นเสียหายวอดทั้งหลัง
เจ้าของบ้านเล่าว่า ตนเองเป็นอดีต ทพ.นย. ประจำชุดควบคุมทหารพรานนาวิกโยธินที่ 3 เขาล้าน( ชค.3) หลังเกษียณอายุราชการแล้ว ได้ซื้อบ้านหลังดังกล่าวต่อจากชาวบ้าน เป็นบ้านไม้ชั้นเดียวอยู่ริมคลองป่าชายเลน ซึ่งเป็นชุมชนประมงพื้นบ้าน บ้านคลองกวาง ก่อนเกิดเหตุตนไปทำสวนผลไม้ที่บ้านคลองสน และเพื่อนบ้านโทรศัพท์ไปบอกว่าไฟไหม้บ้าน หลังจากนั้นจึงรีบกลับมาบ้าน และพบว่าไหม้บ้านไปหมดแล้ว
เพื่อนบ้าน บอกว่า มาเห็นก็ไฟไหม้บ้านเกือบหมดแล้ว ไฟโหมลุกไหม้อยู่เพียง 15 นาที บ้านทั้งหลังก็ไหม้สียหายเป็นกองเถ้าถ่านดังกล่าว
เจ้าของบ้าน เล่าต่อว่า ทรัพย์สินภายในบ้าน ทั้งเงินสด เสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์อิเลคทรอนิคส์ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆ ไฟไหม้หมด รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท ตอนนี้ไม่มีสมบัติเหลือติดตัว มีแต่เสื้อผ้าชุดที่สวมใส่ไปทำสวนเท่านั้น ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กันพื้นที่ไว้ เพื่อเตรียมตรวจสอบหาสาเหตุไฟไหม้อย่างละเอียดต่อไป
>> หญิงวัย 54 ปี ขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้าง เสียหลักตกคูน้ำข้างทาง เสียชีวิต ริมถนนสายหนองวัวซอ - อูบมง จ.อุดรธานี
19.10 น. หน่วยกู้ภัยตำรวจทางหลวงอุดรธานี จุดบริการอำเภอหนองวัวซอ รับแจ้งว่ามีอุบัติเหตุ รถจักรยานยนต์พ่วงข้างเสียหลักตกคลองน้ำ และมีผู้บาดเจ็บสาหัส ริมถนนหมายเลข 2315 เส้นทาง หนองวัวซอ - อูบมุง ในพื้นที่ อ.หนองวัวซอ จ.อุดรธานี
ที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ สีแดง - ดำ ป้ายทะเบียน ระยอง ลักษณะพลิกตกลงในคูน้ำข้างทาง ใกล้กันพบร่างของผู้เสียชีวิต 1 ราย ตรวจสอบเอกสาร เป็นหญิงไทย อายุ 54 ปี ในส่วนของสาเหตุที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองวัวซอ
>> แผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ในพื้นที่ของประเทศจีน
19.57 น. กองเฝ้าระวังแผ่นดินไหว กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งเหตุแผ่นดินไหว ขนาด 3.8 ความลึก 10 กม. ภายในพื้นที่ของ มณฑลยูนนาน, ประเทศจีน ศูนย์กลางห่างออกไป ทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือของ อ.แม่สาย จ.เชียงราย ประมาณ 564 กม. ยังไม่มีรายงานผลกระทบต่อประเทศไทย
>> กทม. ลุยยกระดับความปลอดภัยสถานบันเทิงต่อเนื่อง ลงพื้นที่ย่านเอกมัย ตรวจเข้มสร้างความมั่นใจประชาชน
20.00 น. พล.ต.อ.อดิศร์ งามจิตสุขศรี ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พร้อมด้วย นายสิทธิชัย อรัณยกานนท์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นางสาวพิมพ์จุฑา สกุนสิทธิ์ธาดา ผู้อำนวยการเขตวัฒนา ร่วมกับคณะผู้บริหาร เจ้าหน้าที่เขตวัฒนา และตำรวจท้องที่ ลงพื้นที่บูรณาการตรวจสถานประกอบการและสถานบันเทิงในพื้นที่เขตวัฒนา เพื่อกำกับดูแลให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรการความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด หวังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
ยกระดับมาตรการความปลอดภัยเชิงรุกและกวดขันการปฏิบัติตามกฎหมาย การลงพื้นที่ครั้งนี้มุ่งเน้นการตรวจเช็กระบบความปลอดภัยเชิงรุก โดยสั่งการให้ตรวจสอบระบบไฟฟ้า ไฟฉุกเฉิน อุปกรณ์ดับเพลิง และป้ายทางหนีไฟให้พร้อมใช้งานตลอดเวลา โดยเน้นย้ำว่า "ทางหนีไฟต้องโล่ง ห้ามล็อกหรือมีสิ่งกีดขวางเด็ดขาด" พร้อมควบคุมจำนวนผู้ใช้บริการไม่ให้เกินความจุ นอกจากนี้ ยังได้ตรวจความปลอดภัยของอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ตรวจประเมินด้านความสะอาดและสิ่งแวดล้อมของอาคาร ตลอดจนกวดขันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. 2560 และพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 อย่างเคร่งครัดเพื่อลดความเสี่ยงในทุกมิติ
ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบว่าสถานบริการหลายแห่งยังมีจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไข สำนักงานเขตจึงได้ให้คำแนะนำแก่ผู้ประกอบการ พร้อมออกคำสั่งให้เร่งปรับปรุงแก้ไขส่วนที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัยโดยเร็วที่สุด โดยกำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกอบการดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมาย และสำนักงานเขตวัฒนาจะเข้าตรวจสอบซ้ำอีกครั้งภายใน 30 วัน เพื่อยืนยันว่าทุกแห่งได้ดำเนินการตามมาตรฐานความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด
เน้นย้ำบังคับใช้กฎหมายจริงจัง พร้อมเปิดระบบดึงประชาชนร่วมแจ้งเบาะแส กทม. ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังและกวดขันอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการฝ่าฝืนกฎหมาย ลดความเสี่ยงจากการเกิดอัคคีภัยและเหตุไม่ปลอดภัยในรูปแบบต่าง ๆ ยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยของสถานประกอบการ และสร้างความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน