โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

ทัวร์ลงยับ! บาร์โฮสต์โคราชจับหนุ่มใส่ "ชุดครุยทนาย" ขึ้นเวทีรับดริ๊งก์

Amarin TV

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ทัวร์ลงยับ! บาร์โฮสต์โคราชจับหนุ่มใส่

ทัวร์ลงยับ! บาร์โฮสต์โคราชจับหนุ่มใส่ "ชุดครุยทนาย" ขึ้นเวทีรับดริ๊งก์ ร้านรีบกราบขอโทษ

กลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ หลังสถานบันเทิงชื่อดังในตัวเมืองนครราชสีมา ซึ่งเปิดให้บริการในลักษณะบาร์โฮสต์ จัดกิจกรรมนำชายแต่งกายด้วยชุดครุยทนายความ พร้อมติดหมายเลขที่หน้าอก ขึ้นบนเวทีให้ลูกค้าเลือกมอบเครื่องดื่มเป็นกำลังใจ จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักถึงความเหมาะสม

โดยหลายฝ่ายมองว่า เป็นการนำเครื่องแต่งกายอันทรงเกียรติของวิชาชีพทนายความ มาใช้เพื่อความบันเทิงอย่างไม่สมควร

และภายหลังได้เกิดกระแสวิจารณ์อย่างกว้างขวาง เพจเฟซบุ๊กของร้านจึงออกแถลงการณ์ขออภัย ระบุว่า

“ร้านไม่มีเจตนาแอบอ้าง พาดพิง หรือหมิ่นวิชาชีพทนายความแต่อย่างใด หากการกระทำดังกล่าวสร้างความไม่สบายใจหรือส่งผลกระทบต่อบุคคล คณะบุคคล องค์กร และผู้เกี่ยวข้อง ทางร้านขอน้อมรับและขออภัยเป็นอย่างสูง พร้อมยืนยันว่า จะไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะดังกล่าวขึ้นอีก”

ขณะที่ “ทนายตั้ม” ชินพันธ์ แสงภักดิ์โยธิน ประธานกรรมการ บริษัท ทนายตั้ม ชินพันธ์ ลอว์ กรุ๊ป จำกัด แสดงความคิดเห็นว่า กรณีดังกล่าว ถือว่าไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เนื่องจากชุดครุยทนายความเป็นเครื่องแต่งกายที่มีเกียรติและมีความสำคัญในกระบวนการยุติธรรม ผู้ที่มีสิทธิสวมใส่จะต้องเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตว่าความตามกฎหมายเท่านั้น หากการสวมใส่ชุดครุยทนายความ ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดว่า ผู้สวมใส่เป็นทนายความจริง และทำให้ประชาชนหลงเชื่อจนเกิดการเสียทรัพย์หรือเสียประโยชน์ ก็อาจเข้าข่ายความผิดฐานฉ้อโกงได้

นอกจากนี้ หากมีการเผยแพร่ภาพหรือคลิปผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ยังอาจต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเพิ่มเติมว่า เข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์หรือไม่ โดยต้องพิจารณาจากเนื้อหา เจตนา และผลกระทบเป็นรายกรณี

ทนายตั้มฯ ย้ำว่า“ชุดครุยทนายความเป็นสัญลักษณ์แห่งเกียรติยศของผู้ประกอบวิชาชีพในกระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่เครื่องแต่งกายที่บุคคลทั่วไปที่จะนำมาใช้เพื่อสร้างความสนุกสนานหรือความบันเทิงได้ตามอำเภอใจ พร้อมเห็นว่า หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด และหากพบว่า มีการกระทำที่เข้าข่ายความผิด ก็ควรดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...